การเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ
..... การเลือกสถานที่
.... ระบบการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ
..... ข้อควรระวังในการเลี้ยง
แหล่งผลิตหอยเป๋าฮื้อ
..
กลับหน้าแรก
|
.....................................การเลือกสถานที่ในการเพาะเลี้ยง
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะผลิตลูกพันธุ์หอยเป๋าฮื้อ คือการเลือกสถานที่เพราะหากเลือกสถานที่ผิด นอกจากจะไม่ประสบผลสำเร็จในการเพาะพันธุ์ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายนด้านการปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนนำมาใช้ หรืออาจประสบปัญหาโรคต่างๆที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องมีรายจ่ายเกี่ยวกับค่ายาปฏิชีวนะซึ่งจะทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น สถานที่ ที่เหมาะสมแก่การตั้งโรงผลิตลูกพันธุ์หอยเป๋าฮื้อควรมีลักษณะดังนี้คือ
1. เป็นสถานที่ที่อยู่ติดหรือใกล้แหล่งน้ำทะเลสะอาด มีความเค็มสูงคงที่ตลอดปีหรือไม่ควรอยู่ใกล้ปากแม่น้ำ เพราะจะทำให้ประสบปัญหาความเค็มลดต่ำในช่วงฤดูฝน หรือถ้าน้ำมีความขุ่นมากจำเป็นต้องสร้างบ่อตกตะกอน ทำให้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการสร้างบ่อเพื่อการนี้อีกด้วยในกรณีที่ใช้น้ำเกลืออเข้มข้นหากอยู่ห่างทะเลทั้งเพื่อการเพาะพันธุ์ หรือเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ในระบบปิดนั้น นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำทะเลแล้วผลที่ได้ก็ไม่ดีเท่าที่ควร เช่น การศึกษาการอนุบาลลูกหอยเป๋าฮื้อ Haliotis asinine ในระบบปิดเปรียบเทียบกับระบบน้ำไหลผ่ายก็จะพบว่าในระบบน้ำไหลผ่านนั้น ให้ผลการเติบโตความยาวเปลือกและน้ำหนักที่ดีกว่าและแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในเวลา 15 เท่านั้น
2. สถานที่ที่จะเป็นโรงเพาะพันธุ์หอยเป๋าฮื้อควรอยู่ในที่ห่างไกลชุมชน หรือโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภทเพราะบริเวณนั้นคุณภาพน้ำอาจไม่เหมาะสมอันเนื่องมาจากน้ำทิ้งจากบ้านเรือนน้ำมันเครื่องยนต์ สารพิษ และปริมาณธาตุอาหารจากภาคเกษตรกรรมต่างๆ หรือโรงงานอุตสาหกรรมอาจปล่อนสารพิษรวมทั้งโลหะหนัก ซึ่งอาจตกค้างและมีผลกระทบต่อลูกหอยวัยอ่อนโดยตรง การนำน้ำของสถานที่ที่ต้องการจะตั้งโรงเพาะพันธุ์ไปให้หน่วยงานของกรมประมงที่อยู่ใกล้ตรวจสอบก็จะสะดวกรวดเร็วดี หรืออาจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีอยู่โดยใช้เกณฑ์คุณภาพน้ำซึ่งจัดอยู่ในระดับที่ดี และเหมาะสำหรับการนำมาใช้โดยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
- ค่าพีเอช หรือ ค่าความเป็นกรดด่างของน้ำควรมีค่าระหว่าง 6.5 – 8.5 pH
................- ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ มีค่ามากกว่า 4 ส่วนในล้าน
- ค่าบีโอดี หรือ ปริมาณออกซิเจนที่ใช้การย่อยสลายสารอินทรีย์ไม่ควรมีค่าเกิน 0.3 ส่วนในล้าน
- ปริมาณแอมโมเนียรวม ไม่ควรเกิน 0- 04 ส่วนในล้าน
- ความโปร่งใสของน้ำควรมีค่าน้อยกว่า 40 เซนติเมตร
คุณภาพน้ำบางประการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกสถานที่ อย่างไรก็ตามควรติดตามผลคุณภาพน้ำตลอดทั้งปีเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แน่นอน โดยสามารถทำสอบถามจากหน่วยงานของกรมประมงที่อยู่ใกล้แหล่งที่วางแผนจะสร้างโรงเพาะพันธุ์ได้ นอกจากนี้ยังควรทำการหาข้อมูลท้องถิ่นเกี่ยวกับแผนการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาวด้วยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง
3. ความสะอาดในด้านการคมนาคมและสาธารณูปโภค โรงเพาะพันธุ์หอยไม่ควรอยู่ห่างไกลจากฝั่งหรืออยู่ในเส้นทางคมนาคมที่ไม่สะดวก เช่น ตามเกาะที่ห่างไกลฝั่ง ซึ่งจะทำให้มีปัญหาในการก่อสร้างหรือซ่อมบำรุงวัสดุอุปกรณ์ การรักษาพยาบาล และการซื้อเครื่องอุปโภคและบริโภค นอกจากนี้สถานที่นั้นควรมีสาธารณูปโภคเช่น ไฟฟ้า น้ำจืด อย่างพร้อมเพรียงด้วย
การพิจารณาขนาดของสถานที่ตั้งโรงเพาะพันธุ์หอยเป๋าฮื้อ พื้นที่สำหรับโรงเพาะพันธุ์นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆหลายประการดังนี้ คือ
1. ทำเลที่ตั้งของโรงเพาะพันธุ์หอย หากตั้งอยู่ติดต่อกับทะเลที่มีคุณภาพดีก็จะไม่ต้องมีระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ เช่น บ่อตกตกกอนหรือบ่อพักน้ำ ซึ่งจะทำให้สามารถสูบน้ำมาใช้ได้โดยตรงและลดเนื้อที่ส่วนนี้ไปด้วย ในทางตรงกันข้าม หากสถานที่นั้นมีปัญหาในเรื่องคุณภาพน้ำก็จำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับระบบบำบัดน้ำด้วย บ่อตกตะกอนอาจใช้ร่วมกับบ่อพักน้ำในบ่อเดียวกันด้วยก็ได้ บ่อนี้อาจเป็นบ่อดินหรือบ่อคอนกรีนก็ได้ภายในบ่อควรแบ่งเป็นชั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตกตะกอน ขนาดของบ่อตกตะกอนหรือบ่อพัก ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำหากน้ำไม่ขุ่นหรือสกปรกมากบ่อนี้ก็ไม่ต้องใช้พื้นที่มากนักแต่อย่างน้อยบ่อตกตะกอนควรมีปริมาตรเป็น 2 เท่าของปริมาตรความต้องการใช้น้ำทะเลทั้งหมดต่อวัน ซึ่งสามารถคำนวณจากปริมาตรถังหรือบ่อและอัตราการเปิดน้ำไหลผ่านบ่อทั้งหมดต่อวันได้ ส่วนบ่อรำรองน้ำอาจมีไว้เพื่อยืดอายุการงานของเครื่องสูบน้ำหรือในขณะที่ไม่สามารถสูบน้ำจากทะเลมาใช้ได้ ปริมาตรบ่อเหล่านี้ไม่ควรต่ำกว่า 2 เท่าของปริมาตรถังหรือบ่อเพาะพันธุ์ทั้งหมดรวมกัน อย่างไรก็ตามข้อมูลคุณภาพน้ำตลอดปีของสถานที่แต่ละสถานที่ก็สามารถใช้ประกอบการพิจารณาถึงขนาดของพื้นที่ได้ดี ในส่วนของถังจ่ายน้ำ อาจมีไว้สำหรับเพิ่มกำลังแรงส่งน้ำให้ส่งไปได้แรงและระยะที่ไกลขึ้นด้วย
2.ปริมาณลูกพันธุ์หอยหรือกำลังผลิตที่ต้องการ สำหรับการผลิตลูกพันธุ์หอยเป๋าฮื้อขนาดความยาวเปลือกระหว่าง 0.5 – 1.0 เซนติเมตร จำนวนระหว่าง 50,000 – 100,000 ตัวต่อเดือนประกอบด้วยหน่วยต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยในการผลิตลูกพันธุ์ในที่นี้จะแสดงปริมาณการใช้น้ำเพื่อความสะดวกในการคำนวณเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้ในการผลิตลูกหอยออกเป็นหน่วยต่างๆได้ดังตารางที่ 2
ตาราง : หน่วยการผลิตและปริมาณการใช้น้ำ
หน่วยการผลิต |
จำนวนหน่วย ( บ่อ / ถัง ) |
ปริมาณการใช้น้ำ / วัน |
หน่วยพ่อแม่พันธุ์ 500 ตัว |
2 บ่อๆละ 20 ลบ.ม |
20 ลบ.ม. |
หน่วยเพาะและอนุบาล 12 ถัง |
250 – 300 ล. |
10 ลบ.ม. |
หน่วยลูกหอยวัยอ่อนขนาด 5มม |
60 ถัง 500 ล |
40 ลบ.ม. |
หน่วยอาหารไดอะตอม |
ใช้ถังลูกหอยวัยอ่อน |
3ลบ.ม. |
หน่วยสำรองอาหารสาหร่ายผมนาง |
2 ถัง 5ลบ.ม. |
10 ลบ.ม. |
|
|
รวม 83 ลบ.ม. |
นอกจากนี้ที่สำหรับการผลิตแล้วจำเป็นที่จะต้องมีพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน หรือห้องปฏิบัติการเพื่อขยายตัวเชื้อไดอะตอมด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้อาจรวมอยู่ในโรงเรือนเดียวกันก็ได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะทำการก่อสร้างโรงเรือนหรือบ่อก็ควรพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการขยายกำลังการผลิตหรือการเลี้ยงหอยเพื่อการบริโภคหรือเพื่อขายสู่ตลาดในอนาคตด้วย

ที่มา : ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์, 2546
|