การสังเคราะห์
อัลดีไฮด์และคีโทน สามารถเตรียมได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
1.ปฏิกิริยาออกซิเดชันของแอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์ปฐมภูมิจะถูกออกซิไดส์ให้อัลดีไฮล์ ส่วนแอลกอฮอล์ทุติยภูมิจะถูกออกซิไดส์ให้คีโทน ตัวออกซิไดส์
ที่ใช้ในปฏิกิริยาการเตรียมอัลดีไฮด์นั้นคือ โครมิกออกไซด์ ในพิริดีนไดคลอโรมีเทนและกรดไฮโดรคลอริก
ในสารละลายที่มีน้ำหรือเมื่อใช้ตัวออกซิไดส์ที่แรง อัลดีไฮด์จะถูกออกซิไดส์ ต่อไปเป็นกรดคาร์บอซิลิก
ดังนั้นจึงต้องทำปฏิกิริยาในตัวทำละลายอินทรีย์ โครเมียม(IV)ไอออนในตัวทำละลายอินทรีย์เป็นตัวออกซิไดด์
ที่อ่อน อัลดีไฮด์จึงไม่ถูกออกซิไดส์ต่อไปเป็นกรด ปฏิกิริยาออกซิเดชันของแอลกอฮอล์ปฐมภูมิไปเป็นอัลดีไฮด์
นั้นเป็นการดึงไฮโดรเจน 2 อะตอมออกจากแอลกอฮอล์ ดังนั้นจึงอาจเรียกได้ว่าเป็นปฏิกิริยาการกำจัดไฮโดรเจน
มีการสูญเสียอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาออกซิเดชันและปฏิกิริยากำจัดไฮโดรเจน การสูญเสียอิเล็กตรอนนี้สังเกตได้
จากการที่ออกซิเจนเพิ่มขึ้น หรือการหลุดออกของไฮโดรเจน อัลดีไฮด์บางตัวมักเตรียมในทางการค้าโดยการให้
แอลกอฮอล์ที่ร้อนผ่านแผ่นทองแดงบางๆในอากาศ ผลผลิตจะถูกแยกออกมาก่อนที่จะถูกออกซิไดส์ต่อ ใน
กระบวนการนี้ไฮโดรเจนถูกดึงออกจากแอลกอฮอล์ เกิดเป็นโมเลกุลของน้ำ จึงเป็นปฏิกิริยาการกำจัดไฮโดรเจน
ของแอลกอฮอล์ อันที่จริงชื่ออัลดีไฮด์มาจากคำว่า alcohol dehydrogenation นั่นเอง ในปฏิกิริยา
ออกซิเดชันของแอลกอฮอล์ทุติยภูมิไปเป็นคีโทนนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวออกซิไดส์พิเศษ ดังเช่นในกรณีของ
อัลดีไฮด์ เพราะตัวออกซิไดส์ธรรมดาที่ไม่รุนแรงจนเกินไปสามารถออกซิไดส์แอลกอฮอล์เป็นคีโทน โดยคีโทน
ที่เกิดขึ้นไม่ถูกออกซิไดส์ต่อ โดยทั่วไปการเตรียมคีโทนจึงง่ายกว่าการเตรียมอัลดีไฮด์ ตัวออกซิไดส์มีหลายชนิด
แต่ที่นิยมใช้กันคือ สารประกอบโครเมียม (VI) และกรดซัลฟิวริก หรือสารด่างเจือจางของโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
ปฏิกิริยาออกซิเดชันเชิงชีวเคมีที่เกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์ มีเอนไซม์เป็นตัวเร่งเอนไซม์ ที่จะเลือกเป็นตัวเร่งในการ
ออกซิไดส์เฉพาะแอลกอฮอล์ทุติยภูมิไปเป็นคีโทนเท่านั้น โดยแอลกอฮอล์ปฐมภูมิจะไม่ถูกออกซิไดส์ไปเป็นอัลดีไฮด์
2.ปฏิกิริยาการแยกสลายด้วยโอโซนของอัลคีน
ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆหลายขั้นตอนผลผลิตสุดท้ายเป็นอัลดีไฮด์หรือคีโทนขึ้นอยู่กับโครงสร้างของอัลคีนตั้งต้น
โดยพันธะคู่ของคาร์บอนในอัลคีนเปลี่ยนเป็น C-O จำนวน 2 พันธะ
3.ปฏิกิริยาไฮเดรชันของอัลไคน์
การเติมโมเลกุลของน้ำลงที่พันธะสามของอัลไคน์เป็นไปตามกฎของมาร์คอฟ นั่นคือ ไฮโดรเจนเติมลงไปที่คาร์บอน
อะตอมที่มีไฮโดรเจนอยู่มาก สารประกอบอีนอลที่เกิดขึ้นก่อนมีเสถียรภาพต่ำ จึงจัดตัวใหม่ให้สารประกอบคาร์บอนิล
ที่เสถียร การเกิดรูปแบบอีนอลและการเกิดรูปแบบคีโทนนี้เรียกทอร์โมเมอริซึม(tautomerism)อัลดีไฮด์ที่เตรียมได้
ด้วยวิธีนี้มีเพียงตัวเดียวคืออะซีทาลดีไฮด์ ซึ่งเตรียมจากอะเซทิลีน อัลไคน์อื่นๆจะให้ผลผลิตเป็นคีโทน
4.ปฏิกิริยาฟรีเดน-คราฟท์เอซิเลชัน
เป็นวิธีการเตรียมอะโรเมติกคีโทนจากเอซิลคลอไรด์ หมู่เอซิลถูกเหนี่ยวนำให้เกิดความมีขั้ว จึงทำหน้าที่เป็นอิเล็กโทรไฟล์
เกิดปฏิกิริยาการแทนที่กับวงอะโรเมติก
5.การแยกสลายด้วยน้ำของไดแฮไลด์
ไดแฮไลด์ที่แฮโลเจนทั้งสองอะตอมติดอยู่กับคาร์บอนอะตอมเดียวกัน สามารถเกิดปฏิกิริยาการแยกสลายด้วยน้ำใน
สารละลายด่าง ได้สารประกอบคาร์บอนิล วิธีนี้มีประโยชน์ในการเตรียมอัลดีไฮด์หรือคีโทน จากอัลไคน์หรือ
อะโรเมติกไฮโดรคาร์บอน