อิเลคตรอนแอฟฟินิตีมีค่าสูง
อิเลคตรอนแอฟฟินิตีของอะตอม หมายถึง พลังงานที่ปล่อยออกมาเมื่ออะตอมได้รับอิเลคตรอน
อะตอม + 1e ---------------> อิออนลบ
(anion)+ พลังงาน
อะตอมที่รับอิเลคตรอนได้ง่ายจะมีค่าอีเลคตรอนแฟฟินิตีสูงซึ่งได้แก่ อะตอมที่มีขนาดเล็กเนื่องจากนิวเคลียสมีประจุบวกซึ่งจะดึงดูดอิเลคตรอนไว้
อะตอมที่มีขนาดเล็กจะดึงดูดอิเลคตรอนมาก
เช่น ในหมู่ธาตุฮาโลเจน ฟลูออรีนเป็นธาตุที่เป็นไอออนลบได้ง่ายที่สุด
โดยทั่วไป ธาตุทางซ้ายมือของตารางธาตุ
(โลหะ) มีค่าพลังงานไอออนไนเซชั่นต่ำ ส่วนธาตุทางขวามือ (อโลหะ) จะมีค่าอิเลคตรอนแอฟฟินิตีสูง
พันธะไอออนิคเกิดจากการวามธาตุเหล่านี้ จงพิจารณาการเกิดโมเลกุล
NaCl ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงพลังงาน
การเกิดไอออนบวกต้องการพลังงาน
ส่วนการเกิดไอออนลบจะปล่อยพลังงาน การรวมตัวของอะตอมจะเกิดขึ้นถ้าพลังงานที่ ปล่อยออกมามากกว่าพลังงานที่ต้องการใช้
ขั้นตอนในการเกิดพันธะไอออนิคมี 3 ขั้น คือ

จากตัวอย่าง
lattice energy ทำให้เกิดพันธะไอออนิค lattice
energy ของสารประกอบ ควรมีค่าสูง เพราะเมื่อมีค่าสูงแสดงว่าแรงดึงดูดระหว่างไอออนจะสูงด้วย
ด้วยเหตุนี้ ไอออนบวกและไอออนลบจะต้องมีขนาดเล็ก
มีประจุสูง
ซึ่งทำให้มีแรงดึงดูดมาก และพลังงานที่ปล่อยออกมาจะมากด้วย
Na มีขนาดเล็กกว่า
Cs (ในหมู่เดียวกัน)
ดังนั้น แรงดึงดูดระหว่าง Na และCl ใน
NaCl จะมากกว่าแรงดึงดูดระหว่าง Cs และ
Cl lattice
energy ของ NaCl จะมากกว่าของ
CsCl เป็นที่ปรากฎชัดว่า ถ้าเรารวมค่าพลังงานทั้งหมด
( IE, EA และ Lattice Energy ) พลังงานทั้งหมด
( H) จะมีค่าเป็นลบ
นั่นคือ พลังงานลดลง
สารประกอบที่เกิดขึ้นจะเป็นสารประกอบไอออนิค
ยิ่งพลังงานลดลงมากเท่าใดในการรวมตัวกันระหว่างไอออน
พันธะก็ยิ่งแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น พันธะ NaCl จะแข็งแรงกว่า
CsCl
|