Infernal
Affiars - สองคนสองคม (2002)
ในปี 2002 วลีที่กลายเป็นที่จดจำที่สุดแห่งปีแห่งจะเป็นประโยคที่ว่า
"ผมเป็นตำรวจ"
ในช่วง 5 - 6 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ของหนังฮ่องกง ทั่งในเกาะฮ่องกงเอง
และทั่วโลกอยู่ในภาวะตกต่ำ ไม่ใช้ตกเฉยๆ ด้วย แต่เป็นการตกยาวโดยไม่มีวี่แววว่าจะกลับมารุ่งเรืองเหมือนเดิม
บรรดาผู้กำกับเก่ง หรือดาราดังๆ ต่างหนีไปหาโอกาศยังแหล่งใหม่
อย่างประเทศอเมริกากันหมด ชื่อใหญ่อย่าง หลีเหลียงเจี๋ย โจวเหวินฟะ
และจอห์น วู นั้นหลังจากประสบความสำเร็จในดินแดนลุงแซมแล้วก็หันหลังให้บ้านเกิดไปเลย
ส่วน เฉินหลง ถึงแม้จะกลับมาเล่นหนังฮ่องกงอยู่บ้างแต่ก็น้อยเต็มที
แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีซุปเปอร์สตาร์บางคนที่ยังคงบังหลักสร้างหนังอยู่ที่เดิม
อย่างหลิวเต๋อหัว และเหลียงเฉาเหว่ย
หนังเล่าโดยผ่านตัวละครหลักสองตัว อาหมิง(หลิวเต๋อหัว) นักเลงวัยกระแตะที่ต้องสมัครเข้าในโรงเรียนตำรวจเพื่อ
หาข่าวให้กับแก็งของตน และ อาหยัน(เหลียงเฉาเหว่ย) ตำรวจหนุ่มอนาคตไกลที่ถูกเลือกให้รับหน้าที่สำคัญ
ในการเข้าไปเป็นสายในแก็งมาเฟีย เวลาผ่านไปนานขึ้นทั้งคู่ต้องพบกับภาวะกดดัน
เมื่อโลกแห่งหน้าที่เริ่มเข้ามาคุกคามตัวตนที่แท้จริงของทั้งสอง
อาหมิงก้าวหน้าในงานตำรวจที่ทำ เข้ามีชีวิตที่มั่นคง และมีแฟนสาวแสนสวยที่กำลังจะแต่งานกัน
เค้าเริ่มรู้สึกไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกอะไรระหว่างแก็ง หรือชีวิตของตนที่กำลังจะเริ่มสมบูรณ์
ขณะที่สถานการณ์ของอาหยันกับตรงกันข้าม ความยากลำบากของงานทำให้เค้าเริ่มกดดัน
เมื่อเส้นทางของทั้งสองต้องมาบรรจบกัน ประจวบเหมาะเข้ากับห้วงเวลาที่ต้องเลือกทางเดินของตัวละครทั้งสองพอดี
หนังมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่สองดารานำ เหลียงเฉาเหว่ย เป็นนักแสดงที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
บนชายหนุ่มที่กดดันกับหน้าที่และความรับผิดชอบ เป็นบทที่ต้องแสดงออกมาก
เค้าก็ทำได้อย่างไม่มีที่ติ ส่วนหลิวเต๋อหัวนั้นอาจจะไม่ไช่ดาราที่ขึ้นชื่อด้านฝีมือการแสดงมากนักแต่เมื่อได้บทที่เหมาะ
พวกกับพลังดาราในตัวเค้า ก็ทำให้หลิวเต๋อหัว โดดเด่นได้ไม่แพ้เหลียงเฉาเหว่ยเลย
นอกจากพระเอกทั้งสองคนแล้ว ตัวละครที่มองข้ามไม่ได้อีกสองตัวในเรื่องก็คือ
สารวัตหวงที่แสดงโดยหวงซิวเซิง และอาซานหัวหน้าแก็งมาเฟียรับบทโดยเจิ่งจื่อเหว่ย
นั้นเรียกว่าเป็นตัวขโมยซีนอย่างดีเลย การประชันบทบาทของทั้งสองถือเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้การประชันบทบาทของตัวละครเอกเลย
โดยหวงซิวเซิงนำหน้าไปหน่อยด้วยการแสดงในแบบ ส่วนเจิ่งจื่อเหว่ยดาราตลกร่างเตี้ยนั้นก็แสดงได้เยี่ยมเสียแต่ว่า
ลีลาของเค้านั้นติดการแสดงในแบบโอเวอร์แอ็กติงไปเล็กน้อย ที่น่าเสียดายคือหนังได้
นักร้องสาวระดับราชินีอย่าง เจิ่งซิ่วเหวิน และเฉินฮุ่ยหลิน
มาร่วมแสดงแต่บทที่เธอทั้งสองได้รับนั้นออกจะไม่ค่อยลงตัวนัก
จึงแทบกลายจะเป็นส่วนเกินของเรื่องไปเลย
Infernal Affairs นั้นนำเสอนออกมาในแนว อาญากรรมที่ไม่เน้นฉากแอ็กชั่นมากนักทั้งเรื่องมีฉากแอ็กชั่นใหญ่ๆ
เพียง ฉากเดียวเท่านั้น ส่วนใหญ่เน้นไปที่การหักเหลี่ยมเฉือนคมกันระหว่างตัวเอกทั้งสอง
และการต่อสู้ระหว่างแก็งมาเฟีย กับตำรวจ เพราะงานยังมีข้อบกพร่องเล็กๆ
น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของเรื่องบางตอน
รวมถึงน้ำหนักที่ค่อนจะเบาบางของตัวละครหญิงสองตัว แต่ภาพรวมของหนังก็ปิดช่องโหว่เหล่านั้นได้มิด
แต่เมื่อมองภาพรวมแล้ว ข้อด้อยเหล่านี้ล้วนสามารถที่จะมองข้ามไปได้
เพราะส่วนอื่นๆ ของหนังทำออกมาได้ลงตัว และมีพลัง ทั้งดนตรีประกอบ
การตัดต่อ(โดย แดนนี่ แปง) การถ่ายถาพโดยตัวผู้กำกับ Andrew
Lau เป็นผู้ดูแลในส่วนนี้เอง โดยมี Christopher Doyle ผู้กำกับภาพชื่อดังร่วมเป็นที่ปรึกษาพิเศษ
(ทั้งคู่เคยร่วมมือกันในฐานะ ผู้กำกับภาพให้กับหนังของหว่องกาไวเรื่อง
Chungking Express ของหว่องกาไว)
ถ้าถามว่า Infernal Affairs จะสามารถเปลี่ยนแปลงสถานภาพตัวเองจากหนังฮิตประจำปี
กลายเป็นหนังคลาสสิคอย่างที่ A Bettor Tomorrow (โหด เลว ดี)
หรือหนังเรื่องอื่นๆ ทำ ได้หรือไม่ ตอนนี้ยังคงตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่ตอบได้ตอนนี้ก็คือ
ความเป็นซุปเปอร์สตาร์ของดาราอย่างหลิวเต๋อหัว และเหลียงเฉาเหว่ยนั้นเป็นของแท้แน่นอน
และหนังสามารถเปลี่ยนผู้กำกับสองคนจากผู้กำกับระดับน่าสนใจ กลายเป็นพี่เบิ้มของวงการในช่วงข้ามคืน
หนังเป็นการทำงานร่วมกันของผู้กำกับสองคนคือคือ Andrew Lau
ที่สร้างปรากฏการณ์มาแล้วกับหนังเรื่อง กู๋หว่าไจ๋ และฟงหวิ๋น
กับอีกคนคือ Alan Mak ผู้กำกับที่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักนัก
แต่ได้รับการจับตามองว่ากำลังจะเป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการหนังฮ่องกง
การร่วมงานกันกลับสร้างเคมีที่ยอดเยี่ยม ในส่วนผสมของงานพาณิชในแบบ
Andrew Lau และไอเดียใหม่ๆ ของ Alan Mak
ผู้กำกับ ที่รับหน้าที่เขียนบทด้วย อย่าง อลัน มัก บอกว่าเขาได้รับแรงบัลดาลใจในการสร้าง
Infernal Affairs มาจากหนังปี 98 ของจอห์น วู เรื่อง Face Off
ที่เล่าเรื่อง ของตำรวจ กับโจร ที่สลับหน้ากัน (ด้วยการผ่าตัด)
แต่อลัน มัก เองบอกว่าเขาไม่ชอบเพล็ตให้ตัวละครมาผ่าตัดเปลี่ยนหน้ากัน
เลยให้สลับบทบาทกันแทน
Infernal Affairs หรือในชื่อภาษากวางตุ้งว่า ส่วนชื่อจีนกลางคือ
อู๋เจียนเตา ชื่อทั้งหมดมีความหมายอย่างเดียวกัน นั้นก็คือ "นรกชั่วกัปชั่วกัล"
ผู้เขียนบทหนังเรื่อง Infernal Affairs มีพยายามที่จะตีความ
ความดี ความเลว และความทุกข์ ในรูปแบบที่ซับซ้อนมากกว่าธรรมดา
ประเด็นที่พูดถึงกันอย่างมากเกี่ยวกับ Infernal Affairs ก็คือการเมืองจีน
และฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับ ตัวตนของคนฮ่องกง ในช่วงปี
1997 เป็นช่วงที่อังกฤษต้องส่งผ่านจากปกครองของฮ่องกง จากอังกฤษ
สู่จีนแผ่นดินใหญ่ ตัวละครของ หลิวเต๋อหัว ก็คือภาพสะท้อนของคนฮ่องกงนั้นเอง
เป็นภาพของชายหนุ่มที่ตกอยู่ในภาพลวงตา นึก และอยากเป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น
ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับ คนฮ่องกงที่ตกอยู่ในภาพลวงตา แห่งประชาธิปไต
และอิสระภาพจอมปลอม แห่งความเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ แสวงหา และทะเยอทะยาน
ในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น และไม่เคยเป็น
เทียบในระหว่างหนังอาญากรรมด้วยกัน แล้วก็ต้องถือว่า Infernal
Affairs สร้างความสลักซับซ้อนขึ้นมาในระดับที่ไม่ธรรมดาเลย และถึงแม้จะมีเนื้อหาที่ซับซ้อน
แต่ Infernal Affairs ก็วางตัวเองไว้ในฐานะหนังพาณิชย์เรื่องหนึ่ง
ที่มีความเป็นมิตรกับคนดูสูงมากๆ กล่าวคือเป็นงานที่ดูสนุก และมีเนื้อหายอดเยี่ยม
เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังฮ่องกงที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดการก็ว่าได้
Credits
บริษัทผู้สร้าง - Basic Pictures
กำกับ - Andrew Lau Wai-Keung, Alan Mak Siu-Fai
อำนวยการสร้าง - Andrew Lau Wai-Keung
บทภาพยนตร์ - Alan Mak Siu-Fai, Felix Chong
Man Keung
กำกับภาพ - Andrew Lau Wai-Keung, Lai Yiu
Fai
ตัดต่อ - Danny Pang Fat, Pang Ching Hay
ดนตรีประกอบ - Comfort Chan Kwong-Wing
กำกับศิลป์ - Choo Sung-Bong, Wong Jing Jing
กำกับคิวบู๊ - Deon Lam Dik-On
แสดงนำ - Tony Leung Chiu-Wai, Andy Lau Tak-Wah,
Anthony Wong Chau-Sang, Eric Tsang Chi-Wai, Sammi Cheng Sau-Man,
Kelly Chen, Elva Hsiao, Chapman To Man-Chat, Gordon Lam Ka-Tung,
Edison Chen, Shawn Yu Man-Lok, Berg Ng Ting-Yip, Wan Chi-Keung,
Dion Lam Dik-On, Tony Ho Wah-Chiu, Yuen Wai-Ho |