มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่?
ยูโฟส์ในประวัติศาสตร์
การเผชิญหน้าอย่างใกล้ชิด

 

 
ยูโฟส์ในประวัติศาสตร

เป็นไปได้ว่าไหมว่า ยูโฟส์ เคยมาเยือนโลกนับเป็นพันๆ ปีล่วงมาแล้วจากตำนานสัญลักษณ์เครื่องหมายต่างๆ และ สิ่งต่างๆ และสิ่งน่าตื่นเต้นที่เหลือรอดมาจากวันเวลาก่อนประวัติศาสตร์ ถูกจดบันทึกไว้และเสนอว่าคนยุคโบราณมี ความรู้ซึ่งสูญหายและตกทอดมาไม่ถึงเราและยังเสนอว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตจากโลกอื่นๆ มาเป็นครูเป็นพระเจ้าและแม้ แต่เป็นบรรพบุรุษของอารยธรรมยุคก่อน

ที่นาซก้า ในเปรู อเมริกาใต้ที่ราบเหนือระดับน้ำทะเล 400 เมตรถูกถางเป็นทางกว้างตรงยาวเกือบ 8 กิโลเมตรเมื่อ มองจากอากาศแล้วจะดูคล้ายกับสนามบินที่ยูโฟส์อาจจะใช้เป็นที่จอดนานมาแล้ว คุณอาจจะเปรียบเทียบกับผิวพื้น ของสนามบินฮีทโรว์ของอังกฤษดูก็ได้ การก่อสร้างทางวิ่งเป็นไปอย่างง่ายมาก เพียงแค่ตัดหญ้าบนพื้นผิวหินออก เท่านั้น มันอาจจะเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ยุคแรกๆ แต่ดูไม่เหมือนกับการก่อสร้างที่ต้องอาศัยเทคโนโลยี ของยูโฟส์ช่วยเลย

มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่?

ปัญหาที่นักดาราศาตร์คิดกันมากนานแล้วคือ นอกจากโลกแล้วจะยังมีชีวิตอื่นอยู่บนดาวดวงอื่นอีกหรือไม่เพราะโลกของเรา เป็นเพียง ดาวเคราะห์ดวงเล็กๆ ดวงหนึ่งที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ซึ่งถือว่าเป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่งในแกแลคซี่ทางช้างเผือกเท่า นั้นแล้วกาแลคซี่นี้ยัง มีดาวฤกษ์อีกหนึ่งแสนล้านดวงแม้นักดาราศาสตร์จะยังให้คำตอบไม่ได้ว่าดาวฤกษ์ในกาแลคซี่ทางช้าง เผือกนับแสนล้านดวงนั้นจะมี ดาวเคราะห์เป็นบริวารทุกดวงเหมือนดวงอาทิตย์หรือไม่ เพราะไม่สามารถจะมองเห็นได้ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ดาวฤกษ์เหล่านั้นไม่มี ดาวเคราะห์เป็นบริวาร สมมติว่าดาวฤกษ์เกือบทุกดวงมีดาวเคราะห์เป็นบริวาร จะมีดาวเคราะห์สักกี่ดวงที่ตั้งอยู่ในจุดที่เหมาะสมที่จะ อุบัติสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้ นี้เรามองเพียงกาแลคซี่ทางช้างเผือกเพียงแกแลคซี่เดียวเท่านั้นแล้วยังมีกาแลคซี่อื่นๆ อีกจำนวนนับพันล้านแก แลคซี่ ซึ่งแต่ละแกแลคซี่จะประกอบด้วยดาวฤกษ์นับพันล้านดวงดวงดาวจำนวนมหาศาลเหล่านั้นจะไม่มีสักดวงหรือที่มีดาว   เคราะห์เป็นบริวารของดาวฤกษ์เหล่านั้นจะไม่มีสักดวงหรือ ที่จะมีสิ่งชีวิตกำเนิดอยู่มนุษย์โลกกำลังหาคำตอบอยู่ แต่มันยากที่จะตอบคำถาม ได้เพราะดวงดาวเหล่านั้นอยู่ไกลมากบางดวงอาจอยู่ห่างจากเรานับล้านปีแสง

อย่างไรก็ตามการที่จะมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ของดาวฤกษ์แต่ละดวงนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ ประการเช่น

1.  ดาวเคราะห์นั้นจะต้องโคจรรอบดาวฤกษ์ ในขอบเขตที่ทำให้ได้รับรังสีพลังงาน มีอุณหภูมิพอเหมาะต่อ       การดำเนินชีวิต  ไม่ร้อนหรือเย็น จนเกินไป

2.  ดาวเคราะห์นั้นจะต้องมีมวลมากพอที่จะดึงดูดบรรยากาศและน้ำเอาไว้บรรยากาศนั้นเอาไว้ป้องกันอันตราย จากรังสีที่ส่องมาจากดาวฤกษ์โดยตรง และน้ำนั้นนับเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดอย่างหนึ่งของสิ่งมีชีวิต

3.  ดาวฤกษ์ดวงนั้นจะต้องให้ความสว่างและความอบอุ่นอย่างสม่ำเสมอ เป็นระยะเวลานานพอสมควรต่อ                    ดาวเคราะห์ เพื่อจะให้มีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้เช่นโลกของเรากว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้นั้นมี วิวัฒนาการจากสารอนินทรีย์ใช้เวลาประมาณ 3 พัน ล้านปีกว่าจะให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตได้ ดาวฤกษ์ของโลกคือ ดวงอาทิตย์ ก็แผ่รังสีอย่างสม่ำเสมอตลอดมา

ในระบบสุริยะมีดาวเคราะห์เพียง 3 ดวงเท่านั้นที่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ คือ ดาวศุกร์ ดาวอังการและโลก ส่วนดาวเคราะห์นอกนั้น ไม่มีสิ่ง มีชีวิตแน่เพราะดาวพุธนั้นอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เกินไป ร้อนจัด ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวเนปจูน ดาวยูเรนัสและดาวพลูโต อยู่ไกลมาก และเย็นจัดมีพื้นผิวไม่ใช่ของแข็ง ยกเว้นดาวพลูโต แต่จากการสำรวจของยานอวกาศที่ไปสำรวจดาวศุกร์ ดาวอังคาร ก็ให้คำตอบว่า ไม่พบสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวเหล่านี้ อย่างไรก็ตามนักดาราศาสตร์ยังเชื่อว่าอาจมีดาวเคราะห์ดวงอื่นของดาวฤกษ์จำนวนมากที่มีชีวิตอาจ จะอุบัติขึ้นและเจริญเทียบเท่ากับมนุษย์บนโลกนี้ หรืออาจเจริญกว่านับพันๆ เท่าก็ได้ดังนั้นนักดาราศาสตร์จึงพยายามติดต่อกับมนุษย์ จากดาวดวงอื่นโดยการส่งคลื่นวิทยุออกไปปัญหามีอยู่ว่าถ้ามีมนุษย์อยู่บนดาวดวงอื่นจริงๆ ทำอย่างไร เขาถึงจะเข้าใจสัญญาณของ เราที่ส่งไปและเราจะส่งสัญญาณไปดาวดวงไหนเพราะดาวมีมากเหลือเกิน อาจไม่แน่เหมือนกันในขณะที่เรากำลังค้นหามนุษย์ต่าง ดาวอยู่นั้น พวกเขาก็อาจกำลังค้นหาเราอยู่ก็เป็นไปได้จากความลึกลับของจักรวาลคงได้รับการเปิดเผยไปเรื่อยๆ

การเผชิญหน้าอย่างใกล้ชิด

ในปี ค.ศ.1964 โครงการสมุดสีน้ำเงินได้บันทึกเหตุการณ์พบเห็นยูโฟส์ ชนิดใหม่คือ การพบเห็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลอนนีย์ ซาโมร่า กำลังไล่ตามรถที่ขับรถเร็วเกินกำหนดไปตามหุบเขาในทะเลทรายใกล้เมืองโซโคร์ โรเขาถูกทำให้เขาด้วยเสียงคำรามและเปลงไฟสีน้ำเงิน ในท้องฟ้าเบื้องหน้าของเขาเมื่อเขาเข้าไปไกลเขาเห็นวัตถุสี เงินรูปไข่อยู่บนขาตั้ง 4 ขามีลักษณะสีแดงเป็นเครื่องหมายสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ขนาดเล็ก 2 ร่างในชุดสีขาวคล้ายกัน ทั้งหมดเคลื่อนไหวอยู่รอบๆ วัตถุนั้นๆ ซาโมร่าเดินเข้าไปหาด้วยความคิดว่าอาจจะมีอะไรให้เขาช่วยเหลือแต่เมื่อทั้ง สองร่างนั้นพบเขาก็ตกใจ และกระโดดกลับเข้าไปในยานลึกลับของพวกเขา แล้วซาโมร่าก็ได้ยินเสียงคำรามที่ดังขึ้น เปลงไฟสีน้ำเงินสุกใสลุกวาบออกมาจากใต้ยานและตำรวจที่กำลังตกใจคนนั้นก็รีบหันหลังกลับและวิ่งหนีขณะที่ยาน นั้นเริ่มยกตัวลอยขึ้นในอากาศ

โลกอัศจรรย์ของยูโฟส์

 


Hosted by www.Geocities.ws

1