เรื่องราวของยูโฟส์คล้ายกับนิทานของชาวประมงอาจจะขยายใหญ่โตในการล่า
แต่แม้ว่ามันจะมีส่วนจริงอยู่บ้างมันก็
ยังคงเสนอว่าเกิดมีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นในโลก
นักวิจัยยูโฟส์
ชาวฝรั่งเศล ฌอง บิเด่ห์
พบภาพนี้ติดไว้ที่กระจกหน้ารถ
ของเขา
มีบันทึกอธิบายว่าภาพถ่ายใกล้กับเมืองอัลบิสค์ในเทือกเขา
Vosges ในฝรั่งเศส เวลา 23.30 น.วันที่
23 มีนาคม 1974
โดยพยานที่ยืนยันได้ทิ้งเป็นบัตรสนเท่ห์เอาไว้ว่า
เขาเป็นนายแพทย์พบเห็นจากบินในขณะขับรถกลับ
บ้านในตอนดึกใปตามถนนรถร้างในชนบทภายหลังจากการตรวจเยี่ยมคนไข้แท่งเรือแสงสีขาว
4 แท่งที่ฐานของยาน
คิดว่าเป็นรังสีแสงหรือเฟืองสำหรับลงจอดแม้ว่าเขาจะเป็นพยานคนเดียวที่ถ่ายภาพนั้นไว้
นายแพทย์ผู้ไม่ยอมเปิดเผย
นามท่านนี้ก็ไม่ได้เป็นคนที่เห็นจานบินนี้คนเดียวยานคล้ายกันนี้ได้มีการรายงาน
จากหมู่บ้านใกล้ๆ
ของทิลโล่ห์ และ ประมาณ 300
กิโลเมตรห่างจากหมู่บ้านสวิสของทาเวอร์น่า
เฉพาะในสวีเดนมีรายงานเกี่ยวกับยูโฟส์ถึง
1000 ชิ้นใน ค.ศ.1946
ส่วนใหญ่ของรายงานเกี่ยวกับวัตถุรูปร่าง
คล้ายกับจรวดซึ่งไม่เคยระบุมาก่อนยูโฟส์มักถูกพบเห็นระหว่าง
เวลา 21.00 - 22.30 น.
จากการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะที่จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อมกราคม
1974 แสดงว่ามาก กว่า 1 ใน 10
ของผู้ที่ถูกถามคำถามอ้างว่าเคยเห็นยูโฟส์

การบันทึกความเร็วของยูโฟส์ทำขึ้นกับจานบินที่เหนืออเมริกาใต้ในเดือนมกราคม
1977
คำนวณความเร็วได้ประมาณ
28,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความเร็วเดียวกันกับดาวเทียมที่โคจรรอบโลก
ฤดูไม้ใบร่วง ค.ศ.1967
ผู้บังคับบัญชาการเรือ
คานาดาถูกปลูกโดยวัตถุที่มีแสงหลากหลายซึ่งบินอยู่เหนือ
แอตแลนติคเหนือมันร่อนพร้อมกับเสียงหวีดดังลงในทะเล
แต่เมื่อคณะสำรวจมาถึงไม่พบหลักฐานอะไรลอยอยู่ในน้ำและนักดำน้ำลงสำรวจท้องทะเลก็ไม่พบซากปรับหักพังแต่
อย่างใด เมื่อ 16 มิถุนายน 1963
พอล วิลล่า
ได้รับข่าวสารจากอวกาศสิ่งมีชีวิตที่ติดต่อกับเขารู้วิธีการใช้วิทยุและระบบ
โทรศัพท์ของโลกและพอล
วิลล่า
อ้างว่าพวกต่างดาวเลือกเขาให้พอลไปที่ๆ
ห่างจาก อัลนูเควคิว
นิวเม็กซิโก 15 ไมล์ เวลา 14.00
น.
ของวันนั้นจะสามารถถ่ายภาพยานอวกาศของพวกเขาในขณะร่อนลงจอดได้
พอลทำตามนั้นและถ่าย
ภาพได้ 7 ภาพใน 1
ภาพเหล่านั้น
คือภาพที่แสดงไว้นี้
เมื่อจานบินร่อนลงจอด พอล
วิลล่า ใช้เวลาประมาณ 1
ชั่วโมง ครึ่ง
พูดคุยกับสิ่งมีชีวิตที่ติดต่อเขามา
พวกเขามีทั้งชายและหญิง
คล้ายมนุษย์แต่ดูมีความก้าวหน้ามากกว่า
และสวยมาก
สหรัฐอเมริกา
เมดิสันวิลล์
เที่ยวบินสุดท้ายของแมนเทล
วันที่ 7 มกราคม 1948
ผู้คนนับร้อยพบเห็นวัตถุขนาดใหญ่บนท้องฟ้าเหนือ
เคนตัคกี้ สหรัฐอเมริกา
และเครื่องบิน P-51 มัสแต็ง 3
ลำถูกส่งขึ้นตรวจสอบเวลาผ่านไปไม่กี่นาที
หนึ่งใน 3 นักบิน โธมัส
แมนเทล วิทยุรายงานว่า "ดูน่าจะเป็นโลหะ"
นักบินอีก 2
คนเลิกไล่ตามแต่แมนเทลตัดสินใจที่จะติดตามต่อไปเขา
พยายามไปถึง 9,000 เมตร
แต่สัญญาณวิทยุได้ขาดหายไปทันที
วันต่อมาได้ค้นพบเครื่องบินของแมนเทลยับเยินอยู่
ห่างออกไป 135 กิโลเมตร
หนังสือพิมพ์รายงานว่า
แมนเทลถือเป็น "เหยื่อ"
ของยูโฟส์รายแรกที่เคยมีมา

ยูโฟส์เหนือเกาะอังกฤษ
สถาที่
ซัฟโฟล์ค ประเทศอังกฤษ
วันที่ 13 สิงหาคม 1956 เวลา 21.30
น.
เรื่องนี้ถือเป็นการมองเห็นยูโฟส์ที่
"คลาสสิค"
มากเรื่องหนึ่งวัตถุหลายชิ้นถูกพบเห็นโดยพยานบุคคลมากมายและ
ตรวจพบในจอเรดาร์ด้วยยังคงอธิบายไม่ได้ว่ายูโฟส์ลำแรกพบโดย
พนักงานเรดาร์ที่เบนท์วอเตอรส์
ซึ่งเป็นฐานบิน
ทางตะวันออกของอังกฤษเรดาร์จับสัญญาณได้ว่าอยู่ไกลออกไปไม่ถึง
50 กิโลเมตร
ความเร็วของยูโฟส์ที่คำนวณได้
สูงกว่า 8,000
กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เร็วมากจนน่าจะเกิดเสียงดังโครม
เมื่อบินเร็วเท่าความเร็วเสียง
ที่เรียกกันว่า "โซนิค
บูม" แต่ยานยูโฟส์นั้นบินผ่านไปโดยปราศจากเสียงดังแม้แต่น้อย

มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่