

สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ
จอมพลสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ (ในรัชกาลที่ 6) เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2425 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 40 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ
เมื่อเจริญพระชันษาได้ทรงเสด็จไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2439 โดยมีนายพุ่มสาคร ติดตามได้ศึกษาด้วย ทรงสอบได้ที่ 1 และทางโรงเรียนทรงจารึกพระนามไว้ที่ฝาผนังของโรงเรียน เมื่อจบการศึกษาแล้วทรงเข้ารับราชการประจำทหารม้าฮุซซาร์ททหารรักษาพระองค์
ในปี พ.ศ.2446 ทรงเสด็จกลับประเทศไทย เป็นนายทหารประจำกรมทหารราบที่ 1รักษาพระองค์ กรุงเทพฯ ต่อมาทรงเสด็จไปศึกษาวิชาเสนาธิการทหารที่รัสเซีย ในปีพ.ศ.2448 พระองค์ทรงมีความรักกับสตรีคนหนึ่งชื่อ “คัทธรินเคสนิตสกี” ซึ่งเป็นธิดาของผู้พิพากษาศาลสูงของแคว้นลุตซ์ พระองค์ได้อภิเษกสมรสตามประเพณีรัสเซียอย่างเงียบๆ โดยมิได้กราบบังคมทูลให้พระราชบิดาทราบ (ในชั้นแรกรัชกาลที่ 5 ไม่ทรงพอพระทัย จึงได้ให้พระชายาพักอยู่ที่สิงคโปร์) เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีจึงได้รับมาอยู่ที่ประเทศไทย มีพระโอรสองค์หนึ่ง คือ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เมื่อพระโอรสมีพระชนมายุได้ 12 ปี ทรงหย่าขาดจากพระชายา ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงเป็นพลตรี ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงเป็นพลโท ตำแหน่งเสนาธิการทหารบก พระองค์ทรงปรับปรุงกิจการทหารดี ทรงเป็นจอมพลเมื่อ 30 ธันวาคม2460 และได้ทรงตั้งค่ายเมื่อ 14 ตุลาคม 2462 ภายหลังต่อมาพระองค์ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิง ชวลิต อย่างลับๆ เพราะไม่ทรงอนุญาต อาจจะเป็นการผิดมณเฑียรบาล พระองค์จึงได้ทรงลาออก จากทหารและเชื้อพระวงศ์ แต่ไม่ทรงอนุญาตอีกเพียงแต่ให้ลาพักผ่อน 6 เดือน พระองค์ได้ทรงเสด็จพักผ่อนที่สิงค์โปร์กับหม่อมเจ้าหญิง ชวลิต พระองค์ทรงประชวรโรคปอดอักเสบมีอาการทรุดลง ก็เสด็จทิวงคต ณเมืองสิงคโปร์เมื่อ 13 มิถุนายน 2463 เวลา 13.35 น. มีพระชนพรรษาได้ 38 พรรษา ทางราชการได้นำพระศพมาถวายพระเพลิงที่กรุงเทพฯ ในวิถีชีวิตของพระองค์ทรงเป็นผู้ทำงานด้วยความจริงจัง เป็นบุคคลที่ควรเทิดทูนในการเสียสละทุกอย่าง แม้แต่ทรงลาออกจากราชการทหาร และทรงลาออกจากเชื้อพระวงศ์ แต่รัชกาลที่ 6 ไม่ทรงอนุญาต สาเหตุที่พระองค์จะลาออก ก็คือพระองค์มิได้ทรงอภิเษกสมรสถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล ซึ่งเป็นรังเกียจของเชื้อพระวงศ์