|
แอลคีลเกิดปฏิกิริยาเคมีแตกต่างไปจากแอลเคนมาก
แอลเคนเป็นสารประกอบที่เฉื่อย เกิดปฏิกิริยาเคมีได้เพียงไม่กี่ปฏิกิริยา
ที่สำคัญได้แก่ปฏิกิริยาการแทนที่
ส่วนแอลคีนนั้นมีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยาสูง แอลคีนมีพันธะคู่
และมีส่วนที่เป็นโมเลกุลที่เป็นหมู่แอลีคนอิ่มตัว ( ยกเว้น เอทิลีน
ซึ่งมีแต่พันธะคู่เท่านั้น ) ดังนั้น ปฏิกิริยาของแอลคีนจึงแบ่งได้เป็น 2
ประเภทใหญ่ๆ คือ ปฏิกิริยาซึ่งเกิดที่พันธะคู่ และปฏิกิริยาการแทนที่
ซึ่งเกี่ยวข้องกับแอลคีนในโม
เลกุล
1.
ปฏิกิริยาการเติม ปฏิกิริยาการเติมเป็นปฏิกิริยาที่รีเอเจนต์
A-B เติมลงไปที่ปลายทั้ง 2 ข้างของพันธะคู่แล้ว
เกิดผลผลิตเก็นสารประกอบอิ่มตัว
ซึ่งประกอบด้วยอะตอมทุกอะตอมของตัวทำปฏิกิริยาทั้งสองตัว
ปฏิกิริยาเติมเต็มแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ
เช่น ก.
ปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนโดยใช้ตัวเร่ง ( Catalytic hydrogenation
) ข.
ปฏิกิริยาการเติมแฮโลเจน
(Halogenation) ค.
ปฏิกิริยาเติมกรด ง.
ปฏิกิริยาการเติม HOX หรือการเกิดฮาโลไฮดริน (Halohydrin formation)
2.
ปฏิกิริยาออกซิเดชัน แอลคีนสามารถถูกออกซิไดส์ที่พันธะคู่ได้หลายได้หลายแบบขึ้นอยู่กับชนิดของตัวออกซิไดส์
และสภาวะของปฏิกิริยา
เช่น ก.
การเกิดไกลคอล ข.
ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นทีเกิดขึ้นในสภาวะที่รุนแรง ค.
การแยกสลายด้วยโอโซน (
Ozonolysis)
3.
การเกิดพอลิเมอร์
สมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของแอลคีน
คือ ความสามารถในการสร้างโมเลกุลขนาดยักษ์ เรียกว่า พอลิเมอร์ (Polymer)
คำนี้มาจากภาษกรีก Poly แปลว่า มาก และ meros แปลว่าส่วนหรือหน่วย
การเกิดพอลิเมอร์เป็นกระบวนการที่มีโมเลกุลเล็กๆ เรียกว่า มอนอเมอร์
(monomer) เกิดปฏิกิริยารวมตัวกันเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ หรือ พอลิเมอร์ เช่น
การเกิดพอลิเมอร์ของเอทิลีน
เมื่อให้ความร้อนแก่เอทิลีนโดยมีตัวเร่งที่เหมาะสมจะเกิดพอลิเมอร์ที่เรียกว่า
พอลิเอทิลีน
4.
ปฏิกิริยาการแทนที่ ปฏิกิริยาของแอลคีนที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นล้วนเกิดขึ้นที่พันธะคู่ของแอลคีนทั้งสิ้น
นอกจากพันธะคู่แล้ว แอลคีน (ยกเว้น เอทีลีน ) ยังประกอบด้วยหมู่แอลคีนอิ่มตัว
ดังนั้นจึงคาดหมายได้ว่า หมู่แอลคีนอิ่มตัวนี้ เกิดปฏิกิริยาการแทนที่
และมีกลไกเป็นแบบอนุมูลอิสระเช่นเดียวกับแอลเคน
|