Night   Photography
Up ]

 

การถ่ายภาพการเคลื่อนของดาว

645   บอกวิธีการถ่ายภาพการเคลื่อนของดาว

        ภาพถ่ายดาวที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นภาพกลุ่มดาวเคลื่อนที่เป็นเส้นยาวบนท้องฟ้า   แต่นอกเหนือจากภาพในลักษณะดังกล่าวนักถ่ายภาพสามารถถ่ายภาพให้แตกต่างจากที่เคยเห็นมาได้   โดยเลือกถ่ายภาพเฉพาะบางกลุ่มดาวแล้วเปลี่ยนระยะโฟกัสขณะที่กำลังบันทึกภาพ   ซึ่งภาพที่ได้นั้นจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในการเปลี่ยนระยะโฟกัส   และเวลาที่ใช้ในการบันทึกภาพทั้งหมด

        วิธีการง่าย ๆ คือ   เปลี่ยนระยะโฟกัส 6 ครั้งแต่ละครั้งห่างกัน 5 นาที   ภาพที่ได้จะมีลักษณะของกลุ่มดาวที่แตกต่างกันตามระยะโฟกัสที่เปลี่ยนไป

        วิธีที่ 2 ใช้เวลาบันทึกภาพ 40 – 50 นาที   โดยเปลี่ยนระยะโฟกัสทุก 30 นาที   จะทำให้ภาพดาวมีลักษณะคล้ายดาวหาง ส่วนการโฟกัสจะเริ่มจากที่ระยะอินฟินิตี้หรือระยะใกล้สุดขึ้นอยู่กับผลที่ตอ้งการให้ปรากในภาพ

        ใน   Southern  Hemisphere   กลุ่มดาวจะเคลื่อนที่ตามเข็มนาฬิการอบ ๆ  Sout h  Celestial  Pole   การถ่ายภาพเริ่มจากระยะโฟกัสที่   Out  จนถึงอินฟินิตี้   ซึ่งทำให้ภาพที่ปรากฏในลักษณะดาวหางจะเคลื่อนที่จากซ้ายไปขวา   แต่หากบันทึกภาพในซีกโลกเหนือการเคลื่อนที่จะกลับกัน

        กลุ่มดาวที่เด่นที่เด่นสามารถเห็นและจำแนกได้ง่ายคือ   ซึ่งคนทั่วไปมักจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว   เหมาะอย่างยิ่งสำหรับถ่ายภาพด้วยวิะเปลี่ยนระยะโฟกัสโดยควรลองเริ่มใช้รูรับแสง   F/2.8  กับฟิล์ม ISO100    แต่ควรระวังอย่าใช้เวลาในการบันทึกภาพนานเกิน ไปและควรแน่ใจว่าระยะโฟกัสที่เปลี่ยนนั้น   ถูกต้องโดยใช้ไฟฉายส่องดูที่สเกลโฟกัสของเลนส์ได้แต่ต้องระวังไม่ให้แสงจากไฟฅฉายส่องเข้าไปที่หน้าเลนส์   ภาพในลักษณะนี้ควรจะให้มีฉากหน้าเป็นองค์ประกอบต่างๆ อยู่ด้วย   และเมื่อองค์ประกอบอยู่ในระยะโฟกัสก็ให้แสงเข้าไปเพื่อให้มีรายละเอียด

        การถ่ายภาพกลางคืนหลายครั้ง   ควรจะให้แสงไปที่ฉากหน้าแล้วให้กล้องบันทึกแสงไปเรื่อย ๆ จนอาจจะนานถึง 10 ช.ม.   ซึ่งทำให้ท้องฟ้าในภาพไม่มืดและมีดาวเคลื่อนที่เป็นเส้นไม่ให้ภาพดูโล่ง   แต่การเปิดรับแสงเป้ฯเวลานานๆ   ควรเลือกคือที่ดวงจันทร์มีขนาดไม่ใหญ่   เพื่อไม่ให้ภาพโอเวอร์และดาวกับท้องฟ้าในภาพมีคอนทราสต์ที่ดี

        โดยทั่วไปขนาดรูรับแสงที่ควรใช้อยู่ที่ประมาณ   F/5.6 – 2.8   ส่วนระยะเวลาในการให้แสงไปที่ฉากหน้าขึ้นอยู่กับขนาดรูรับแสงที่เลือกใช้

        เมื่อถ่ายภาพโดยใช้แสงจันทร์ควรใช้แสงอื่นเสริมเข้าไปในภาพด้วยเช่น   องค์ประกอบ์ที่เป็นฉากหน้าที่ไม่ใหญ่มาก   ควรจะใช้แสงแฟลชเสริมเข้าไป   แต่หากองค์ประกอบมีขนาดใหญ่ควรจะใช้แสงไฟสปอตไลต์   วิธี้นี้จะทำให้ภาพในส่วนที่ได้รับแสงจากแฟลชหรือสปอตไลต์แตกต่างจากพื้นที่ในภาพที่ได้รับแสงจากดวงจันทร์

 

P37_1.jpg (125562 bytes)                                   P37_3.jpg (13721 bytes)

 

                ภาพทั้ง 2 ภาพ เป็นภาพของต้น  White  Cypress  Pine   ที่  Kuyanba  Conservation  Reserve  ใกล้    Alice  Springs   ถูกถ่ายในช่วงเวลาและเทคนิคที่แตกต่างกัน   ทั้งสองภาพใช้ฟิล์ม Ektachrome 100 Plus   EPP   ภาพใหญ่ถ่ายในคืนที่มืดสนิทใช้เวลา 9 ชั่วโมง 45 นาที   ในตอนแรกโฟกัสที่ต้นไม้และก้อนหิน   ใช้รูรับแสง f/5.6 เพื่อบันทึกแสงแฟลช   แล้วจึงเปลี่ยนมาใช้ f/2.8 พร้อมกับโฟกัสไปที่อินฟินิตี้เพื่อบันทึกการเคลื่อนที่ของดาว   แฟลชที่ใช้คือ  Nikon  SB - 24   เปิดเต็มกำลังตั้งซูมแฟลชที่ 24 มม.   ให้แสงแฟลชจากด้านซ้ายไปที่ต้นไม้และก้อนหิน   ส่วนอื่นๆ ของต้นไม้ตั้งซูมแฟลชที่ 85 มม.   ให้แสงแฟลชทางด้านขวา   เมื่อเปรียบเทียบกับภาพบนใช้เวลาบันทึกภาพน้อยกว่ามีทั้งแสงจันทร์และแสงแฟลชที่ต้นไม้เป็นส่วนประกอบในภาพ

 

 

ฟิล์มถ่ายภาพดาว ] เลือกองค์ประกอบถ่ายภาพดาว ] วงโคจรของดวงจันทร์ ] [ การเคลื่อนที่ของดาว ] การใช้แสงกับภาพกลางคืน ] ปัญหาของการถ่ายภาพกลางคืน ] แบบฝึกหัดถ่ายภาพดาว ]

Back Next

ผู้จัดทำ   นายเฉลิมพล  สุขเกษม  รหัส   42064508 

นางรุ่งระวี   สินธุรัตน์  รหัส  42064516

นักศึกษาปริญญาโท   คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

สาขาเทคโนโลยีการศึกษาทางการอาชีวะและเทคนิคศึกษา

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

Hosted by www.Geocities.ws

1