|
Night
Photography
|
|
การใช้แสงกับภาพกลางคืน 646 อธิบายการใช้แสงกับภาพกลางคืน แสงแฟลชเหมาะสำหรับองค์ประกอบที่มีขนาดเล็กอย่างต้นไม้ สิ่งก่อสร้าง หรือก้อนหินแต่เมื่อมีองค์ประกอบใหญ่ ๆ กำลังไฟของแฟลชจะไม่เพียงพอ ให้ใช้สปอตไลต์ขนาดไม่ใหญ่กำลังไฟ 12 โวลต์ 100 วัตต์ ซึ่งสามารถใช้มือถือได้โดยต่อกับแบตเตอรี่ของรถมอเตอร์ไซด โดยค่อยๆ ไล่แสงช้าๆ ไปตามซัปเจ็คท์เป็นเวลานานเท่าไรก็ได้ตามต้องการ เมื่อใช้แฟลช ควรแยกแฟลชออกจากกล้องแล้วเดินไปยิงแสงแฟลชที่ใกล้ๆ องค์ประกอบซึ่งการใช้แฟลชจะไม่มีปัญหาเรื่องซิงค์แฟลชเพระาเปิดซัตเตอร์ค้างไว้เป็นเวลานาน ส่วนใดขององค์ประกอบที่ต้องการเน้นเขาจะให้แสงเข้าไป มากกว่าส่วนอื่น ซึ่งวิธีการแบบนี้จะทำให้องค์ประกอบ์ดูมีมิติ ไม่แบนเหมื่อนยิงแฟลชจากฮอทชูกล้องรวมทั้งฉากหน้าโอเวอร์ที่มักพบเมื่อใช้แฟลชติดบนกล้องก็หมดไป สิ่งที่ควรอย่างมากในการเข้าไปยิงแสงแฟลชสู้กับองค์ประกอบคือ ตำแหน่งของนักถ่ายภาพเพราะหากเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของภาพจะปรากฏเป็นเงาคนในภาพหรือบางครั้งอาจจะบังองค์ประกอบ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ พยายามอย่าเข้าๆไปอยู่ในพื้นที่ที่บันทึกภาพ รวมทั้งระวังอย่าให้แสงจากแฟลชเข้าสู่เลนส์ตรงๆ การวางแผนการทำงานตั้งแต่ตอนกลางวันจะช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้นโดยลองนำกล้องไปตั้งแล้วเล็งมุมที่ต้องการถ่ายภาพ หาจุดที่จะยิงแสงแฟลชแล้วจำหรือทำเครื่องหมายไว้ จากนั้นจึงคิดว่าจะให้แสงแฟลชในแต่ละจุดกี่ครั้ง หากองค์ประกอบอยู่ในส่วนกลางของภาพก็อาจเดินเข้าไปให้แสงแฟลชได้แต่ต้องไม่หยุดนิ่งนานจนกล้องบันทึกตัวคนเข้าไปด้วย และต้องแน่ใจว่าไม่มีแสงจากสิ่งใดส่องเข้าไปในพื้นที่ของภาพขณะที่เดินเข้าไปแม้แต่แสงยืนยันกำลังแฟลช คู่มือของแฟลชทุกตัวจะระบุไกด์นัมเบอร์ของแฟลชซึ่งมักจะเหมาะสำหรับใช้กับงาน Indoor มากกว่า Outdoor ในการใช้แฟลชกับงาน Outdoor ไกด์นัมเบอร์สามารถนำมาใช้ให้ประโยชน์ได้เกี่ยวกับเรื่องโทนสีขององค์ประกอบและผลพิเศษบางอย่าง ควรจะเปิดรูรับแสงมากหรือน้อยกว่าปกติ 1 หรือ 1/2 สตอป ตามสีขององค์ประกอบหรือเพื่อลดแสงสะท้อนขององค์ประกอบ มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อให้แสงไปยังต้นไม้ในตอนกลางคืนคือ กิ่งและใบไม้ที่ปรากฏในตำแหน่งแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละครั้งที่ใช้แสงแฟลช และสีของต้นไม้แต่ละชนิดที่แตกต่างกันไปจึงต้องมีการคำนวณกำลังของแฟลชที่ใช้อย่างระมัดระวัง อีกสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อใช้แฟลชให้แสงไปยังต้นไม้คือ สังเกตส่วนที่อยู่ด้านล่างของต้นไม้ด้วยว่าได้รับแสงหรือเปล่า หากไม่ได้รับแสงก็ควรให้แสงแฟลชไปยังบริเวณนั้นด้วย แสงจันทร์สามารถนำมาใช้เป็นแสงในการถ่ายภาพได้ ในบางครั้งผู้ดูภาพอาจจะไม่ทันสังเกตว่า ภาพนั้น ๆ ถูกถ่ายตอนกลางคืน แสงจันทร์เกินจากแสงอาทิตย์ที่สะท้อนไปที่พื้นผิวของดวงจันทร์แล้วสะท้อนมาที่โลกจึงไม่อาจทำหนดสีของแสงได้อย่างแน่นอนเหมือนแสงอาทิตย์ตอนกลางวัน แต่ก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสีของภาพที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง และสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมก็คือแสงจันทร์มีความสว่างน้อยกว่าแสงอาทิตย์มากเปรียบเทียบแล้ว เหมือนกับการเสียแสงประมาณ 20 สตอป ดังนั้นจึงต้องชดเชยเวลาการบันทึกภาพตามกฎแลกเปลี่ยนล้มเหลงไว้ด้วย
ภาพนี้ใช้ Nikon F4 เลนส์ 20 มม. ฟิล์ม Ektachrome EPP 100 Plus ตั้งรูรับแสง f/2.8 ใช้เวลา 15 นาทีบันทึกภาพในระหว่างที่บันทึกภาพใช้แฟลช Nikon SB-24 เปิดเต็มกำลัง ตั้งซูมแฟลชที่ 24 มม. เพื่อให้แสงที่ต้นไม้ทางซ้ายใกล้ๆ ส่วนต้นไม้ที่อยู่ใกล้ตั้งซูมแฟลชที่ 85 มม. ส่วนหน้าผาได้รับแสงจากดวงจันทร์ |
|
ผู้จัดทำ นายเฉลิมพล สุขเกษม รหัส 42064508 นางรุ่งระวี สินธุรัตน์ รหัส 42064516 นักศึกษาปริญญาโท คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาเทคโนโลยีการศึกษาทางการอาชีวะและเทคนิคศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง |