Lee Hom's Speech for GMA 2006


Lee Hom's Pix in Thailand (5-7 May 2006)


    

  2 Magazine in Thailand
 Click Here

 

 

 

 

LUST, CAUTION

ชื่อภาษาไทย : เล่ห์ราคะ

ประเภท : Drama / Romance / Thriller / War

เรทภาพยนตร์ : NC-17

วันที่เข้าฉาย : 22 พฤศจิกายน 2550

ความยาว : 157 นาที


สงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคที่เซี่ยงไฮ้ตกอยู่ใต้อำนาจการควบคุมของญี่ปุ่น หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง ได้รับมอบหมายภารกิจที่ไม่ธรรมดา  เพื่อฆ่าศัตรู... เธอ...ต้องใช้เล่ห์...ลวงหัวใจเขา และ...ลวงหัวใจเธอเอง    
     
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิซครั้งที่ 64 ผลงานล่าสุดของผู้กำกับรางวัลออสการ์ "อังลี่" จาก Brokeback Mountain และ ผู้สร้าง Crouching Tiger, Hidden Dragon และ Curse of the Golden Flower  

“Lust” is easy to avoid, but “Love” isn’t…

เ ข า แ ล ะ เ ธ อ เ วี ย น ว น อ ยู่ บ น เ ล่ ห์ แ ห่ ง ก ล ก า ม ...
แ ล ะ ค ว า ม รั ก ที่ ทั้ ง คู่ ไ ม่ อ า จ ห ลี ก พ้ น

บทเกริ่นนำจากผู้กำกับ

สำหรับผมแล้ว ไม่มีเรื่องราวไหนของชาง ไอหลิง (ไอลีน ชาง) ที่จะงดงามหรือทารุณเท่ากับ “Lust, Caution” เธอได้ขัดเกลาเรื่องราวนี้ปีแล้วปีเล่า เป็นสิบๆ ปี กลับไปเยือนมันอีกครั้งราวกับอาชญากรที่อาจจะหวนคืนสู่ที่เกิดเหตุ หรือราวกับเหยื่อที่จะนึกถึงเหตุทารุณที่เกิดขึ้น และบังเกิดความพึงพอใจขึ้นได้เพียงเพราะการจินตนาการถึงความเจ็บปวดนั้นอีกครั้งหนึ่ง ในการสร้าง “Lust, Caution” เราไม่เชิงว่า “ดัดแปลง” ผลงานของชาง เราปรับเปลี่ยนมันใหม่ เช่นเดียวกับที่ตัวละครของเธอปฏิบัติและปรับเปลี่ยนบทบาทของพวกเขา

ชางกล่าวถึงความรู้สึกของหวัง เจีย จีหลังจากการแสดงบนเวทีสมัยที่เธอยังเป็นสาวน้อย ความตื่นเต้นที่เธอรู้สึกหลังจากนั้น ความรู้สึกที่เธอแทบยับยั้งไว้ไม่อยู่ แม้กระทั่งหลังจากอาหารมื้อดึกกับเพื่อนๆ จากโรงละครและการขึ้นรถรางชั้นบน

ตอนที่ผมอ่านตรงนั้น จิตใจผมหวนรำลึกถึงประสบการณ์บนเวทีครั้งแรกของผม ย้อนกลับไปในปี 1973 ที่อคาเดมี ออฟ อาร์ตในไทเป ความตื่นเต้นอย่างเดียวกันตอนจบละครที่ผมเล่น มิตรภาพในยามค่ำคืน การเตร็ดเตร่แบบเดียวกัน ผมตระหนักได้ว่าประสบการณ์นั้นสำคัญต่องานของชางขนาดไหน และมันสามารถถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นภาพยนตร์ได้อย่างไร

เธอเข้าใจการเล่นละครและการเลียนแบบว่าเป็นสิ่งที่ทารุณโดยธรรมชาติ สัตว์ก็เหมือนตัวละครของเธอที่ใช้สิ่งอำพรางตัวเพื่อหลบเลี่ยงศัตรูและล่อเหยื่อของพวกมัน แต่การเลียนแบบและการแสดงยังเป็นวิธีที่เราในฐานะมนุษย์จะเปิดตัวเองเพื่อรับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่า รับเอาความผูกพันที่ไม่อาจบรรยายได้ รับความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า รับศิลปะ และความจริง


เรื่องย่อ

“Lust, Caution” เป็นผลงานใหม่จากอัง ลี ผู้กำกับเจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ดจาก “Brokeback Mountain” และ “Crouchin Tiger, Hidden Dragon” ทริลเลอร์สายลับอิโรติคที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับชะตากรรมของหญิงสาวธรรมดานางหนึ่ง สร้างขึ้นจากเรื่องสั้นโดยไอลีน ชาง นักเขียนที่ได้รับการยกย่องของจีนและนำแสดงโดยโทนี่ เหลียง ไอคอนแห่งโลกภาพยนตร์เอเชียและทัง เหว่ย นักแสดงหญิงหน้าใหม่

ในเซี่ยงไฮ้ ปี 1942 ช่วงที่สงครามโลกครั้งที่สองยังคงคุกรุ่น กองทัพญี่ปุ่นยังคงเข้ายึดครองเมืองต่างๆ ของจีนคุณนายมัค หญิงสาวผู้งามสง่า ได้เดินเข้าไปในคาเฟ่ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้น แล้วนั่งคอย เธอหวนนึกถึง...

...ว่าเรื่องราวของเธอเริ่มต้นอย่างไรเมื่อหลายปีก่อน ในจีน ปี 1938 จริงๆ แล้ว เธอไม่ใช่คุณนายมัค แต่เป็นหวัง เจีย จี (ทัง เหว่ย) สาวน้อยขี้อาย เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้น หวังถูกพ่อของเธอทิ้งหนีไปอังกฤษ เธอที่เป็นนักศึกษาจบใหม่ ได้พบกับเพื่อนนักศึกษา กวง ยู มิน (หวังลี่หง) กวงได้เริ่มก่อตั้งชุมนุมละครขึ้นเพื่อปลุกระดมความรักชาติ หวัง ซึ่งเป็นนางเอกคนใหม่ของละคร ตระหนักดีว่าเธอได้พบสิ่งที่รักแล้ว เธอสามารถสร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมและกวงได้ เขาได้รวบรวมกลุ่มนักศึกษาเพื่อปฏิบัติแผนการบ้าบิ่น มุทะลุที่จะลอบสังหารบุคคลสำคัญที่ร่วมมือกับชาวญี่ปุ่น มิสเตอร์ เย่ (โทนี่ เหลียง) นักศึกษาแต่ละครต่างก็มีบทบาทของตัวเอง หวังจะรับบทคุณนายมัค ผู้ทำให้เย่ไว้วางใจด้วยการผูกมิตรกับภรรยาของเขา (โจอัน เชน) และล่อลวงให้เขามีสัมพันธ์กับเธอ หวังได้เปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งภายนอกและภายใน และเหตุการณ์ต่างๆ ก็ดำเนินไปตามบทที่วางเอาไว้ จนกระทั่งเรื่องพลิกผันทำให้เธอต้องหน

เซี่ยงไฮ้ ปี 1941 หวังที่ไม่มีงานอะไรรออยู่ตรงหน้า อพยพไปจากฮ่องกง เธอใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย เธอแปลกใจเมื่อกวงกลับเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง ตอนนี้ เขาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรต่อต้าน และเขาก็ขอให้เธอสวมบทคุณนายมัคอีกครั้งหนึ่งในแผนการฆ่าเย่ ผู้ซึ่งกลายเป็นกุญแจสำคัญในรัฐบาลหุ่นเชิดมากขึ้นไปอีกในฐานะหัวหน้าหน่วยงานร่วมมือลับ เมื่อหวังสวมบทเดิมของเธอ และหลงใหลเหยื่อที่อันตรายของเธอใกล้ขึ้น เธอก็พบว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอกำลังถูกต้อนให้ถึงขีดจำกัด...

นักแสดง
โทนี่ เหลียง เฉาเหว่ย ...มิสเตอร์เย่
ทัง เหว่ย ...หวัง เจีย จี / คุณนายมัค
โจอัน เชน ...คุณนายเย่
หวังลี่หง ...กวง ยู มิน

เข้าฉายที่ Lido, House RCA, SF World, SFX ลาดพร้าว เท่านั้น


Credit to : Siam Zone.com, Sanook.com & Newswit.com


สามารถเช็คเวลาฉายได้ที่ : APEX , House RCA



Leehom Invited Selina to Sing At His House: "Her voice is full of youth."



WANG LI HONG's (Leehom Wang) 12th album, "Gai Bian Zi Zhi" (Change Me) makes its global release today. Yesterday Leehom attended a press conference for this album in Beijing. Leehom's appearance was extremely grand, appearing above a large model of a globe 10 feet above the floor. Leehom said that in this new album, he is using environmentall awareness as his main theme. Recycled paper was used as wrapping material for the album instead of the usual plastic.

He also revealed that he sang a (Taiwanese) duet with S.H.E's SELINA. He praises Selina and says that she has a very youthful voice. To further display the charm of the song, Selina went to Leehom's house to record the song. When asked if Leehom is afraid of rumors, he laughs, "No one took pictures of us, and a lot of people went with us." (Do a lot of female celebrities go to your house?) "Let's talk about the album!" Aside, the press conference announced that Leehom's new album sold past 1,000,000 pre-ordered copies. He also announced that he officialy joined Coca Cola, now part of the Coca Cola party.

Translations by Scarlett @ asianfanatics.net

หวังลี่หงได้ไปร่วมงานแถลงข่าวอัลบั้มใหม่ “Change My Ways” ที่ปักกิ่งเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2007 เขาบอกว่าในอัลบั้มใหม่นี้ เขาเน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น CD package ของเขาจึงทำจากกระดาษ recycle แทนที่จะเป็นพลาสติก

นอกจากนี้เขายังได้บอกว่าเขาร้องเพลงคู่กับ Selina วง S.H.E. (เพลง “Ni Shi Wo Xin Nei de Yi Shou Ge”)  เขารู้สึกชื่นชม Selina และบอกว่าเธอมีเสียงที่ดีมาก และ Selina ก็ได้ไปที่บ้านของลี่หงเพื่อบันทึกเสียงร่วมกัน เมื่อสื่อถามว่าไม่กลัวเป็นข่าวเหรอ เขาหัวเราะและบอกว่า “ไม่มีใครถ่ายรูปพวกเราและก็มีคนไปบ้านผมหลายคนครับ” (มีศิลปินหญิงหลายคนไปบ้านคุณเหรอ?) “โปรดถามเรื่องที่เกี่ยวกับอัลบั้มได้ไหมครับ!” นอกจากนี้ในงานแถลงข่าวก็มีการประกาศว่าอัลบั้มใหม่ของลี่หงมียอดจำหน่ายไปแล้วประมาณ 1 ล้านอัลบั้ม



Leehom Wang Portrays Many Characters in his MV

    

Leehom Wang’s newest single “Gai Bian Zi Ji” (Changing my ways) has a touch of rock and roll. Leehom explained that before he was very uptight (rigid) and always had boundaries for himself. But in these few years, he discovered changing himself was not very difficult. Leehom felt that he shouldn’t limit himself to a “box”. Therefore, in the music video, he played the characters of main singer, guitarist, bass player and drummer. Also, he wore an ear ring, tongue ring and had a tattoo. This was very different from the usual image he portrayed.

Leehom revealed that he had a wild side so he did not feel embarrassed changing his image. In order to film the music video of “Gai Bian Zi Ji”, Leehom did not sleep for 24 hours. Whenever he napped during the breaks he could fall asleep in 30 seconds.

Source: United Daily News
Translation: ktee @ HOM Sweet Home, OurHome Aus & NZ

“Gai Bian Zi Ji” single ใหม่ของลี่หงนั้นมีกลิ่นอายของ rock & roll ลี่หงอธิบายว่าเมื่อก่อนนั้นเขาเป็นคนที่ค่อนข้างเข้มงวดและมักจะมีขอบเขตของตัวเองอยู่เสมอ แต่ 2-3 ปีมานี้ เขาค้นพบว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ลี่หงรู้สึกว่าเขาไม่ควรจำกัดตัวเองอยู่แค่ในกล่องเท่านั้น ดังนั้นใน MV ของเขานั้น เขาจึงแสดงเป็นนักร้อง, นักกีต้าร์, มือเบสและมือกลอง นอกจากนั้นเขายังใส่ต่างหู, ตุ้มลิ้นและสักอีกด้วย ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่แตกต่างจากภาพเดิมๆของเขาอย่างมาก

ลี่หงเปิดเผยว่าเขาเองก็มีด้านเถื่อนอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกอายที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเขาใหม่ เพื่อการถ่ายทำ MV “Gai Bian Zi Ji” ลี่หงไม่ได้นอนตลอด 24 ชั่วโมง เขามีโอกาสงีบหลับระหว่างเบรกการถ่ายทำแค่ 30 วินาทีเท่านั้น


ลี่หงนั่งเฮลิคอปเตอร์ มาพบแฟนๆในงาน "Falling Leaf Returns to Root" MV.Premier

   

ห่างหายไปนานปีกว่า จากอัลบั้มที่แล้ว Heroes On Earth ในปี 2007 นี้ หวังลี่หง กลับมาอีกครั้งพร้อมอัลบั้มใหม่ Change Me โดยมีซิงเกิ้ลแรกเป็นเพลงบัลลาดเพราะๆ อย่าง Luo ye gui gen- ลั่ว เย่ กุย เกิน ที่มีความหมายว่า “Falling Leaf Returns To Root”

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา ลี่หงเดินทางมายังงาน Premier MV."Falling Leaf Returns to Root" 落葉歸根 (Luo ye gui gen- ลั่ว เย่ กุย เกิน) เพลงเปิดตัวจากอัลบั้ม Change Me อัลบั้ม ล่าสุดของเค้า ด้วยเฮลิคอปเตอร์ ที่ไทเป ด้วยระยะเวลาเพียงสั้นๆ 30นาทีกับการนั่งเฮลิคอปเตอร์มาที่งานนั้น ทาง Sony BMG ต้องจ่ายเงินไปกว่า 3 ล้านเหรียญสำหรับค่าเช่าเฮลิคอปเตอร์ และ ค่าประกันชีวิต 120ล้านเหรียญ

ในช่วงบ่ายก่อนงานเริ่มนั้น ฝนเริ่มตกลงมา จนทำให้เกือบจะต้องยกเลิกการนั่งเฮลิคอปเตอร์ แต่โชคดีที่ฝนซาลงตอนก่อนงานเริ่มพอดี ส่วนลี่หงนั้นก็เป็นห่วงว่าแฟนๆจะต้องตากฝนร่วมงานเสียแล้ว

ลี่หงนั่งเฮลิคอปเตอร์มาจากสนามบิน Sung Shan มาถึงยัง Mei Li Hua สถานที่จัดงาน ตอนที่เฮลิคอปเตอร์จะลงจอดนั้น เครื่องสั่นเล็กน้อย ทำให้ลี่หงเข้าใจผิดว่าเกิดแผ่นดินไหว เขาจึงมีอาการตกใจกลัวเล็กน้อย ลี่หงกล่าวว่า ตอนที่เครื่องกำลังบินอยู่บนอากาศนั้น เป็นสถานที่ที่ดีมาก สำหรับดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และก็ยังสะดวกมากด้วยเพราะไม่ต้องเจอปัญหารถติด อีกทั้งยังไม่มีปาปารัซซี่คอยตามอีกด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นประธานาธิบดีเลย และเขาก็ยังบอกอีกว่า ประสบการณ์ดีๆแบบนี้ แค่ครั้งเดียวคงไม่พอ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ลี่หงได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ เขารู้สึกตื่นเต้นมาก และให้ผู้ช่วยของเค้าถ่ายรูปเขาให้ด้วย

เมื่อลี่หงลงจากเฮลิคอปเตอร์อย่างปลอดภัยแล้ว แฟนๆก็เริ่มส่งเสียงกรี๊ด และงานเปิดตัว MV."Falling Leaf Returns to Root" ก็ได้เริ่มต้นขึ้น นอกจากจะมีแฟนๆชาวไต้หวันที่มาร่วมงานแล้ว คุณยายของลี่หงก็มาให้กำลังใจลี่หงด้วยตัวเองในงานนี้ด้วย ทำให้ลี่หงดีใจมาก รวมทั้งยังมีแฟนๆจากหลายประเทศทั่วเอเชียที่ได้ร่วมงานผ่านทางVideo Conference ไม่ว่าจะเป็น แฟนๆจากสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย อ่องกง ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ที่ได้ร่วมงานนี้ไปพร้อมๆกับแฟนๆชาวไต้หวัน ลี่หงจึงกล่าวทักทายแฟนๆทั่วโลกของเค้า ด้วยภาษาจีนกลาง อังกฤษ ไทยและกวางตุ้ง

นอกจากลี่หงแล้ว งานนี้ยังมีนักดนตรีวงออเคสตร้ากว่า 34 ชีวิต ที่มาบรรเลงเพลง "Falling Leaf Returns to Root" ไปพร้อมๆกับลี่หงที่กำลังเล่นเปียโนและร้องเพลงนี้อยู่ด้วย ช่างเป็นคืนที่คลาสสิคจริงๆ

MV.เพลงใหม่ของลี่หงนี้ ลี่หงได้กำกับด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ลี่หงได้ร่วมงานกับผู้กำกับชื่อดังอย่าง “อั้งลี่” ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด ทำให้ลี่หงได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานกำกับการแสดงมากมาย แต่ลี่หงกล่าวว่า เขารักแต่เพลงเท่านั้น

“การได้ร่วมงานกับอั้งลี่ครั้งนี้ ผมคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติและชื่นชมความสามารถของเขามาก แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ผมก็รักและอยากทำงานเพลงมากที่สุด” ลี่หงกล่าว

นอกจากอั้งลี่แล้ว ลี่หงยังได้ร่วมงานกับ “Rodrigo Prieto” ช่างถ่ายภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่มีฝีมืออีกด้วย และ Rodrigo ก็มาช่วยลี่หงถ่าย MV เพลงนี้ด้วย ลี่หงเล่าว่า ตอนที่ถ่ายทำ MV เพลงนี้ ที่ LA. นั้น ใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น

“แค่ต้นไม้เพียงต้นเดียว ก็ต้องหาเป็นร้อยๆครั้ง เพราะต้นไม้ต้นนี้สำคัญมาก ผมต้องไปสีไวโอลินเพลงนี้ใต้ต้นไม้ต้นนั้น ด้วยความรู้สึกที่เศร้าและโดดเดี่ยว” ลี่หงกล่าว

Credit to : SonyBMG Thailand


Leehom Talks About Falling Leaf Returns to Root Song

    

Leehom said something about how the song was written in the Lust, Caution period so he was still in his character, Kwong Yu Min. At that time, he didn't listen to any hip hop music at all, only listened to music and read books of that era. After he wrote the song, he realized that the music and lyrics had the style of the Lust, Caution era. He was really surprised by the result. He says that this song should be said to be written by Kwong Yu Min instead of himself. He finds this a really fun and exciting experience.

Source : SonyBMG Taiwan
Translation By : tifa @ HOM Sweet Home

ลี่หงบอกว่าเพลง “Luo Ye Gui Gen” (Falling Leaf Returns to Root) นั้นแต่งขึ้นมาจากเรื่อง Lust, Caution ตอนที่เขาสวมบทบาทเป็น Kwong Yu Min ตอนนั้นเขาไม่ได้ฟังเพลงฮิพฮอพเลย เขาฟังแต่เพลงและอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  หลังจากที่เขาแต่งเพลงนี้ เขาก็รู้สึกว่าทำนองและเนื้อเพลงนั้นอยู่ในยุค Lust, Caution เขารู้สึกประหลาดใจมาก เขาบอกว่าเพลงนี้เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่แต่งโดย Kwong Yu Min มากกว่าที่จะเป็นเขาเอง เขาพบว่าสิ่งนี้เป็นประสบการณ์ที่สนุกและน่าตื่นเต้นมาก



Spent Over $10,000,000, Leehom's New Album To Be Released Friday the 13th

 

Last year's GMA king, WANG LI HONG (Leehom Wang) has confirmed that his newest album will be released in the 13th of next month. Being raised in a "westernized" family, he is not at all avoiding the superstitious "Friday the 13th." In this album, Leehom is working with Michael Jackson's record mixer Mick Guzauski. Leehom stayed in New York for two weeks, and spent over $10,000,000 NT. This sum has caught attention from the media and the album markets.

Mick Guzauski is a Grammy award winning record mixer. He has never worked with an Asian artist before and Leehom will be his first. After he heard Leehom's "Love Love Love", he praised Leehom highly and said that Leehom's music deserves international recognition. Therefore Mick has reserved some time this year to help this "VIP" with his music and record mixing.

Leehom, who has spent his past two weeks in New York recording, didn't have a stable living environment. He had to drive around the state and the eating, clotheswear, etc. had to be handled by himself. Although it seemed a really difficult life, he really enjoyed it. Leehom's recording studio and Mick Guzauski's working studio is all in New York's Mount Kisco. Going to the mountain from New York City takes about two hours of the train and also a car ride to to the mountain.

Sometimes when Leehom is tired he will stop his car by the side of the road and take a nap. He will then take out his already set sandwich and take a few bites. He said that in retrospect, although it was a difficult life, he felt free. Sometimes wild deer will sense the smell of the car and will peep out to look at it, making Leehom's difficult life seem more meaningful. He cannot live this kind of life in Taiwan.

Source: United Daily News
Translations by Scarlett @ asianfanatics.net


หวังลี่หงยืนยันว่าอัลบั้มใหม่ของเขาจะออกวางจำหน่ายในวันที่ 13 ก.ค. นี้ แม้เขาเติบโตในครอบครัวตะวันตก แต่เขาก็ไม่ได้ยึดติดกับความเชื่อเรื่องศุกร์ 13  ในอัลบั้มใหม่นี้ ลี่หงได้ทำงานร่วมกับ Mick Guzauski (ผู้ที่เคยทำงานด้านมิกซ์เสียงกับ Michael Jackson มาก่อน) ลี่หงเดินทางไปที่ New York 2 สัปดาห์และใช้เงินไปมากกว่า 10 ล้านเหรียญไต้หวัน สิ่งนี้ทำให้เป็นที่จับตามองของสื่อต่างๆเป็นอย่างมาก

Mick Guzauski นั้นเคยได้รับรางวัล Grammy Award ด้านการมิกซ์เสียง เขาไม่เคยทำงานร่วมกับศิลปินเอเชียคนไหนมาก่อนและลี่หงเป็นศิลปินคนแรก หลังจากที่เขาได้ฟังเพลง “Love Love Love” ของลี่หง เขารู้สึกชื่นชมลี่หงอย่างมากและบอกว่าเพลงของลี่หงนั้นสามารถก้าวไปสู่ความเป็นสากลได้ ดังนั้น Mick จึงตัดสินใจใช้เวลาเพื่อช่วยลี่หงทำเพลงและมิกซ์เสียง

ระหว่างที่ลี่หงใช้เวลาอยู่ที่ New York เพื่อบันทึกเสียงอยู่ 2 สัปดาห์นั้น เขาไม่ได้อยู่นิ่งเฉยเลย เขาตระเวนขับรถไปทั่วเมือง, ทานอาหาร, จัดการเรื่องเสื้อผ้า และสิ่งอื่นๆ ด้วยตัวเอง แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะดูเหมือนเป็นเรื่องยากแต่ลี่หงกลับรู้สึกสนุกกับมัน ลี่หงบันทึกเสียงและทำงานกับ Mick Guzauski ในสตูดิโอที่ New York บนเขา Kisco การขึ้นเขาจากตัวเมือง New York นั้นใช้เวลา 2 ชั่วโมงโดยรถไฟและต้องนั่งรถขึ้นเขาไปอีก

บางครั้งเมื่อลี่หงรู้สึกเหนื่อย เขาจะหยุดรถข้างทางและงีบหลับสักพักเหรอไม่ก็ทานแซนวิช ลี่หงบอกว่าเมื่อนึกถึงทีไร แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นชีวิตที่ยากลำบากแต่เขาก็รู้สึกอิสระ บางครั้งเขาก็ได้เจอกวางป่าซึ่งทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้นและเป็นชีวิตที่เขาคงไม่ได้สัมผัสเมื่อเขาอยู่ไต้หวัน

 

 

 

 


   
 
     
Copyright © 2004-2006 OurHome Thailand. All Right Reserved
   
 
Hosted by www.Geocities.ws

1