" เมื่อเจ้าพระยายมราชเป็นข้าหลวงเทศาภิบาล ชอบทำการโยธาที่เป็นสาธารณประโยชน์ด้วยอีก สถานหนึ่งมีสิ่งที่ท่านทำยังปรากฏอยู่หลายแห่งนอกจากทำถนนใช้รถในบริเวณเมือง ทำถนนหลวงข้าม แหลมมาลายู แต่เมืองนครศรีธรรมราชข้ามเทือกเขาบรรทัดไปต่อแดนจังหวัดตรังสายหนึ่ง ทำถนนเช่น เดียวกันแต่เมืองพัทลุงไปต่อแดนจังหวัดตรังสายหนึ่ง ขุดคลองก็หลายสาย คือขุดคลองจากเมืองนครศรี- ธรรมราช ชักสายน้ำจืดลงไปให้ราษฏรชาวปากพนังบริโภคข้าพเจ้าขนานนามว่าคลองสุขุมสายหนึ่ง ขุด คลองเรือแต่ลำน้ำปากพญาไปถึงลำน้ำปากนครในจังหวัดนครศรีธรรมราชขนานนามว่า คลองนครพญา- สายหนึ่ง ขุดชำระคลองท่าแพทางเรือสินค้าเข้าเมืองนครศรีธรรมราชสายหนึ่ง ขุดชำระคลองรโนดทาง เรือในระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชกับจังหวัดสุขลาสายหนึ่ง ขุดคลองชลประทานแต่ทะเลสาปขึ้นไป ถึงตำบลคอกช้างในจังหวัดพัทลุง เรียกว่าคลองคอกช้างสายหนึ่ง ขุดคลองลัดแหลมเกาะใหญ่ในจังหวัด สงขลา เรียกว่าคลองเกาะใหญ่สายหนึ่ง ยังสถานที่สำหรับราชการต่างๆ และที่พักของข้าราชการก็สร้าง ในสมัยเจ้าพระยายมราชเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลโดยมาก"
ภาชนะที่สานด้วยย่านลิเพาที่นิยมใช้กันในหมู่เจ้านายและคนชั้นสูง มักจะเลี่ยมนาก เลี่ยมทอง เป็นกระเป๋าถือผู้หญิง กล่องบุรี่ และเฉี่ยนหมากเสียโดยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นลายคดกริชและพิมพ์ทอง ฝีมือละเอียด และประณีตมาก ในปัจจุบันนี้จะหาฝีมือละเอียดและสวยงามอย่างสมัยโบราณไม่ได้เลย และคนทำเป็นก็หาตัวยาก เพระาเด็กรุ่งหลังไม่ได้สนใจที่จะรักษาตำราฝีมือช่างอย่างบรรพบุรุษของตน ไว้ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะบ้านเมืองเดี๋ยวนี้อยู่ในภาวะที่จะต้องรีบหาเงินแข่งกับเวลา ไม่มีเวลามานั่งติด สานย่านลิเพาอยู่นาน ๆ เพราะการสานย่านลิเพานั้นจะต้องเป็นคนใจเย็น หรือไม่ก็เป็นคนแก่ที่มีอายุ มากและไม่ไปเที่ยวเตร่ที่ไหน แม้ในปัจจุบันนี้ทางเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช จะได้ทำการ ฟื้นฟูงานศิลปหัตถกรรมย่านลิเพาโดยให้นักโทษที่ต้องขังและมีเวลามากนั่งประดิษฐ์ภาชนะย่านลิเพา และนำออกมาจำหน่างบ้างแล้วแต่ราคาก็ยังคงสูงอยู่ กระเป๋าถือผู้หญิง สานด้วยย่านลิเพา และเลี่ยมถม ทองหรือนาก จะตกอยู่ในราคาใบละ 1,000 บาท ถึง 2,000 บาท ภาชนะย่านลิเพาจึงกลายเป็นของสวย งามมีค่ามาก และมีใช้เฉพาะผู้มีเงินเท่านั้น ชาวพื้นบ้านในปัจจุบันนี้ ก็ไมนิยมสานย่ายลิเพา เพราะ การสานภาชนะต่างๆ ด้วยย่านลิเพา กว่าจะแล้วเสร็จอันหนึ่ง ๆ จะต้องใช้เวลา 10 - 20 วันเป็นอย่างน้อย และงานฝีมือก็หยาบมากไม่ละเอียกลออเหมือนแบบฉบับโบราณ สำหรับชาวบ้านที่มีอาชีพสานย่านลิเพาเลี้ยงตัวที่จังหวัดนครศรีธรรมราช คือ นายกิมช่วง ศรีธรรมธร อายุ 73 ปี (พ.ศ. 2519) อยู่บ้านเลขที่ 164 บ้านคลองลุง ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จังหวัดนคร- ศรีธรรมราช นายกิมช่วง หัดสานย่านลิเพาตั้งแต่อายุ 19 ปี ครูผู้สอนคือน้าชาย ซึ่งเป็นชาวอำเภอปาก- พนัง แรก ๆ ก็สานเครื่องใช้สอยและภาชนะที่ใช้ในครอบครัว จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2485 จอมพล ป. พิบูลสงคราม สั่งในชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดการประกวดหมวก นายกิมช่วย มีลูก 9 คน ได้สาน หมากด้วยย่านลิเพาส่งเข้าประกวดครบตามจำนวนลูกเก้าคน มีผู้ส่งหมวกเข้าประกวดหลายพันใบ แต่ ปรากฏหมวกที่สานด้วยย่านลิเพาของนายกิมช่วง ศรีธรรมธร ได้รับรางวัลชนะเลิศหมดทุกใบ |
|
|
Copyright © 2000 Mr.Kanchana Pumnual. All rights reserved. Revised : เมษายน 29, 2543 . |