ย่านลิเพา

Page : 1  2  3

         " เมื่อเจ้าพระยายมราชเป็นข้าหลวงเทศาภิบาล  ชอบทำการโยธาที่เป็นสาธารณประโยชน์ด้วยอีก

สถานหนึ่งมีสิ่งที่ท่านทำยังปรากฏอยู่หลายแห่งนอกจากทำถนนใช้รถในบริเวณเมือง  ทำถนนหลวงข้าม

แหลมมาลายู  แต่เมืองนครศรีธรรมราชข้ามเทือกเขาบรรทัดไปต่อแดนจังหวัดตรังสายหนึ่ง ทำถนนเช่น

เดียวกันแต่เมืองพัทลุงไปต่อแดนจังหวัดตรังสายหนึ่ง ขุดคลองก็หลายสาย คือขุดคลองจากเมืองนครศรี-

ธรรมราช  ชักสายน้ำจืดลงไปให้ราษฏรชาวปากพนังบริโภคข้าพเจ้าขนานนามว่าคลองสุขุมสายหนึ่ง ขุด

คลองเรือแต่ลำน้ำปากพญาไปถึงลำน้ำปากนครในจังหวัดนครศรีธรรมราชขนานนามว่า คลองนครพญา-

สายหนึ่ง  ขุดชำระคลองท่าแพทางเรือสินค้าเข้าเมืองนครศรีธรรมราชสายหนึ่ง  ขุดชำระคลองรโนดทาง

เรือในระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชกับจังหวัดสุขลาสายหนึ่ง  ขุดคลองชลประทานแต่ทะเลสาปขึ้นไป

ถึงตำบลคอกช้างในจังหวัดพัทลุง  เรียกว่าคลองคอกช้างสายหนึ่ง  ขุดคลองลัดแหลมเกาะใหญ่ในจังหวัด

สงขลา  เรียกว่าคลองเกาะใหญ่สายหนึ่ง ยังสถานที่สำหรับราชการต่างๆ และที่พักของข้าราชการก็สร้าง

ในสมัยเจ้าพระยายมราชเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลโดยมาก"

กระเป๋าย่านลิเพา ลวดกดกริช เลี่ยมถมทอง

กระเป๋าย่านลิเพา เลี่ยมถมทอง

 

         ภาชนะที่สานด้วยย่านลิเพาที่นิยมใช้กันในหมู่เจ้านายและคนชั้นสูง  มักจะเลี่ยมนาก เลี่ยมทอง

เป็นกระเป๋าถือผู้หญิง  กล่องบุรี่  และเฉี่ยนหมากเสียโดยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นลายคดกริชและพิมพ์ทอง

ฝีมือละเอียด  และประณีตมาก  ในปัจจุบันนี้จะหาฝีมือละเอียดและสวยงามอย่างสมัยโบราณไม่ได้เลย  

และคนทำเป็นก็หาตัวยาก  เพระาเด็กรุ่งหลังไม่ได้สนใจที่จะรักษาตำราฝีมือช่างอย่างบรรพบุรุษของตน

ไว้  ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะบ้านเมืองเดี๋ยวนี้อยู่ในภาวะที่จะต้องรีบหาเงินแข่งกับเวลา  ไม่มีเวลามานั่งติด

สานย่านลิเพาอยู่นาน ๆ เพราะการสานย่านลิเพานั้นจะต้องเป็นคนใจเย็น  หรือไม่ก็เป็นคนแก่ที่มีอายุ

มากและไม่ไปเที่ยวเตร่ที่ไหน  แม้ในปัจจุบันนี้ทางเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช  จะได้ทำการ

ฟื้นฟูงานศิลปหัตถกรรมย่านลิเพาโดยให้นักโทษที่ต้องขังและมีเวลามากนั่งประดิษฐ์ภาชนะย่านลิเพา

และนำออกมาจำหน่างบ้างแล้วแต่ราคาก็ยังคงสูงอยู่ กระเป๋าถือผู้หญิง สานด้วยย่านลิเพา  และเลี่ยมถม

ทองหรือนาก  จะตกอยู่ในราคาใบละ 1,000 บาท ถึง 2,000 บาท ภาชนะย่านลิเพาจึงกลายเป็นของสวย

งามมีค่ามาก  และมีใช้เฉพาะผู้มีเงินเท่านั้น  ชาวพื้นบ้านในปัจจุบันนี้  ก็ไมนิยมสานย่ายลิเพา  เพราะ

การสานภาชนะต่างๆ ด้วยย่านลิเพา  กว่าจะแล้วเสร็จอันหนึ่ง ๆ จะต้องใช้เวลา 10 - 20 วันเป็นอย่างน้อย

และงานฝีมือก็หยาบมากไม่ละเอียกลออเหมือนแบบฉบับโบราณ

           สำหรับชาวบ้านที่มีอาชีพสานย่านลิเพาเลี้ยงตัวที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  คือ นายกิมช่วง

ศรีธรรมธร  อายุ 73 ปี (พ.ศ. 2519) อยู่บ้านเลขที่ 164  บ้านคลองลุง ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา  จังหวัดนคร-

ศรีธรรมราช  นายกิมช่วง  หัดสานย่านลิเพาตั้งแต่อายุ 19 ปี  ครูผู้สอนคือน้าชาย  ซึ่งเป็นชาวอำเภอปาก-

พนัง แรก ๆ ก็สานเครื่องใช้สอยและภาชนะที่ใช้ในครอบครัว  จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2485 จอมพล ป.

พิบูลสงคราม  สั่งในชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดการประกวดหมวก นายกิมช่วย  มีลูก  9 คน ได้สาน

หมากด้วยย่านลิเพาส่งเข้าประกวดครบตามจำนวนลูกเก้าคน  มีผู้ส่งหมวกเข้าประกวดหลายพันใบ  แต่

ปรากฏหมวกที่สานด้วยย่านลิเพาของนายกิมช่วง ศรีธรรมธร ได้รับรางวัลชนะเลิศหมดทุกใบ 

 Page : 1  2  3


	


< Home

Copyright © 2000  Mr.Kanchana Pumnual. All rights reserved.

Revised : เมษายน 29, 2543 .

Hosted by www.Geocities.ws

1