|
mode b
คือ Ban: จะแบนผู้ใช้ไม่ให้เข้าห้อง
mode c คือ โหมดนี้จะป้องกันการส่งสีบนห้อง
mode d คือ จำกัดการเปลี่ยนชื่อ โหมดนี้จะยอมให้ผู้ใช้เปลี่ยนชื่อ
จาก Guestxxxx เพียงหนึ่งชื่อ เท่านั้น โหมดนี้ไม่มีผลต่อ +u +v +o
mode e โหมดนี้จะป้องกัน CTCP บนห้อง แต่จะไม่ป้องกัน
actions
mode i คือ จะทำให้เป็นห้องรับเชิญเท่านั้น คนที่จะเข้าห้องได้ต้องได้รับการเชิญ
โดยการใช้คำสั่ง /invite #channel nickname command
mode j คือ อนุญาตให้ Java ไคลเอ็นท์ไม่ต้องใช้กุญแจห้องในการที่จะเข้าไปในห้อง
+k ถ้าห้องไม่ได้ตั้งค่า +k ห้องนั้นจะยอมให้ผู้ใช้ Java เข้าในห้องเท่านั้น
และล็อคไคลเอ็นท์อื่นๆออกทั้งหมด
mode k คือ ตั้งค่ากุญแจห้อง ทำให้คนที่จะเข้าห้องต้องใส่ค่ากุญแจห้อง
ตัวอย่าง /join #channel opensesame
mode l คือ จำกัดจำนวนผู้ใช้ในห้อง
mode m คือ ทำให้เฉพาะผู้ที่เป็น op และ +v เท่านั้น
ที่จะสามารถสนทนาในห้อง
mode n คือ ไม่ให้คนส่งภายนอกห้องส่งข้อความเข้ามาในห้อง
mode o คือ เป็นการให้สถานะ op ในห้อง
mode p คือ กำหนดว่าห้องเป็นห้องส่วนตัว จะไม่ปรากฏในรายชื่อห้อง
เมื่อมีคนถามโดยคำสั่ง /list
mode r คือ จะระบุว่าห้องนั้นๆได้จดทะเบียนไว้แล้ว ไม่สามารถตั้งค่าโดยใช้คำสั่ง
แต่จะเกิดขึ้นเมื่อห้องได้จดทะเบียนแล้ว
mode s คือ ห้องลับ จะทำการซ่อนชื่อห้องจากรายการชื่อห้อง
mode t คือ ทำให้ห้องไม่สามารถตั้งหัวเรื่อง (topic)
ได้โดยบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ ops
mode u คือ คุณสามารถตั้งค่า +u แก่ผู้ใช้แต่โหมดนี้ไม่ให้สิทธิอะไรบนห้อง
นอกจากการเปลี่ยนชื่อได้ในห้อง +d เท่านั้น
mode v คือ ให้ผู้ใช้ที่กำหนดให้มีเสียงสามารถสนทนาได้เมื่อห้องตั้งค่า
+m
mode y คือ โหมดนี้จะแสดงผลคล้ายๆกับ Action (/me ข้อความ..)
เฉพาะคนมี @ ในห้องคับ
mode A คือ ผู้ใช้จะไม่แสดงชื่อในรายการชื่อ หรือเมื่อเขาเข้า/ออกห้อง
หรือเปลี่ยนชื่อ โหมดนี้สามารถตั้งได้โดยผู้บริหาร server เท่านั้น
mode J คือ อนุญาตให้ผู้ที่เล่น Java Client สามารถเข้าห้องที่
+R ได้
mode L คือ กรองภาษา การตั้งค่านี้ทำโดยเซิฟเวอร์, ถ้าการกรองตั้งค่าให้ใช้ได้
และคุณต้องการกรองภาษาที่จะใช้ได้ในห้อง คุณต้องตั้งโหมดห้องนี้.Operators
เท่านั้น
mode M คือ โหมดนี้จะถูกใช้ในการส่งผ่านข้อความจากห้องที่คนทั่วไปพูดไม่ได้
(+m) ไปยังห้องที่ตั้งค่าให้เป็นห้องรับข้อความจากห้องนี้ซึ่งจะถูกตั้งค่าไว้เป็นห้อง
+N ห้องทั้งสองต้องใช้งานร่วมกัน ตัวอย่างของโหมดนี้ /mode #channel +M
#receivingchannel โหมดนี้สามารถตั้งได้โดยผู้บริหาร server เท่านั้น
mode N คือ คำสั่งนี้ถูกตั้งเพื่อทำให้ห้องนั้นรับข้อความที่ส่งผ่านมาจากจากห้อง
+mM มันเป็นวิธีที่ดีของการสแกนคำถามเมื่อมีเหตุการณ์พิเศษ ในการใช้ทั้ง
+M และ +N โหมดคุณต้องเป็น IRCop และคุณ ต้องเป็น op ในห้องทั้งสอง ตัวอย่างของโหมดนี้
/mode #receivingchannel +N #channel โหมดนี้สามารถตั้งได้โดยผู้บริหาร
server เท่านั้น
mode O คือ ถ้าคุณตั้งค่าจำกัดผู้ใช้ในห้องและใช้โหมด
+O, มันจะพาผู้ใช้ไปยังห้องสำรอง โดยตรงเมื่อผู้ใช้เกินจำนวนที่จำกัด ตัวอย่าง:
/mode #channel +lO user limit #newchannel. /mode #webchat +lO 150 #webchat2
การตั้งค่าดังนี้จะพาผู้ใช้ตั้งแต่คนที่ 151ขึ้นไป ไปที่ห้อง #webchat2
mode R คือ ห้องจำกัดชื่อ โหมดห้องนี้จะอนุญาตให้ชื่อที่จดทะเบียนเท่านั้นเข้ามาในห้อง
|