return to
dhamma tips

4Z
r's Dhamma Tips
  สมาธิร้อยสาย
 

Back to previous page   Go to next page

 

Last updated
11-06-1999


สมาธิหมุน มีหยุด มีหมุน

สิ่งที่ยากของการฝึกสมาธิหมุน อยู่ตรงที่ต้องกำหนดจิตดิ่งเข้ากลางเหมือนว่าจิตหยุด แล้วในขณะเดียวกันรู้ถึงกระแสพลังที่หมุนอยู่รอบด้านด้วยความเร็วสูงอย่างเหลือเชื่อ จิตต้องแบ่งให้กับสองส่วนนี้พอดีกันทั้งหยุดและหมุน จึงจะฝึกดิ่งเข้ากลางต่อไปได้นานๆ และจะเกิดพลังขับเครื่องต่อไปได้เอง

หากอยากให้หมุน จะไม่หมุน แต่จิตต้องหยุดให้ได้ก่อน ใช้วิธีเช่นเดียวกับการเพ่งกสิณทั่วไป มุ่งทำเห็น จำ คิด รู้ให้มาประชุมพร้อมกัน ให้เห็นดวงปฐมมรรคชัดเจนก่อนแล้วค่อยเจาะเข้ากลาง


แหล่งโคตรพลัง

การฝึกพลังจักรวาลเรียกพลังที่ตนรับเข้ามาว่าเป็นพลังที่แฝงอยู่ในจักรวาล เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Universal Energy ส่วนทางชี่กงเรียกชื่อพลังที่รับจากภายนอกร่างกายว่า Cosmic Energy พลังเหล่านี้มีทั้งพลังดีและร้าย ผู้ฝึกจึงต้องทำตนให้เป็นคนดีก่อนเพื่อสอดคล้องกับพลังที่ดี และต้องเลือกสถานที่ฝึกซึ่งมีพลังที่ดี มีอากาศถ่ายเทสะดวก

สำหรับทางพุทธศาสนา พลังที่ขออาราธนามาเป็นประจำมาจากพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อาจรวมจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก เมื่อนำมากลั่นหลอมกายและจิตสะสางธาตุธรรมแล้ว กระดูกและร่างกายส่วนอื่นจะกลายเป็นพระธาตุ เป็นธาตุแท้บริสุทธิ์ซึ่งยังคงเหลืออยู่ในโลกมนุษย์

พระธาตุนี่แหละเป็นแหล่งโคตรพลังซึ่งสืบเนื่องต่อกันมาตั้งแต่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐม สานต่อให้พลังแก่การสะสางธาตุธรรม แล้วต่อเนื่องแปลงธาตุเป็นพระธาตุต่อไปอีก


วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2541

ภาวนาเงียบๆในใจแบบเงียบๆ

ลองสังเกตว่า ถ้าภาวนาในใจดังๆแล้วมักจะติดอยู่แค่ฝึกภาวนานั่นแหละ หรือไม่ก็หลุดไปคิดนอกเรื่องนอกราวไปเลย แทนที่จะเพ่งดวงแก้วได้ชัดกลับไปใส่ใจกับคำภาวนามากไป คราวนี้จึงเปลี่ยนมาเป็นภาวนาเงียบๆในใจแบบเงียบๆแทน พยายามลดความดังในใจลงทีละนิดจนเสียงค่อยลงๆแล้วเงียบไป แต่จิตยังตามรู้และตามภาวนาอย่างเงียบๆต่อไปได้อีก แปลกดีแต่กลับทำให้จิตสงบง่ายและตามเห็นดวงแก้วสะดวกขึ้นมาก

ลำดับฝึกสมาธิตามเหตุไปผลหรือจะว่าตามสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหลังมีดังนี้ จากการรับรู้ลมหายใจเข้าออก ไปกำกับด้วยคำบริกรรมภาวนาและบริกรรมนิมิตเป็นดวงแก้ว พอจิตสงบขึ้นหน่อยจะเห็นดวงแก้วชัดเจนขึ้นและนิ่งที่กลางกาย ก็เริ่มละการกำหนดลมหายใจ คงเหลือแต่ภาวนากำกับดวงแก้ว จากนั้นภาวนาค่อยลงจนเหลือแต่ดวงแก้วอย่างเดียว ทั้งหมดนี้ใช้การละส่วนประกอบเสริมออกทีละอย่างจนเหลือแต่ดวงแก้วที่ต้องการ

ต่อจากนี้เมื่อไม่ต้องการดวงแก้วเมื่อใดก็ละได้ทุกเมื่อ ขอให้คงสติตามรู้ไว้ตลอดและหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้จิตยึดไว้ ดีกว่าปล่อยจิตให้โลดแล่นไปไหนๆ


แยกแล้วรวม รวมแล้วแยก

ก่อนที่จะฝึกสมาธิจิตจะส่ายไปมาไม่แน่นอน แยกไปคิดไปกังวลหรือเกิดอารมณ์ตามสิ่งเร้าทั้งจากนอกใน พอเข้าสมาธิแล้วจิตจะรวมกัน เกิดเป็นสติแล้วมหาสติ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับกายเวทนาและจิต สติจะกำกับตามรู้ได้ตลอด นี่เป็นประโยชน์จากการนำจิตที่แยกมารวมกันขึ้นเป็นสมาธิ

พอจิตรวมตัวกันจะมีพลังสติและพลังจิตมากขึ้นจนสามารถเอาชนะอาสวกิเลสง่ายๆได้ แต่ถ้าเจอกับกิเลสตัวใหญ่ๆ จิตอาจยังไม่แข็งแรงพอที่จะต่อสู้กันแบบตัวต่อตัว จึงต้องแยกกิเลสและอารมณ์ที่เกิดขึ้นหรือซ่อนตัวนอนนิ่งอยู่ แยกออกเป็นอารมณ์แต่ละอย่างให้จิตได้ศึกษาและเรียนรู้เพื่อเอาชนะ ฝึกลุยเอาชนะตั้งแต่กาย เวทนา ราคะ โทสะ โมหะ แล้วเรื่อยมาถึงจิตสุขทุกข์ ยิ่งถ้าเห็นตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาให้สะสางให้ใสสะอาด ยิ่งดีกว่าแค่ยึดผลจากความรู้สึก

จากนั้นก็กำหนดจิตดิ่งลุยเข้าหากิเลสต่างๆ ไม่ต้องรอให้ผุดขึ้นมาเอง จัดแยกธาตุธรรม และอินทรีย์ออกเป็นแต่ละส่วน จัดการสะสางให้เป็นระเบียบใสสะอาด นี่เป็นประโยชน์ของการนำศัตรูมาแยกออกเป็นส่วนๆ

พอจิตละเอียดสุดละเอียด แล้วรวบรวมธาตุธรรมประกอบร่างขึ้นมาใหม่เป็นมนุษย์พิเศษ สะสางธาตุธรรมแยกแล้วรวมเช่นนี้ จนเกิดกายสุดละเอียดขึ้นเรื่อยๆ ใช้ทั้งฌานเป็นกำลังขับดันควบคู่กับพลังสติปัญญา

ฝึกสมาธิต้องก้าวทีละขั้น ต้องรู้ว่าจะก้าวไปทางใด เพื่ออะไร และทำไม

 
Back to previous page   Go to next page


 

Hosted by www.Geocities.ws

1