return to
dhamma tips

4Z
r's Dhamma Tips
  สมาธิร้อยสาย
 

Back to previous page   Go to next page

 

Last updated
11-06-1999


วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2541

ฤทธิ์

บางคนบอกว่า การฝึกสมาธิเพื่อฤทธิ์ เพื่อเกิดญาณย้อนดูอดีตได้นั้นไม่ใช่ทางสายที่ถูกต้อง ซึ่งถูกต้องตามที่เขาว่าหากมุ่งเอาฤทธิ์เป็นเหตุให้ฝึก แต่ถ้าฝึกสมาธิแล้วได้ฤทธิ์เป็นผล ก็เห็นว่าถูกอีกเหมือนกัน ขอให้ลำดับเหตุผลให้ได้ว่าอะไรเกิดก่อนเกิดหลัง ถ้าคนพูดเป็นผู้มีฤทธิ์หรือเคยผ่านประสบการณ์นี้มาก่อนก็จะดีกว่ามาก ขออย่ากลัวว่าฤทธิ์ไม่ดีเสียจนไม่ได้เริ่มฝึกสมาธิ กว่าจะฝึกถึงขั้นนี้ต้องสงบต้องผ่านฌานขั้นสูงซึ่งคนทั่วไปทำไม่ได้หรอก ไม่ใช่ทำฤทธิ์ปลอมๆหลอกให้ดูก็เชื่อ


ประโยชน์บางอย่างของสมาธิหมุน

ถึงขั้นนี้พอจะได้รับประโยชน์จากสมาธิหมุนอยู่บ้าง เช่น ทำให้เกิดปีติง่าย ร่างกายรับรู้ถึงพลังที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย พอหมุนเร็วขึ้นจะเกิดความสว่างอัดเข้ากลางแล้วแสงแผ่ออกรอบด้าน เมื่อเดินเครื่องแล้วจิตจะเดินต่อไปเอง ทำให้สมาธิทรงตัวได้นานขึ้น


สิ่งที่เป็นความรู้สึก

ความรู้สึกถือว่าเป็นนามธรรม เป็นผลจากการกระตุ้นผ่านอวัยวะรับรู้ของร่างกาย เมื่อความรู้สึกเกิดขึ้นจะทำให้เกิดผลย้อนกลับไปสู่ร่างกาย หัวใจอาจเต้นช้าเร็วผิดไป ปอดจะหายใจสั้นยาวช้าเร็วต่างไป ม่านตาขยาย หน้าตึง หรือทำให้ขมวดคิ้ว เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นของที่พิสูจน์ได้ว่า ธาตุต้นตอของความรู้สึกนี้มีตัวตนอยู่จริง แม้เราจะมองไม่เห็นแต่สามารถใช้ระบบประสาทอื่นๆรับรู้ได้

เมื่อจิตสงบเกิดตาทิพย์ จิตจะเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นมาก่อน เพราะจิตมีความสะอาดละเอียดมากขึ้น สิ่งที่เคยเป็นแค่นามธรรมจะปรากฏตัวเป็นรูปร่างขึ้นมา บางคนเห็นเป็นรูปสัญลักษณ์แทนสิ่งที่เป็นความรู้สึกแต่ละอย่าง เช่น เห็นเป็นรูปมงกุฎแสดงถึงความอยากในอำนาจ เห็นแสงสีต่างๆตามอารมณ์ราคะ โทสะ โมหะ

คาดว่า พอจิตสงบต่อไปมากขึ้น เห็น จำ คิด รู้ รวมกันได้สนิท สิ่งที่ว่าเป็นการเห็น สิ่งที่ว่าเป็นความรู้สึก จะกลายเป็นความรู้ที่ผุดขึ้นมาเฉยๆ รู้อยู่ว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้น ดำรงอยู่ แล้วดับไป ไม่ได้แยกว่านี่เป็นการเห็นหรือการรู้สึก หรืออาจะเป็นทั้งรู้ทั้งเห็นอย่างที่เรียกว่า รู้แจ้งเห็นจริง


วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2541

ใช้กายกับเวทนา ค้นหาจิตกับธรรม

เป้าหมายขั้นหนึ่งของการทำสมาธิ คือ การค้นหาจิตของตนเองว่าประกอบด้วยธรรมอย่างใดบ้างจากกุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม แยกธาตุแยกธรรมเพื่อสะสางให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ทำหยาบให้ละเอียดสุดละเอียด

แต่กว่าจะชะลอความเร็วของจิตที่ส่ายไม่เป็นระเบียบ ให้หยุดลงแล้วปรับให้จิตหมุนเป็นระเบียบได้ กายกับเวทนาเป็นอุปสรรคที่สำคัญมาก เพราะเรายึดติดกับกายมานาน ถือความเป็นเจ้าของกายนี้ เกิดอารมณ์เวทนาก็เพราะกายนี้ จนแยกไม่ออกว่าตัวตนแท้จริงของเรานั้นอยู่ที่ใด

พอมีการรับรู้ แทนที่จิตจะรับทราบเฉยๆก็ยังต่อเติมเสริมแต่งให้เกิดความคิดเวทนาต่อเนื่องไปอีก เราจึงไม่สามารถเห็นเนื้อแท้ของสิ่งต่างๆได้จริง สภาวะปัจจุบันจึงดำเนินต่อไปต่างจากจุดเวลาที่เกิดการรับรู้ ปัจจุบันจึงไม่เป็นปัจจุบันอย่างแท้จริง เช่น แค่กำหนดจิตตามรู้ขณะเดินจงกรม พอรู้ว่ายกเท้า แต่จิตคิดเป็นคำภาษาไทยว่า “ยก” เพียงเท่านี้จิตก็รับรู้ช้ากว่าสภาวะปัจจุบันที่แท้จริงเสียแล้ว


เพ่งให้ใส

หากจิตเกิดเห็นนิมิตอื่นใดต่างจากดวงแก้วกลมใส ให้เพ่งที่ภาพนิมิตอื่นที่เห็นนั้น กำหนดเป็นดวงแก้วเล็กๆทุกอณู หมุนปั่นเข้ากลางแต่ละดวง กระจายแสงสว่างทำให้ใสไปหมด แล้วกลั่นรวมตัวกันเป็นดวงเดียว เพื่อเพ่งต่อเข้ากลางของกลาง

 
Back to previous page   Go to next page


 

Hosted by www.Geocities.ws

1