return to dhamma tips |
4Zr's Dhamma Tips |
||
|---|---|---|---|
| สมาธิร้อยสาย | |||
|
|
|||
Last updated |
วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2541 เมื่อคืนวานนำหนังสือนี้ไปถวายหลวงพ่อที่วัดเทพศิรินทร์ ท่านอายุ 92 ปีแล้ว ท่านเอ่ยว่า เดินทางนี้ถูกต้องดีแล้ว และถามว่า ฟ.ส.ก. ย่อจากอะไร จึงขอบอกท่านผู้อ่านไว้กันสงสัย ฟ. เป็นชื่อย่อของนามสกุล ส. เป็นชื่อย่อของตนเอง ก. เป็นช่อย่อของคู่สมรส หรือจะมาจากคำว่า 4Zr Group (Foreseer Group) ก็ได้ ก่อนจะภาวนาคราวนี้ลองพูดออกเสียงว่า สัมมาอะระหัง เปล่งเสียงให้ตนเองได้ยิน แล้วจึงบริกรรมภาวนา นึก ถึงคำบริกรรมและเสียงที่ตนเองบริกรรม ซึ่งให้ความรู้สึกที่ต่างจากการนึกคิดคำบริกรรมเฉยๆมาก ทำให้จิตมีความละเอียดมากขึ้นและได้ตัวเปรียบเทียบว่า เรานึกถึงเสียงได้ชัดเหมือนที่เคยหรือไม่ เสียงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่เดี๋ยวเดียวก็จางหายไป แต่จิตสามารถนึกถึงคำบริกรรมทำให้เสียงมีตัวตนขึ้นมาใหม่ เหมือนกับที่เคยอ่านหนังสือพบว่า มีวิธีฝึกจิตให้นึกถึงเสียงระฆังที่ถูกตี ใช้จิตกำหนดวิตกและวิจารยกเสียงระฆังที่ดังขึ้นครั้งเดียวนั้นให้ดังตลอดไปในจิต หลักการฝึกชี่กง (Chi Kung, Qi Gong) เน้นว่านอกเหนือจากการฝึกท่วงท่าของร่างกายแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ การรู้สึกรับรู้ถึงพลังและนำไปประสานกับท่วงท่าร่างกาย เช่น เมื่อหายใจเข้าให้นึกถึงพลังที่ไหลเข้าทางยอดศรีษะแล้ววิ่งมาที่กลางกายรวมกันบริเวณสะดือ พอหายใจออกให้นึกถึงพลังไหลไปยังอวัยวะบริเวณที่ต้องการ Chi = ชี่ หมายถึงพลัง Kung = ศิลปะ ดังนั้นจึงเป็นศิลปะของการฝึกพลัง หากฝึกได้แต่ท่วงท่าแต่ไม่ได้สื่อถึงพลังก็ยังไม่ใช่ ชี่กง และในระดับสูงยังไม่ต้องใช้ท่วงท่าก็สามารถฝึกพลังได้ลึกซึ้งกว่าด้วยซ้ำ ในการฝึกลมหายใจอภิญญา ต้องพยายามสื่อพลังจากรอบด้านให้ไหลเข้าร่างกายทุกทิศทุกทางรอบร่างกาย แล้วนำพลังอัดเข้ากลางกายฐานที่เจ็ดเป็นดวงสว่าง เหมือนทุกอณูของเนื้อเยื่อกำลังหายใจดูดพลังเข้ามาเองโดยไม่ต้องผ่านปอด จะเกิดความรู้สึกซ่ายิบๆทั้งร่างกาย เมื่อคืนนี้หมาบุกปีนรั้วมุดรั้วตกน้ำกลางดึก พอกลับมานอนกว่าจะหลับได้ตั้งนาน พยายามบริกรรมภาวนาแล้วยังสู้อารมณ์ไม่ได้ รู้สึกเลยว่าเป็นพลังแรงมากๆทำให้ตึงไปหมดทั่วตัว พอรุ่งเช้าตื่นขึ้นก็สงสัยว่าเผลอหลับไปได้ตอนไหนกัน แต่ร่างกายผ่อนคลายกลับมาเหมือนเดิมแล้ว ตอนเช้ากะว่าจะทำรั้วใหม่ คิดวางแผนหาทางแก้ไขหลายๆอย่าง จิตไม่สงบแม้จะพยายามภาวนาอย่างเดียวหรือภาวนากำกับจังหวะลมหายใจก็ตาม จึงใช้วิธีซึ่งง่ายที่สุด เพียงแค่นับตัวเลขกำกับครั้งที่หายใจ หายใจเข้าออกครบรอบหนึ่งให้ภาวนานับหนึ่ง รอบต่อไปนับสอง ต่อไปเรื่อยๆจนถึงสิบ แล้วเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ด้วยวิธีนี้จิตจึงค่อยสงบขึ้น จิตสว่างถือเป็นนิมิตอย่างหนึ่งหรือไม่ หลวงพ่อพุธสอนว่า ถ้าจิตสงบแล้วมืดลงอย่างนี้เรียกว่า โมหะสมาธิ ซึ่งยังใช้ไม่ได้และเท่ากับทำให้จิตว่างแบบที่ไม่รู้ตัวตน ต่างจากวิธีที่ถูกต้องซึ่งพอจิตสงบรวมตัวลงจะเกิดอาการสว่าง และยังมีสติตามรู้ได้ตลอด แม้ไม่ได้เพ่งกสิณแต่จิตสว่างขึ้นมาได้ แสดงว่าเมื่อสงบจะทำให้ตาทิพย์ทำงานขึ้นมาเอง เป็นลำดับอาการปกติที่เกิดขึ้นของการฝึก ดังนั้นที่สงสัยกันว่าในการเข้าสมาธิลึกๆแล้วไม่เห็นอะไรเลย จึงไม่น่าจะถูกต้อง ถ้าถือว่าจิตที่สว่างขึ้นเป็นนิมิตอย่างหนึ่ง ย่อมแสดงว่าการฝึกสมาธิหนีการใช้ภาพนิมิตไม่ได้ |