![]() |
|
|
|
ปัจจุบันมีผู้คนพูดกันด้วยความเข้าใจผิดว่าเรากำลังเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ หรือเริ่มต้นคริสต์ศตวรรษใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2000 แต่ความทำความเข้าใจเสียใหม่ให้ถูกต้องว่าวันที่1มกราคมค.ศ.2000ยังเป็นคริสต์ศตวรรษที่20และสหัสวรรษเก่าส่วน ศตวรรษใหม่คือ ศตวรรษที่ 21 จะเริ่มในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2001 และคริสต์สหัสวรรษใหม่จะเริ่มในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2001 เช่นเดียวกัน ทำไมวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2001 จึงเป็นวันเริ่มต้นของศตวรรษใหม่ ศตวรรษ แปลว่า 100 ปี ลองพิจารณาดูคริสต์ศตวรรษต่างๆ ดังต่อไปนี้ ค.ศ. 1 - ค.ศ. 100 คือ คริสต์ศตวรรษที่ 1 (ร้อยปีที่ 1) ค.ศ. 101 - ค.ศ. 200 คือ คริสต์ศตวรรษที่ 2 (ร้อยปีที่ 2) ค.ศ. 201 - ค.ศ. 300 คือ คริสต์ศตวรรษที่ 3 (ร้อยปีที่ 3) ค.ศ. 1901 - ค.ศ. 2000 คือคริสต์ศตวรรษที่ 20 (ร้อยปีที่ 20) ค.ศ. 2001 - ค.ศ. 2100 คือคริสต์ศตวรรษที่ 21 (ร้อยปีที่ 21) ฉะนั้นปีหน้าทั้งปีก็ยังอยู่ในศตวรรษที่ 20 และจะขึ้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 หลังสิ้นปีหน้าแล้วนั่นคือวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2001 จะเป็นวันเริ่มต้น คริสต์ศตวรรษที่ 21 สหัสและแปลว่า 1000 ปี ค.ศ. 1 - ค.ศ. 1000 คือ คริสต์สหัสวรรษที่ 1 หรือพันปีที่ 1 ค.ศ. 1001 - ค.ศ. 2000 คือ คริสต์สหัสวรรษที่ 2 หรือพันปีที่ 2 ค.ศ. 2001 - ค.ศ. 3000 คือ คริสต์สหัสวรรษที่ 3 หรือพันปีที่ 3 สหัสวรรษที่ 2 ยังไม่สิ้นสุดในตอนสิ้นปี ค.ศ. 1999 แต่จะสิ้นสุดในปลายปี ค.ศ. 2000 เพราะปีหน้าทั้งปีอยู่ในสหัสวรรษที่ 2 วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2001 จึงจะเป็นวันเริ่มต้นของสหัสวรรษใหม่คือคริสต์สหัสวรรษที่ 3 ปกติเมื่อถึงเวลาสิ้นปีและขึ้นต้นปีใหม่ก็มีการฉลองเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว แต่เริ่มต้นปีใหม่ ค.ศ. 2000 เป็นปี ที่ดูเหมือนทุกคนจะเฝ้ารอคอยที่อยากเห็นความสวยงาม หรือความว่างเปล่าของเลขศูนย์ ปี ค.ศ. 1999 จะเป็น ปี ค.ศ. 2000 หมายถึงเลข 9 สามตัวจะกลายเป็นเลข 0 สามตัว มันเป็นความน่าอัศจรรย์ที่เด็กๆ เฝ้ารอคอยดังเช่นการได้เห็นเลขบอกระยะทาง ในหน้าปัดรถยนต์เป็นเลขศูนย์เต็มไปหมด นี่คือความตื่นเต้นที่เด็กๆ พึงพอใจ ดังนั้นการเฉลิมฉลองต้อนรับปี ค.ศ.2000 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะ ฉลองให้เอิกเกริกยิ่งใหญ่แต่ควรตระหนักว่าเป็นการฉลองต้อนรับปีสุดท้ายของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ใน ค.ศ. 2000 ดาวมาเรียงกันเป็นเส้นตรงจริงหรือ? ดาวที่มนุษย์มีความผูกพันและคิดว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตของตนเองคือ ดาวที่มีชื่อเหมือนชื่อวันในสัปดาห์ ดาวเหล่านี้เป็นดาวในระบบสุริยะจึงอยู่ ใกล้ๆ โลกอาจจะเรียกว่า ดาวเคราะห์โบราณ คนสมัยก่อนคิดว่าดาวเคราะห์โบราณ คือ เทวดาอยู่บนสวรรค์ คอยดูแลให้คุณให้โทษแก่คนบน โลกมนุษย์จึงเกรงกลัวกราบไหว้บูชาอยู่เป็นประจำ เป็นดาวที่อยู่ไม่คงที่เหมือนดาวที่เหลือ ซึ่งเป็นดาวที่อยู่ไกลมากอยู่นอกระบบสุริยะ เพราะ ฉะนั้น ดาว ในคำถามที่ว่า ดาวมาเรียงกันเป็นเส้นตรงจริงหรือไม่ จึงหมายถึง ดาวเคราะห์โบราณทั้ง 7 คำตอบคือ ในปี ค.ศ. 2000 ดาวเคราะห์ โบราณไม่มาเรียงกันเป็นเส้นตรง หรือยู่ในทางเดียวกันทุกดวงดาวเพียงแต่ปรากฎอยู่ใกล้ๆ กันบนท้องฟ้าเท่านั้น หากอยู่ไปในทางเดียวกันหรือ เรียงเป็นเส้นตรงเดียวกันก็จะเห็นซ้อนกันอยู่ประดุจดังดวงจันทร์บังหรือทับซ้อนดวงอาทิตย์ขณะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ไม่มีการบังกันหรือซ้อน กันของดาวทั้ง 7 ในปี ค.ศ. 2000 วันที่ดาวทั้ง 7 ดวงปรากฎอยู่ใกล้กันบนท้องฟ้าคือ วันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 เมื่อเล็งจากโลกจะมีดาว 7 ดวงเรียงจากตะวันตกไปยังตะวันออกดังนี้คือ ดาวศุกร์ ดาวพุธ ดวงอาทิตย์ ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวอังคาร และดวงจันทร์ โดยดวงนอกสุด คือดาวศุกร์กับดวงจันทร์จะอยู่ห่างกันประมาณ 25 องศา ดังนั้นดาวทั้ง 7 จึงกระจายกันอยู่ในบริเวณกว้างกลุ่มดาวที่เป็นฉากเบื้องหลังคือกลุ่ม ดาวแกะกลุ่มดาววัวเมื่อเล็งจากโลกไปยังดาวทั้ง 7 จึงต้องเล็งไปตามเส้นตรงถึง 7 เส้น ดวงจันทร์มีทางเดินของตนเองรอบโลกอยู่ใกล้ๆ โลกมาก ถูกโลกดึงเอาไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์จึงไม่มีโอกาสที่จะไปชนดาวพฤหัสบดี หรือดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ รวมทั้งดวงอาทิตย์ แต่เมื่อสังเกตตำแหน่งของดวงจันทร์บนฟ้าจะเห็นว่าดวงจันทร์บนฟ้าจะเห็นว่าดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านใกล้ๆ ดาวเคราะห์หรือบางครั้งเคลื่อนที่บังดวงอาทิตย์ทำ ให้เกิดปรากฎการณ์สุริยุปราคาบางครั้งดวงจันทร์เคลื่อนที่บังดาวเคราะห์ได้ด้วย เช่น เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2541 เวลา 19:53:40 ถึง 20:42:04 ดวงจันทร์บังดาวเสาร์เห็นได้ในหลายจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย ดวงจันทร์บังดาวเสาร์เท่านั้นดวงจันทร์ไม่ได้ชนดาวเสาร์ ในแต่ละเดือนดวงจันทร์จะผ่านใกล้ดาวเคราะห์และดวงอาทิตย์เดือนละ 1 ครั้งเสมอ โดยผ่านดวงอาทิตย์ในวันเดือนดับหรือแรม 15 ค่ำ ดวง จันทร์ที่ผ่านใกล้ดาวสว่างมากๆ จึงเป็นเครื่องช่วยบอกให้ทราบว่าดาวดวงสว่างมากๆ ดวงนั้นเป็นดาวเคราะห์ดาวเคราะห์เป็นบริวารของดวง อาทิตย์หมายความว่า ดาวเคราะห์ถูกดวงอาทิตย์ดึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงดาวเคราะห์จึงเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์ด้วยขนาดของแรงต่างๆ กันดาว เคราะห์แต่ละดวงอยู่ห่างกันมากมีทางโคจรเป็นของตนเองจะไม่มีโอกาสวิ่งชนกันได้เลยเพียงแต่เมื่อดูจากโลกอาจเห็นดาว 2 ดวงอยู่ใกล้ๆ กัน วันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 จะเห็นดาวเคราะห์สว่างบนฟ้าหรือไม่? ถ้าดูตำแหน่งดาวเคราะห์ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์บนฟ้าของวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 จะเห็นว่าดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัส และดาวเสาร์อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากโดยอยู่ห่างไม่เกิน 9 องศา หรือประมาณ 1 กำมือ ในขณะที่ดาวอังคารและดวงจันทร์อยู่ห่างดวงอาทิตย์ประมาณ 15 องศา หรือ 1 กำมือครึ่ง ระยะใกล้เคียงดวงอาทิตย์มากเช่นนี้จะไม่ สามารถมองเห็นดาวเคราะห์ที่สว่างเหล่านี้ได้เพราะแสงอาทิตย์จ้ามาก ดาวศุกร์จะขึ้นก่อนดวงอื่นแต่ขณะขึ้นก็เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์กำลังจะ โผล่จากขอบฟ้าตะวันออก ดาวศุกร์ ดาวพุธ จึงถูกแสงรุ่งอรุณรบกวน ทำให้มองไม่เห็น ส่วนดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ตกเกือบพร้อมๆ ดวงอาทิตย์ ไม่มีโอกาสที่จะเห็นได้เลยดาวอังคารและดวงจันทร์ตกช้ากว่าดวงอาทิตย์เกือบ 1 ชั่วโมง จึงอาจมองเห็นดวงจันทร์ข้างขึ้นน้อยๆ ในขณะที่ดาวอังคารริบหรี่ในแสงพลบค่ำทำให้มองไม่เห็น เพราะฉะนั้นในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 จะไม่เห็นดาวเคราะห์สว่างบนท้องฟ้าเลย เดือนใดจึงจะเห็นดาวเคราะห์สว่าง 5 ดวงบนฟ้าในปี ค.ศ. 2000 ? ดาวเคราะห์ที่เห็นได้ง่าย ตั้งแต่บัดนี้ถึงกลางเดือนเมษายน ค.ศ. 2000 คือ ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ และดาวศุกร์ โดยดาวศุกร์กำลังเป็น ดาวรุ่งหรือดาวประกายพรึก เห็นทางทิศตะวันออกในเวลาเช้าตรู่ตอนปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1999 จะขึ้นเวลาประมาณ 3 นาฬิกา เมื่อ รุ่งอรุณจะเห็นสว่างสุกใสอยู่สูงเป็นมุมกว่า 30 องศา หลังจากนี้จะขึ้นช้าลงและในเวลาเดียวกันของทุกวันจะเห็นอยู่ต่ำลงเรื่อยๆ ปรากฎเข้า ใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นจะเริ่มสังเกตยากในเดือนเมษายน ค.ศ. 2000 ดาวเสาร์ ดาวพฤหัส และดาวอังคาร เห็นได้ตั้งแต่เวลาหัวค่ำของทุกคืน ตั้งแต่บัดนี้ถึงต้นเดือนเมษายน 2000 โดยเรียงจากตะวันตกไปตะวันออกคือ อังคาร พฤหัส และ เสาร์ ดวงที่เห็นได้ง่ายที่สุดคือ ดาวพฤหัส เพราะ สว่างสุกใสจนหลายคนคิดว่าเป็นดาวศุกร์ ห่างจากดาวพฤหัสไปประมาณ 15 องศาทางตะวันอออกเฉียงไปทางเหนือในแนวเข็มนาฬิกาบอก เวลา 7 นาฬิกาคือ ดาวเสาร์ ระยะห่างระหว่างดาวเสาร์กับดาวพฤหัส จะแคบลงเรื่อยๆ ส่วนดาวอังคารอยู่ต่ำไปทางทิศตะวันตกในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2000 ดาวอังคารจะอยู่ใกล้ดาวพฤหัสมากที่สุด โดยอยู่ใกล้ขอบฟ้าตะวันตกในเวลาหัวค่ำ และดาวเสาร์อยู่สูงกว่าดาวพฤหัส 6 องศา ดาวพุธ ในช่วงนี้ถึงปลายเดือนเมษายน ค.ศ. 2000 จะพอเห็นได้ในระยะเวลาสั้นๆ ดังนี้คือเดือนธันวาคม 1999 เห็นสว่างน้อยกว่าและ ต่ำกว่าดาวศุกร์ ปลายมกราคมถึงปลายกุมภาพันธ์ 2000 เห็นทางตะวันตกในเวลาหัวค่ำอยู่ต่ำกว่าดาวอังคารกลางมีนาคมถึงปลายเมษายน 2000 จะอยู่สูงกว่าดาวศุกร์ภายหลัง 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 ดาวเคราะห์แต่ละดวงจะปรากฎห่างจากกันยกเว้นดาวพฤหัสกับดาวเสาร์ที่ยัง อยู่ใกล้กันไปตลอดทั้งปี โดยดาวเสาร์ขึ้นก่อนเพราะดาวพฤหัสเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์เร็วกว่า จึงไปอยู่ทางตะวันออกของดาวเสาร์ระหว่าง พฤษภาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2000 ดาวเสาร์กับดาวพฤหัสจะเป็นดาวรุ่ง ขึ้นก่อนดวงอาทิตย์ เร็วขึ้นเดือนละประมาณ 2 ชั่วโมง ในปลายเดือนพฤศจิกายน 2000 ดาวทั้งคู่จะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์จึงเห็นตลอดทั้งคืนในเดือนธันวาคมจะเห็นอยู่สูงทางทิศตะวันออกแล้ว เมื่อเวลาหัวค่ำ ดาวศุกร์ จะกลายเป็นดาวประจำเมืองเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงสิ้นปี 2000 ดาวอังคาร จะเริ่มเห็นใกล้ขอบฟ้า ตะวันออกในเวลารุ่งเช้าตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมจนถึงสิ้นปี 2000 ดาวพุธ จะเป็นดาวเสาร์เวลาหัวค่ำระหว่างปลายเดือนพฤษภาคมและเดือน มิถุนายน ค.ศ.2000 โดยเห็นใกล้ขอบฟ้าทางตะวันตกเฉียงมาทางเหนือในเวลาหัวค่ำ ระหว่างเวลากลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม ค.ศ.2000 จะเห็นทางตะวันออกเฉียงไปทางเหนือในเวลาเช้ามืด และเดือนที่จะเห็นเวลาเช้ามืดอีกคือพฤศจิกายน โดยจะเห็นทางตะวันออกเฉียง ไปทางใต้สำหรับช่วงที่จะปรากฎในเวลาหัวค่ำช่วงสุดท้ายของปี คือระหว่างต้นกันยายนถึงปลายตุลาคม ซึ่งจะอยู่ทางตะวันออกเฉีงไปทางใต้ เล็กน้อย ถ้ามีกล้องโทรทรรศน์ส่องดูดาวเคราะห์ปี ค.ศ.2000 เป็นปีที่สะดวกในการดูวงแหวนอันสวยงามของดาวเสาร์ และดูดาวพฤหัสพร้อม กับริวาร 4 ดวงใหญ่ ซึ่งกาลิเลโอค้นพบเมื่อ 390 ปีมาแล้ว
|