| 1. |
โลหะมีค่าพลังงานไอออไนเซชั่นต่ำมาก
แสดงว่าอิเลคตรอนของโลหะจะหลุดออกไปได้ง่าย เมื่อวาเลนซ์อิเลคตรอนหลุดออกไป
ก็จะเหลืออนุภาคบวกดังนี้

อะตอมโลหะทุกอะตอมจะเป็นตัวให้อิเลคตรอนทั้งสิ้นดังนั้นจะไม่มีอะตอมใดเลยที่ได้รับอิเลคตรอน
|
| 2. |
โลหะมีเวเลนซ์อิเลคตรอนน้อย
ดังนั้นอิเลคตรอนที่หลุดออกไป จะมีเพียง 1, 2 หรือ 3 ตัวต่ออะตอม
เท่านั้น
|
| 3. |
โลหะมีค่าโคออร์ดิเนชั่นนัมเบอร์สูง
ซึ่งเท่ากับ 8 หรือ 12 หมายความว่า อะตอมหนึ่งจะมีอะตอมอื่นรอบล้อม
8 ถึง 12 อะตอม ดังนั้นการนำอิเลคตรอนมาใช้ร่วมกันเป็นอิเลคตรอนคู่ในลักษณะของพันธะโคเวเลนท์จึงเป็นไปไม่ได้ |
ดังนั้นการเกิดพันธะโลหะควรเป็นไปในลักษณณะที่ว่า
เวเลนซ์อิเลคตรอนของอะตอมโลหะที่หลุดออกไปจะไม่เป็นของอะตอมใดอะตอมหนึ่งโดยเฉพาะ
แต่จะเป็นของอะตอมทั้งหมด โดยที่อิเลคตรอนจะเคลื่อนที่ไปยังอะตอมนี้บ้าง
อะตอมโน้นบ้าง ในผลึกของโลหะจึงเป็นการเอาอนุภาคบวกมาเรียงกันไว้อย่างมีระเบียบ
และมีเวเลนซ์อิเลคตรอนเคลื่อนที่ไปมาได้ทั่วอนุภาคบวกเหล่านั้นเหมือนกับเป็นหมอกปกคลุมอนุภาคบวกทั้งหมด
หรืออาจกล่าวได้ว่า อนุภาคบวกเหล่านั้นจมอยู่ในทะเลอิเลคตรอน แรงดึงดูดระหว่างอนุภาคบวกกับอิเลคตรอนเรียกว่า "พันธะโลหะ" ซึ่งมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างพันธะแข็งแรงมาก