โรงเรียนสอนธุรกิจ     หน้า2
 
 วิชาความรู้ต่างๆที่สอนกันในธุรกิจเครือข่ายขายตรง ก็มักมาจากประสบการณ์ที่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงของการทำงาน เช่น

  1. ทัศนคติสู่ความสำเร็จ
  2. ทักษะการเป็นผู้นำ
  3. ทักษะในการสื่อสาร
  4. ทักษะในการพบผู้คน
  5. การเอาชนะความกลัว ความสงสัย และความไม่มั่นใจ
  6. การเอาชนะความกลัวคำปฏิเสธ
  7. ทักษะในการบริหารการเงิน
  8. ทักษะการลงทุน
  9. ทักษะในการสร้างความเชื่อถือ
  10. ทักษะในการบริหารเวลา
  11. การตั้งเป้าหมาย
  12. การจัดระบบ

ความรู้เหล่านี้คุณจะได้ติดตัว นำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม ดังนั้นคุณค่าของระบบธุรกิจเครือข่ายขายตรง คือการอบรมความเป็นผู้นำ โดยให้ทั้งความรู้ และโอกาสในการพัฒนาทักษะในธุรกิจ ที่จำเป็นมากสำหรับสำหรับการประสบความสำเร็จ เรียกง่ายๆว่า ธุรกิจเครือข่าย ขายตรงที่ดี จะต้องฝึกคนให้เป็นผู้นำ ไม่ใช่ฝึกแค่เพียงขายสินค้า

ในโลกของธุรกิจทั่วไป หากคุณเป็นลูกจ้าง หรือ ที่เราเรียกอีกอย่างว่ามนุษย์เงินเดือน เมื่อคุณทำผิดพลาด คุณจะถูกตำหนิ ทำโทษบางทีอาจถึงขั้นไล่ออก แต่ในธุรกิจเครือข่ายเขาจะสอนคุณเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และช่วยเหลือแนะนำ แก้ไข และที่สำคัญคือให้กำลังใจคุณพัฒนาเดินหน้าต่อไป เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นคนที่กลัวการผิดพลาดล้มเหลว ธุรกิจนี้เหมาะแก่คุณ เพราะคุณสามารถล้มแล้วลุก มีคนคอยแนะนำช่วยเหลือ สร้างความมั่นใจให้คุณตลอดเวลา มันจึงเป็นกระบวนการที่ทำให้คุณถูกกระตุ้นให้เรียนรู้ จากชีวิตจริง และเติบโตไปในธุรกิจอย่าแข็งแรง ทั้งสติปัญญา อารมณ์ ร่างกายจิตวิญญาน โดยมีผู้สำเร็จเป็นพี่เลี้ยง ผู้แนะนำที่จะช่วยเหลือให้คำแนะนำโดยปราศจากค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

 

 การตลาด กับการขายตรง ที่เรียกว่า MLM
 MLM ย่อมาจาก Multi Level Markeing หรือ ที่เรารู้จัก ว่าการขายตรงนั่นเอง ส่วนมันจะเข้ามาในเมืองไทย เมื่อไร ไม่ต้องไปรู้มัน เราเอาหลักๆดี กว่า ระบบนี้ เป็นระบบแก้ปัญหา การตลาด แบบข้างต้น เพราะตรงนี้ทำให้ลดต้นทุน ของผู้ผลิตในแง่ไม่ต้องไปเสียเงินลงทุนกับค่าโฆษณา มากๆ แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ว่าสินค้า ของตนเองจะขายออกหรือไม่ และผู้บริโภค ได้ใช้ของที่ต้นทุนต่ำ คุณภาพดี ราคาก็ ถูกลง แต่ส่วนที่ว่า ของบางบริษัท ทำมัยยังแพงอยู่ อันนี้ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ ของนโยบาย แต่ละบริษัท ซึ่งตรงนี้ ทำให้ ตลาดขายตรง เกิดภาพติดลบ พอสมควร แล้ว บทต่อๆไปจะพูด ถึงหลักวิธีการดู การพิจารณา ธุรกิจขายตรง

แต่เรามามองมุมกลับ มาก เกี่ยวกับMLM ตรงนี้ เขาตัดงบค่าโฆษณาออก ไม่ต้องมี เพราะใช้คนที่เป็นสมาชิก บอกต่อๆ กันไป มันก็ เหมือนเสีย แหละ แต่ได้ผลในแง่ ตัดปัญหาคู่แข่ง ที่อัดงบมาโจมตี หรือ ใช้วิชามารในการตลาด ค่ายี่ปั้ว ซาปั้ว ไม่มี เพราะมันไปตก อยู่ หัวหน้าทีมๆต่างๆ แต่หาก เรามามองมุมกลับ เราอยากทำ อยากเป็น ยี่ปั้ว สมมุติของเครื่องดืมน้ำดำสักยี่ห้อ คุณมีสัก10ล้าน 30ล้าน เป็นได้ มัย จังหวัดหนึ่ง เป็นได้ กี่คน แต่ คุณ จะทำตัวเหมือนยี่ปั้ว ซาปั้ว ของสินค้า แบบMLMสักยี่ห้อ หนึ่ง เราต้องใช้เงิน มากมัย หาก เป็น MLMบางยี่ห้อ เงินแค่200บาท มันสร้างธุรกิจ ให้กับคุณ ให้รายได้ ขนาดยี่ปั้ว ซาปั้ว โดยไม่ต้องแบกภาระ ค่าสต๊อคเป็น แสน เป็นล้าน ก็สามารถ ทำได้ เพราะฉะนั้นธุรกิจ MLM คือช่องทางการจำหน่ายสินค้า ทางหนึ่ง ธุรกิจMLMที่ดีๆ เป็น ของไทย แล้ว ราคายุติธรรม คุณภาพดี เมื่อเทียบกับ ของต่างประเทศ สิ่งที่สำคัญหากสินค้าไม่ดีจริง ราคาไม่สมเหตุสมผลธุรกิจตัวนี้ไปไม่ได้หรอกเพระมันไม่มีการ ซื้อ ซ้ำสองการโตมันไม่มี

 

 MLM ทางเลือกที่น่าลอง
 ทำไม MLM (Multi Level Marketing) จึงเป็นทางเลือกที่ต้องลอง ท่านเคยสงสัย หรือเคยคิดจะลอง หรือ จากคำบอกเล่า คนชักชวน แล้วไม่กล้าลอง    จริงๆแล้ว คือโอกาสทองของชีวิตการทำงานก็เหมือน กับนาทีทอง ของการตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีราคา โปรโมชั่น จะเป็นตัวช่วยชี้วัดทำให้ เราตัดสินใจง่ายขึ้น ดร.พอล เกตตี้ ได้กล่าว ถึงบัญญัติ 5 ประการ สู่ความสู่ความสำเร็จในโลกของธุรกิจ ไว้ว่า

1.ทำธุรกิจของตนเอง

2.ขายผลิตภัณฑ์ /การบริการที่ตลาดต้องการ

3.เสนอบริการดีกว่า คู่แข่ง

4.ให้รางวัลผู้ที่มีผลงาน

5.สร้างความสำเร็จ โดยอาศัยผู้อื่นช่วย

 จากข้อกล่าวถึง ตามบัญญัติที่ ดร.พอล กล่าว หากพิจารณาดูดีๆแล้วก็สอดคล้องกับธุรกิจ ขายตรงMLM เพราะอะไร หรือ….

                           1.เราเป็นเจ้าของกิจการ เป็นเจ้านายตัวเอง

2.มีรายได้ ทันที ไม่มีขีดจำกัด และไม่มีข้อต่อเนื่อง ผิดกับการลงทุนในธุรกิจ เราต้องลงทุน แล้ว รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้ คุ้มทุนก่อน จึงจะนำมาคิดเป็นรายรับที่เรียกว่า กำไร

3.รายได้สูง และการทำงาน ก็ทำได้ 2อย่างพร้อมๆกันกับงานประจำโดยไม่ขัดแย้งกัน

4.มี อิสรภาพ ช่วยเหลือคนได้

5.อยู่ในสังคมที่คอยช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน

6.ใช้เงินลงทุนน้อย ไม่ต้องอาศัยทำเล ยิ่งเป็นของ มิเนอร์รี่ แค่เงินลงทุน เพียง200บาท เท่านั้น

7.ไม่จำเป็นต้องมีประสพการณ์ หรือพูดเก่ง เพราะจะมีระบบช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันเกื้อกูล ยิ่งทีมเราได้ ผลิตซีดี ให้ ใช้ในการแนะนำ การทำงาน ทำให้ไม่ต้องคิดถึงเรืองนี้ มีศูนย์อบรมพัฒนาบุคลากร ของบริษัทที่คอยช่วยจัดการเพิ่มพูนความรู้ ประสพการณ์

8.มีเวลามากขึ้น ได้เปิดตาเปิดสมองไปกับผู้คน ในที่ต่างๆ

9.ได้พัฒนาตนเองตลอดเวลา

10.ทำงานเพียง 1-5ปี มีรายได้ ตลอดชีวิตเป็นมรดก

หาก ถ้าเรามีทางเลือก2ทางในการใช้ตัดสินใจเลือกทางเดิน ของชีวิต ระหว่าง โครงการทำงานในตลอดระยะเวลาของเรา 40ปี กับโครงการ1-5ปี เราลองพิจารณาดู จากข้อมูลข้างล่าง

ทางเดินของชีวิต

ทางเลือกที่หนึ่ง การเป็นลูกจ้าง หรือรับราชการ

ทางเลือกที่2เส้นทางMLM

1.ทำงานให้คนอื่น

2.มีขอบเขตจำกัดรายได้

3.งานหยุดชะงัก รายได้ก็ชะงักด้วย

4.ไม่มีผลตอบแทนจากกำไร

5.ไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ในองค์กรที่เราทำ

6.เกษียณงานตามอายุงาน

7.เดินทางตามหน้าที่

8.หน้าที่งานมีขอบเขต

9.มีกฎระเบียบ

1.ทำงานเพื่อตนเอง

2.ทวีคูณรายได้

3.งานสะดุด รายได้คงที่

4.มีผลตอบแทนจากกำไร

5.มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ของการกระทำที่เกิดจากองค์กร นั้น สามารถให้เป็นมรดกได้

6.เลือกการเกษียณได้

7.มีผลกำไรชีวิตจากการเดินทาง

8.เคลื่อนไหวได้เต็มกำลัง

9.มีอิสระเสรี

 นอกจากนี้ การขายตรง ยังมีจุดเด่น ไม่ว่าจะมองมุมไหนในแง่ผู้ประกอยการ ผู้บริหาร หรือมองในแง่นักขายตรงก็ตาม ทำให้ MLMเป็นทางเลือกที่ทุกคนต้องลอง ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

จุดเด่นของธุรกิจMLM

มองในแง่ผู้ประกอบการ

มองในแง่นักขายตรง

1.การลงทุน ทำเลที่ตั้ง ไม่จำเป็น ต้องใช้ทำเลที่เด่นๆมาก

2.การบริหารสินค้าคงคลังไม่เสี่ยง

3.ไม่มีคู่แข่ง ณ จุดขาย

4.ไม่ต้องลงโฆษณาผ่านสื่อ ทีวี วิทยุ

5.ไม่มีสงครามเรื่องราคา

6.เพิ่มรายได้ ให้กับคนทั่วๆไป

7.ไม่เป็นปัญหา สังคม

1.ร่ำรวยด้วยการขยัน

2.รักกับทีมงาน

3.เบ่งบานเต็มที่พวกพ้อง…น้องพี่

4.มีฝีมือก้าวหน้า

5.หาความสำเร็จด้วยตนเอง

6.เก่ง และก้าวหน้า

7.สรรหาของดีไว้ให้ลูกค้า

 

การตัดสินใจทำธุรกิจMLM
 การตัดสินใจทำธุรกิจ MLM มีข้อควรพิจารณา เพื่อให้ ไขว่คว้า แสวงหา ความสำเร็จ ได้ ควรพิจารณา อย่างไร บ้าง ไม่ใช่ ทำไปแล้ว กลับถูกหลอกให้ ทำแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมันเป็นเรื่องผิดกฎหมายเกี่ยวกับการระดมเงิน ซึ่งในบทท้ายๆได้เขียนไว้แล้ว การพิจารณาMLM ที่ดี กับดูแชร์ลูกโซ๋ให้ รู้ แล้วเราจะไม่เป็นเหยื่อ ซึ่งหลักการพิจารณาควรดูถึงปัจจัย เหล่านี้

ในแง่มุมบริษัท

ควรพิจารณาบริษัท หลายๆแง่มุม เพื่อให้มั่นใจว่า ธุรกิจของบริษัท ไม่ใช่ รวยแล้วเลิก หรือ เลิกก่อนโรยลา โดยดูจาก

    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ ของบริษัท หรือ ผู้บริหารองค์กรใหญ่
    • ประวัติความเป็นมาของบริษัท /เบี้องหลังธุรกิจ
    • ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ของบริษัท / หรือผู้บริหาร
    • ความมั่นคง เงินทุน ประสพการณ์ของบริษัท

ในแง่ผลิตภัณฑ์

พิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัท ที่มีอยู่เหมาะสมกับกลุ่มตนที่เรารู้จักมากน้อย เพียงใด โอกาสทางการตลาด ของผลิตภัณฑ์ เป็นอย่างไร มีความแตกต่าง แล้วหาจุดขายโดดเด่น หรือไม่ ตลอดจนมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อย่างไร มีคุณภาพมาตรฐานที่จะสร้างความมั่นใจว่า ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สมราคา และผู้จำหน่ายตรงได้รับความสำเร็จอย่างไร

ในแง่แผนการตลาด

พิจารณาการขยายแผนการตลาด เกิดความยืดหยุ่น ง่ายต่อการทำหรือ ไม่ ต้องสต๊อค ต้องรักษายอด หรือไม่เมื่อขึ้นตำแหน่ง การขึ้นตำแหน่งแต่ละขั้นยากต่อการทำ หรือ ไม่ (ซึ่ง จะมีรายละเอียดในบทหลังๆ)

แนวทางที่จะประสพความสำเร็จ

หากสินค้าดี แผนการตลาดดี บริษัทดี เป็นน่าเชื่อถือ จะต้องมีการจัดระบบงานดี หรือมีหน่วยคอยสนับสนุนสมาชิกให้ช่วยประสพความสำเร็จ อันได้แก่

    • มีองค์กรสนับสนุนพัฒนาบุคลากร และทีมงานคอยช่วยเหลือ
    • อัพไลท์ มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ จริงจัง ทุ่มเทมากน้อยเพียงใด
    • ผู้นำระดับต่างๆที่เหนือๆขึ้นไปให้ความช่วยเหลือ ให้เราประสพความสำเร็จได้ แค่ไหน
    • จุดเด่นขององค์กร และทีมงาน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อการสร้างทีมงานของเรา มากน้อยแค่ไหน

สิ่งที่เราปรารถนา คือ เงิน ความสุข ความมั่นคง อิสรภาพ ความหวัง รางวัลแห่งชีวิต ความสำเร็จ แต่อย่างไร ก็ ตาม หาก แผนการตลาดดี สินค้าดี บริษัทดี ทีมงานให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่พร้อมที่จะให้เกิดความสำเร็จ สักแค่ไหน ทุกสิ่งทุกอย่าง จะไม่บังเกิด หากไม่เริ่มต้น ที่ตัวเราก่อน

 

 ไปหน้าที่แล้ว         สารบัญบทความ        ไปหน้าต่อไป

1