เที่ยวด้วยกัน ไปด้วยกันที่เชียงคาน จังหวัดเลย
|
||
| วัดศรีคุณเมือง วัดศรีคุณเมือง อยู่ที่ถนนชายโขง ซอย 7 อำเภอเชียงคาน สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2485 วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนา และล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์ ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา ศิลปวัตถุที่สำคัญมีหลายชิ้น เช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง พระพุทธรูปดังกล่าวมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 24-25 นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์แกะสลักไม้ ลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอด คล้ายปราสาท ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดกชุดพระเจ้าสิบชาติ ซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม
แก่งคุดคู้ แก่งคุดคู้ เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ในช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง ในหน้าน้ำ น้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้คือเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง มองเห็นเกาะแก่งชัดเจน มีโค้งสันทรายริมแม่น้ำสำหรับนักท่องเที่ยว มาเที่ยวเชียงคานที่อยากสัมผัสสายน้ำโขง และธรรมชาติสอง ฝั่งอย่างใกล้ชิด ท่าเรือบริเวณลานจอดรถ มีบริการเช่าเรือยนต์ล่องแม่น้ำโขง โดยใช้เวลาไป-กลับ ประมาณ 1 ชั่วโมงนอกจากนี้ยังมีร้านขายอาหารเช่นไก่ย่าง ส้มตำ ลาบ โดยเฉพาะพล่า กุ้งเต้น ต้มยำปลาจากลำน้ำโขงเป็นอาหารแนะนำในราคาไม่แพง การเดินทางจากตัวอำเภอเชียงคาน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถสายรอบเมืองไปแก่ง คุดคู้ได้ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร
ภูทอก จุดชมวิวทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวเชียงคาน มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บนยอดภูเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเชียงคาน และเป็นจุดชมวิวทิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ของอำเภอเชียงคาน และลำน้ำโขงได้โดยรอบ ตั้งอยู่บนถนนสายเดียวกันกับแก่งคุดคู้ซึ่งห่างจาก ตัวอำเภอ เชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร ใครที่ได้แวะมาเที่ยวเชียงคาน ไม่ควรพลาดการไปชมทะเลหมอกในยามเช้าที่นี่ นอกจากนี้ภูทอกจุดชมวิว ชมความงามของแม่น้ำโขง เมืองสานะคาม และแก่งคุดคู้ได้อย่างชัดเจน ส่วนทะเล หมอกนั้นจะเจอมากน้อยหรืออาจจะไม่เจอเลย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน
ถนนคนเดินเชียงคาน ถนนคนเดินเชียงคาน เป็นถนนคนเดินที่มีบรรยากาศดีแบบไทเชียงคานพื้นบ้านที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์ไว้ ซึ่งสืบต่อ ๆ กันมาช้านาน การเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยแต่ก็ยังคงไว้แบบชาวเชียงคาน ด้วยบรรยากาศดีอยู่ติดฝั่งแม่น้ำโขงแลเห็นสายธารลำน้ำโขงไหลเชี่ยวมองเห็นฝั่งเพื่อนบ้านของเรา ทำให้บรรยากาศที่นั่น เป็นดินแดนที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลายท่านก็อยากไปสัมผัสกัน สถานที่ท่องเที่ยวเชียงคานจะมีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี ถึงแม้จะช่วงฤดูร้อนก็จะไม่ร้อนมากนักเหมาะแก่การพักผ่อน และผู้คนที่นี้จะมีอัธยาศัยไมตรีผู้คนยิ้มแย้มตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์อันดีทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจเมื่อได้มาเยือนเชียงคานในครั้งนี้ ในช่วงวันนักขัตฤกษ์หรือวันหยุดที่พักเชียงคานจะมีนักท่องเที่ยวมาพักกันมากมายและชาวเชียงคานเองก็มาเที่ยวด้วยเช่นกัน จนทำให้ถนนคนเดินเชียงคานแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีผู้คนเดินแออัดกันและสถานที่พักเชียงคานก็หาพักได้ยากขึ้น และไม่มีสถานที่จอดรถให้แก่นักท่องเที่ยว
วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน อยู่ที่บ้านอุมุง ตำบลบุฮม อำเภอเชียงคาน การเดินทาง ใช้เส้นทางสายเชียงคาน-ปากชม ระยะทาง 6 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านผาแบ่นมีทางแยกเข้าบ้านอุมุง 3 กิโลเมตร จะถึงทางขึ้นเขาเป็นทางลูกรังระยะทาง 1 กิโลเมตร พระพุทธบาทภูควายเงินเป็นรอยพระพุทธบาทยาวประมาณ 120 เซนติเมตร กว้าง 65 เซนติเมตร ประดิษฐานบนหินลับมีด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อพ.ศ. 2478 รอยพระพุทธบาทภูควายเงินเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านในแถบนี้มาก สมัยก่อนครั้งที่การเดินทางมานมัสการยังลำบาก เชื่อกันว่าคนที่มีบุญวาสนาเท่านั้นจึงจะเดินทางมากราบไหว้ได้ คนที่วาสนาไม่ถึงจะต้องมีเหตุให้มาไม่ได้ ทั้งที่ตั้งใจไว้อย่างเต็มที่ก็ตาม บางคนก็หลงทาง ทุกปีในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 3 ทางวัดจะจัดงานสมโภชประจำปีถือเป็นงานสำคัญของชาวบ้านในแถบนี้
วัดท่าแขก วัดท่าแขก เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากอำเภอเชียงคาน 2 กิโลเมตร ก่อนถึงหมู่บ้านน้อยและแก่งคุดคู้ ปัจจุบันเป็นวัดธรรมยุติ ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูป 3 องค์สกัดจากหินทรายทั้งก้อน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีอายุประมาณ 300 กว่าปี เป็นวัดที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไม่ไกลนัก ถ้านักท่องเที่ยวจะขี่จักรยานมาเที่ยว ก็กำลังดีเลยครับ นอกจากจะได้สัมผัสกับวัดที่เก่าแก่ของเมืองแล้ว ยังมีทิวทัสน์ริมโขงที่สวยงามอีกด้วย แนะนำครับ...แล้วอย่าลืมเข้าไปชมพระพุทธรุปหินทรายอันเก่าแก่นะครับ หาชมได้ยาก
พระใหญ่ภูคกงิ้ว พระใหญ่ภูคกงิ้ว เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ตั้งอยู่ที่ภูคกงิ้ว บ้านท่าดีหมี ตำบลปากตม ประดิษฐานอยู่บนเนินเขาบริเวณปากลำน้ำเหืองจรดกับแม่น้ำโขง เป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร หล่อด้วยไฟเบอร์ผสมเรซิ่นสีทองทั้งองค์ สูง 19 เมตร ตัวฐานกว้าง 7.2เมตร สร้างขึ้นโดยกองทัพภาคที่ 2 และประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2542 และในมหามงคลแห่งราชพิธีราชาภิเษก ครบ 50 ปี พ.ศ. 2543 สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 บริเวณโดยรอบสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำโขง และประเทศลาวได้ การเดินทาง จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 201 (เลย-เชียงคาน) ไป 47 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณสามแยกตรงไปจนถึงบ้านท่าดีหมี และเลี้ยวขวาที่โรงเรียนบ้านท่าดีหมี ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ ตั้งอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว เดิมชาวไทดำอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2448 มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ปัจจุบันยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ มีบ้านที่สร้างขึ้นตามแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวไทดำ รวมทั้งเครื่องใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต และยังมีการรวมกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ของชาวบ้าน โดยสามารถชมการทอผ้า และเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากได้ นักท่องเที่ยวที่สนใจที่จะสัมผัสชีวิต ความเป็นอยู่ ชาวไทดำแบบโฮมสเตย์ สามารถติดต่อได้ที่สมาคมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำก่อนล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ โทร. 081 048 2000 พัก 1 คืน อาหาร 2มื้อ ราคา 300 บาท/คน การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-เชียงคาน ไปประมาณ 38 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางไปบ้านนาสีจนถึงบ้านนาป่าหนาดอีกประมาณ 10 กิโลเมตร อำเภอวังสะพุง
|
||