คำขวัญของ ประเทศอาเซียน
หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม
One Vision, One Identity, One Community


 

 


 

   กัมพูชา   
       ไทย     
       บรูไน  
       พม่า 
    ฟิลิปปินส์

มาเลเซีย   
ลาว     
เวียดนาม  
สิงคโปร์
อินโดนีเซีย

 

ราคาทองวันนี้

 

Kingdom of Cambodia : ราชอาณาจักรกัมพูชา
ព្រះរាជាណាចក្រកម្ពុជា
 (เขมร)

  
                                                                        ตราแผ่นดิน      

ความหมายของธง
              ธงชาติกัมพูชา ลักษณะผืนธงแบ่งตามแนวยาวเป็น 3 ริ้ว โดยริ้วตรงกลางจะเป็นสีแดง กว้าง 2 ส่วน มีรูปปราสาทหินนครวัด
สามยอดสีขาว อยู่บริเวณกึ่งกลาง ขณะที่ริ้วด้านนอกทั้ง 2 ด้าน มีสีน้ำเงิน และกว้างริ้วละ 1 ส่วนเท่า ๆ กัน โดยสีต่าง และสัญลักษณ์ต่าง ๆ
ของธง มีความหมาย ดังนี้
              
สีน้ำเงิน หมายถึง กษัตริย์
               สีแดง หมายถึง ชาติ
               ปราสาทนครวัดสีขาว หมายถึง สันติภาพ

เมืองหลวง
             
พนมเปญ

ประวัติศาสตร์ 

ยุคมืดของกัมพูชา
              เริ่มตั้งแต่อาณาจักรอยุธยาได้โจมตีอาณาจักรเขมร และ ได้เผา พระนคร เมืองหลวงของอาณาจักรเขมร ราบเป็นหน้ากอง ทำให้อาณาจักรเขมรเป็นส่วนหนึ่งของสยามประเทศตั้งแต่บัดนั้นมา เขมรเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาในฐานะดินแดนประเทศราช อาณาจักรอยุธยาปกครองเขมรเป็นเวลาเกือบ 400 ปี ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์เขมรตกอยู่ภายใต้การควบคุมของ
จักรวรรดิสยามอย่างเข้มงวด ในสมัยรัชกาลที่3 ได้เกิด สงครามอานามสยามยุทธทำให้กัมพูชาเป็นรัฐอารักขาระหว่างสยามกับญวณ ก่อนที่จะตกเป็นของฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

สมัยอาณานิคมฝรั่งเศส
              กัมพูชาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสมาตั้งแต่ พ.ศ. 2406 ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้เข้ายึดครองกัมพูชาไว้ แล้วปลดผู้ปกครองกัมพูชาที่เป็นชาวฝรั่งเศสและผู้นิยมฝรั่งเศสออกไป เมื่อสงครามโลกครั่งที่ 2 ยุติลง ฝรั่งเศสได้ขับไล่ญี่ปุ่นออกจาก กัมพูชาเป็นฝ่ายชนะสงคราม กัมพูชาจึงต้องตกเป็นของฝรั่งเศสอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาฝรั่งเศสมีภาระการต่อสู้ติดพันกับนักชาตินิยม
ในเวียดนาม จึงต้องหาทางประนีประนอมกับกัมพูชา โดยได้จัดทำสนธิสัญญาขึ้นเพื่อเปลี่ยนสภาพจากการที่กัมพูชาเป็นเมืองขึ้นมาเป็น รัฐในอารักขาแห่งเครือจักรภพของฝรั่งเศสในระยะที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสได้เจ้าสีหนุเป็นกษัตริย์ปกครองกัมพูชา 
เมื่อญี่ปุ่นยึดกัมพูชาได้ จึงให้เจ้าสีหนุประกาศเอกราชเป็นอิสระจากฝรั่งเศส แต่เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ฝรั่งเศสจึงกลับเข้ามามีอำนาจ
ในกัมพูชาเหมือนเดิม

การปกครอง

ระบอบการปกครอง 
             
ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ

การสืบราชสันตติวงศ์
             ไม่เหมือนกับระบบกษัตริย์ส่วนใหญ่ในประเทศอื่นๆ ระบบกษัตริย์ของกัมพูชา ไม่เสมอไปที่ราชบัลลังก์จะตกไปสู่ผู้มีลำดับ การสืบราชสันตติวงศ์ลำดับถัดไป ( ผู้ที่มีศักดิ์สูงสุดในราชวงศ์ หรือลูกคนโตของกษัตริย์องค์ก่อน เป็นต้น) และพระมหากษัตริย์ ไม่สามารถเลือกผู้ที่จะมาสืบราชสันตติวงศ์ได้ด้วยตัวเอง แต่ผู้ที่มีสิทธิ์ในการเลือกพระมหากษัตริย์องค์ใหม่นั้นคือ ราชสภาเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะได้รับการสืบราชสันตติวงศ์ (Literally: ราชสภาเพื่อราชบัลลังก์) (Royal Council of the Throne) ซึ่งมีสมาชิกดังนี้

  1. ประธานสภารัฐสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
  2. นายกรัฐมนตรี
  3. พระสังฆราช ศาสนาพุทธ ฝ่ายมหานิกาย
  4. พระสังฆราช ศาสนาพุทธ ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย
  5. รองประธานรัฐสภาคนที่หนึ่ง
  6. รองประธานสภาคนที่สอง

ราชสภาจะจัดการประชุมในสัปดาห์ที่พระมหากษัตริย์ สวรรคตหรือ ไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ต่อไป และเลือกพระมหากษัตริย์องค์ใหม่จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์สืบราชสันตติวงศ์ และเป็นสมาชิกราชวงศ์

ภูมิประเทศ

  • ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ประกอบด้วยที่ราบรอบทะเลสาบเขมร และที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง
  • มีทิวเขาล้อมรอบทางเหนือ คือ เทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขาบรรทัด เทือกเขาอันนัม

กัมพูชา มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายชามหรืออ่าง คือ ตรงกลางเป็นแอ่งทะเลสาบและลุ่มแม่น้ำโขงอันกว้างขวาง มีภูเขาล้อมรอบอยู่ 3 ด้าน ได้แก่

  • ด้านตะวันออกมีแนวเทือกเขาอันนัมที่เป็นพรมแดนกับประเทศเวียดนาม
  • ด้านเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือมีแนวเทือกเขาพนมดงรักที่เป็นพรมแดนกับประเทศไทย
  • ด้านใต้และตะวันตกใต้มีแนวเทือกเขาบรรทัดที่เป็นแนวพรมแดนกับประเทศไทย

เฉพาะด้านตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นที่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง

พื้นที่
         
181,035 ตร.กม. หรือ 69,898 ตร.ไมล์ 

ประชากร
         
15,100,000 (ประเมินปี 2555)

ภูมิอากาศ
             
มีอากาศมรสุมเขตร้อนเป็นแบบร้อนชื้นแถบมรสุม ฤดูฝนเริ่มจากเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูแล้ง เริ่มจากเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เดือนเมษายนมีอุณหภูมิสูงสุดที่สุด เดือนมกราคมมีอุณหภูมิต่ำที่สุด เดือนตุลาคมมีฝนตกชุกที่สุด

เศรษฐกิจ

  1. เกษตรกรรม อยู่บริเวณที่ราบภาคกลาง รอบทะเลสาบเขมร พืชที่สำคัญคือ ข้าวเจ้า ยางพารา พริกไทย
  2. การประมง บริเวณรอบทะเลสาบเขมร เป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค
  3. การทำป่าไม้ บริเวณเขตภูเขาทางภาคเหนือ โดยล่องมาตามแม่น้ำโขง
  4. การทำเหมืองแร่ ยังไม่ค่อยสำคัญ
  5. อุตสาหกรรม เป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อม ส่วนใหญ่เป็นโรงสีข้าว โรงเลื่อย รองเท้า

ศาสนา
              รัฐธรรมนูญกัมพูชาบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ เพราะมีผู้นับถือพระพุทธศาสนา 95% ศาสนาอิสลาม 3% 
ศาสนาคริสต์ 1.7% ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู0.3%

สกุลเงิน
             
เรียลกัมพูชา (KHR) (1 บาท ประมาณ 130 เรียล)

อาหารประจำชาติ

                                                                                   อาม็อก (Amok)
              อาหารยอดนิยมของกัมพูชา ลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย  โดยมากแล้วนิยมปรุงเนื้อปลาลวกด้วยพริกเครื่องแกง และกะทิ แล้วทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง บางตำรับอาจใช้เนื้อไก่หรือหอยแทน สาเหตุหนึ่งที่คนในประเทศนี้นิยมรับประทานปลา เพราะเป็นอาหารที่หาได้ง่าย เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง

ดอกไม้ประจำชาติ

ดอกลำดวน

ชื่อพื้นเมือง : รอมดวล
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูง 5 - 20 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดรูปกรวยหนาทึบลำต้นเปลาตรง                                           มีเปลือกสีน้ำตาลแตกขรุขระ เป็นสะเก็ด 
ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 5-11.5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม      sssssโคนใบสอบหรือมน
ดอก : ดอกมีสีนวลกลิ่นหอม ออกเดี่ยวตามซอกใบที่ปลายกิ่ง กลีบดอกหนาและแข็ง
กลีบดอก : ชั้นนอก 3 กลีบแผ่  ชั้นใน 3 กลีบ หุบเข้าหากัน  เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร
ผล : เป็นผลกลุ่ม ทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.6 เซนติเมตร สีเขียว เมื่อสุกสีดำรสหวานอมเปรี้ยว
ด้านภูมิทัศน์ : เป็นตันไม้สำหรับสุภาพสตรี วิธีปลูกที่ถูกต้อง ต้องปลูกไว้ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวบ้าน

เพลงชาติ
            
 เนื้อเพลงชาติของกัมพูชามี 3 บท แต่ร้องแค่บทที่ 1

อักษรเขมร ปริวรรต คำอ่าน ถ่ายเสียงด้วยอักษรโรมัน
บทที่ 1

សូម​ពួក​ទេព្ដា
រក្សា​មហាក្សត្រ​យើង
ឲ្យ​បាន​រុងរឿង
ដោយ​ជ័យ​មង្គល​សិរី​សួស្តី
យើង​ខ្ញុំ​ព្រះអង្គ
សូម​ជ្រក​ក្រោម​ម្លប់
ព្រះ​បារមី
នៃ​ព្រះ​នរបតី
វង្ស​ក្សត្រា​ដែល​សាង
ប្រាសាទ​ថ្ម
គ្រប់គ្រង​ដែន​ខ្មែរ
បុរាណ​ថ្កើង​ថ្កាន។

สูม​พวก​เทพฺฎา
รกฺสา​มหากฺสตฺร​เยิง
ออย​บาน​รุงเรือง
โฎย​ชัย​มงฺคล​สิรี​สัวสฺตี
เยิง​ขฺญุ̊​พฺระองฺค
สูม​ชฺรก​กฺโรม​มฺลบ̍
พฺระ​บารมี
ไน​พฺระ​นรบตี
วงฺส​กฺสตฺรา​แฎล​สาง
บฺราสาท​ถฺม
คฺรบ̍คฺรง​แฎน​ขฺแมร
บุราณ​ถฺเกิง​ถฺกานฯ

โซม ปวก เตฝดา
เรียกซา มฮา กสัต เยิง
ไอย บาน รุง เรือง
ดอย เจ็ย ม็องก็อล เซเร็ย ซัวสเด็ย
เยิง ขญม เปรียะฮ์ ออง
โซม ซรก กรอม มลุป
เปรียะฮ์ บารอเม็ย
เน็ย เปรียะฮ์ นอรอบอเด็ย
ว็อง กสัตรา แดล ซาง
ปราสาต ถมอ
กรุป กรอง แดน ขแม็ย
โบะราน ทเกิง ทกานฯ

Som pouk tepda
rak sa moha khsath yeung
iy ben roung roeung
doy chey monkol srey soursdey
Yeung Khnom preah ang
som chrok Krom molup
preah Baromey
Ney preah Noropdey
vong Khsattra del sang
preah sat thm­r
Kroup Kraung dèn Khmer
borann thkoeung thkann.

บทที่ 2

ប្រាសាទ​សីលា
កំបាំង​កណ្តាល​ព្រៃ
គួរ​ឲ្យ​ស្រមៃ
នឹក​ដល់​យស​ស័ក្តិ​មហា​នគរ
ជាតិ​ខ្មែរ​ដូច​ថ្ម
គង់វង្ស​នៅ​ល្អ
រឹងប៉ឹង​ជំហរ
យើង​សង្ឃឹម​ពរ
ភ័ព្វ​ព្រេង​សំណាង
របស់​កម្ពុជា
មហា​រដ្ឋ​កើត​មាន
យូរ​អង្វែង​ហើយ។

บฺราสาท​สีลา
กํบำง​กณฺตาล​พฺไร
ควร​อฺโย​สฺรไม
นึก​ฎล̍​ยส​สักฺติ​มหา​นคร
ชาติ​ขฺแมร​ฎูจ​ถฺม
คง̍วงฺส​เนา​ลฺอ
รึงปึง​ชํหร
เยิง​สงฺฆึม​พร
ภัพฺว​พฺเรง​สํณาง
รบส̍​กมฺพุชา
มหา​รฎฺฐ​เกิต​มาน
ยูร​องฺแวง​เหิยฯ

ปราสาต เซ็ยลา
ก็อมบัง กอนดาล เปร็ย
กัว ออย ซรอมัย
นึก ดอล ยัวฮ์ ซัก มอฮา เนาะกอ
เจียต ขแม็ย โดว็จ ทมอ
กุง ว็อง นึวฟ์ ลออ
รึง เปิง จุมฮอ
เยิง ซองเคิม ปอ
พวบ เปร็ยง์ ซ็อมนาง
รอบอฮ์ กอมปูเจีย
มอฮา รัต เกิด เมียน
ยู อองแวย์ง เฮยฯ

Prasath séla
kombang kan dal prey
Kuor oy sr­may
noeuk d­l yuos sak Moha Nokor
Cheat Khmer dauch Thmar
kong vong n­y l­ar
rung peung chom hor.
Yeung sang Khim por
pheap preng samnang
robuos Kampuchea.
Moha r­th koeut mien
you ang veanh hey.

บทที่ 3

គ្រប់​វត្ត​អារាម
ឮ​តែ​សូរ​ស័ព្ទ​ធម៌
សូត្រ​ដោយ​អំណរ
រំឭក​គុណ​ពុទ្ធ​សាសនា
ចូរ​យើង​ជា​អ្នក
ជឿ​ជាក់​ស្មោះ​ស្ម័គ្រ
តាម​បែប​ដូន​តា
គង់​តែ​ទេព្ដា
នឹង​ជួយ​ជ្រោម​ជ្រែង​ផ្គត់ផ្គង់
ប្រយោជន៍​ឲ្យ
ដល់​ប្រទេស​ខ្មែរ
ជា​មហា​នគរ៕

คฺรบ̍​วตฺต​อาราม
ฦๅ​แต​สูร​สัพฺท​ธร̲ร̲ม
สูตฺร​โฎย​อํณร
รํฦก​คุณ​พุทฺธ​สาสนา
จูร​เยิง​ชา​อฺนก
เชือ​ชาก̍​เสฺมาะ​สฺมัคฺร
ตาม​แบบ​ฎูน​ตา
คง̍​แต​เทพฺฎา
นึง​ชัวย​ชฺโรม​ชฺแรง​ผฺคต̍ผฺคง̍
บฺรโยชน์​อฺโย
ฎล̍​บฺรเทส​ขฺแมร
ชา​มหา​นคร๚

กรุป ว็อต อาราม
ลือ แตย์ โซ ซ็อป เทือร์
โสต ดอย อ็อมนอ
รุมลึก กุน ปุต ซาฮ์ซนา
จอ เยิง เจีย เนีย
เจือ เจีย ซมอฮ์ ซมะ
ตาม แบย์บ โดน ตา
กุง แตย์ เตวดา
นึง จวย โจรม แจรง ปกอต ปกอง
ปรอยอจ ออย
ดัล ประเตฮ์ ขแม็ย
เจีย มอฮา เน8อ๚

Kroup vath aram
lu tè so sap thoeur
Sot doy am no
rom lik koun poth sasna
Chol yeung chea neak
thioeur thiak smos smak
tam bep donnta
Kong tè thévoda
nùng chuoy chrom chrèng phkot phkang
pra yoch oy
Dol prateah Khmer
chea Moha Nokor.

คำแปล
ขอพวกเทวดา รักษามหากษัตริย์เรา
ให้ได้รุ่งเรือง โดยชัยมงคลศรีสวัสดี
เราข้าพระองค์ ขอพำนักใต้ร่มพระบารมี
ในพระนรบดี วงศ์กษัตราซึ่งสร้างปราสาทหิน
ครอบครองแดนเขมร โบราณเลื่องลือ ฯ

ปราสาทศิลา ซ่อนอยู่ท่ามกลางไพร
ควรคำนึงหวนให้ นึกถึงยศศักดิ์มหานคร
ชาติเขมรดุจหิน ดำรงวงศ์ละออยืนหยัดถาวร
เราหวังซึ่งพร บุญวาสนาแต่กาลก่อนของกัมพูชา
มหารัฐเกิดมี ช้านานมาแล้ว ฯ

ครบวัดอาราม ยินแต่ศัพท์สำเนียงเสียงธรรม
สวดโดยยินดี รำลึกคุณพุทธศาสนา
จงเราเป็นผู้เชื่อ แน่ในใจจริงตามแบบยายตา
คงแต่เทวดา จะช่วยค้ำจุนบำรุงประโยชน์ให้
แด่ประเทศเขมร เป็นมหานคร ฯ 

 

 

All data CopyRight © By Poonsak Sangklum All Right Reserver