COVID 19

#ThoughtOfTheDay

200417

Disclaimer:

 

วัตถุประสงค์ในการเขียนบทความนี้

ก็เพื่อแบ่งปันข้อมูล

และ เสนอความคิดเห็น

ที่อาจจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสร้างสรร ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

โดยไม่มีเจตนาที่จะท้วงติง หรือตำหนิ การทำงานของบุคคล และ/หรือ หน่วยงานใดๆ

 

สิ่งที่เขียนต่อไปนี้ เป็นการรวบรวม ข่าวและข้อมูล จากแหล่งต่างๆ

และจะอ้างอิงถึง โดยการลิ้งค์ไปที่ข้อมูล ในทุกโอกาสที่ทำได้

 

โดยจะมีการสอดแทรกความคิดเห็น ที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล และ/หรือ หน่วยงานใดๆ

และหากไม่ถูกต้อง และไม่เป็นตามสถานการณ์ที่แท้จริง ด้วยข้อมูลที่ได้รับไม่ครบถ้วน

ก็ขออภัยผู้ที่เกี่ยวข้อง เอาไว้ โอกาสนี้ ด้วยครับ

 

 

Ep. 3 “Trump’s 3 Phases”

 

เมื่อวาน (16 เมย 63) ประธานาธิบดี Trump ออกมาประกาศแนวทางการเปิดประเทศ (Reopen) โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ (Phases) โดยให้ผู้ว่าการแต่ละรัฐ เป็นผู้ตัดสินใจ

 

 

 

3 ระยะที่ว่า คือ

1.       ให้ผู้คนทำเรื่อง ระยะห่างทางสังคม (Maximizing Social Distancing) ให้ได้มากที่สุด

2.       ทะยอยเปิดกิจการที่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่างๆ (Non Essential) เช่น ร้านอาหาร โรงเรียน ฯลฯ

3.       กลับมาเป็นปกติ แต่ต้องดำรงมาตรการต่างๆ เอาไว้ (Minimizing time in crowded environments)

 

 

 

และการที่จะเลื่อนจาก ระยะที่ 1 ไป 2 หรือ จาก 2 ไป 3 ได้นั่น ใช้ข้อพิจารณาว่า จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 14 วัน

 

 

 

จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ถือเป็นปลายทาง แต่สิ่งที่ยังคงต้องทำ เพื่อให้ไปถึงจุดนั้น ยังคงต้องเป็น การตรวจผู้ติดเชื้ออย่างแพร่กระจาย (Widespread Testing) การตรวจหาผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ (Contact Tracing) แล้วก็แยกบุคคลเหล่านั้นออกมา (Isolating)

 

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม ที่อเมริกา ดูเหมือนยังคงจะมีปัญหาหลายๆอย่างที่อาจทำให้การเปิดประเทศ (Reopen) เป็นไปอย่างล่าช้า หรือ เร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น

 

ยังมีปัญหาเรื่อง การ Testing ที่ยังไม่มากและแพร่หลาย (Widespread) เพียงพอ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่สำคัญ ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ

 

ยังมีความเห็นต่างระหว่างรัฐบาลกลาง (Federal) กับรัฐบาลท้องถิ่น (State)

 

มาตรการบางอย่าง เช่น ทุกคนต้องใส่หน้ากาก เมื่อออกจากบ้าน ในบางรัฐก็เพิ่งมากำหนดเป็นมาตรการบังคับ

เหตุเพราะ มีการศึกษา จากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ พบว่า มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ติดเชื้อ แต่ไม่แสดงอาการ และสามารถที่จะแพร่เชื้อให้กับคนอื่นได้ ดังนั้น ทุกคนจึงต้องสวมหน้ากาก เพื่อป้องกันตัวเอง และปกป้องผู้อื่น (ในกรณีผู้ที่ติดเชื้อ แต่ไม่แสดงอาการ)

 

 

 

อีกทั้ง ยังมีการเลิกออกมาประท้วง มาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ ในหลายๆรัฐ

และบางรัฐ ก็เริ่มมาตรการผ่อนคลาย เช่น เปิดชายหาด  (ซึ่งอาจจะเร็ว และ/หรือ เป็นการชะล่าใจเกินไป)

 

สาเหตุ ที่คนออกมาเรียกร้อง ก็เพราะปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง

มีภาพของรถยนต์จำนวนมาก ต่อคิวกันยาวเหยียด เพื่อรอรับการบริจาคอาหารจาก หน่วยงานที่แจกอาหารฟรี (Food Bank) เป็นภาพที่เห็นแล้ว ก็สะเทือนใจ

 

จำนวนคนลงทะเบียนว่างงานในอเมริกา วันที่เขียนบทความนี้ มีประมาณ 22 ล้านคน

มากกว่าตำแหน่งงานทั้งหมด ที่ถูกสร้างขึ้นมา ตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ เมื่อ 11 ปีที่แล้ว

 

 

 

ที่เมกา น่าเป็นห่วงครับ

วันแรกที่ผมเริ่มเขียนเรื่องนี้ (30 มีค 63) มีผู้เสียชีวิตจากเจ้า COVID กว่า 2 พันคน

วันนี้ (17 เมย 63) มีผู้เสียชีวิต กว่า 36,000 คน

กว่า 34,000 คน ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์

 

ย้อนกลับมาดูที่บ้านเรา

ยังถือว่า ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ ที่ยังสามารถควบคุมได้

เศรษฐกิจก็มีผลกระทบ ไม่ต่างจากที่อเมริกา

ผู้คนก็ตกงาน

 

แต่เหมือนสภาพความเป็นอยู่ การใช้ชีวิต อาหารการกิน ของใช้จำเป็น

ของเรายังพอไปได้อยู่ ยังไม่เห็นสภาพรถต่อคิวกันยาวเหยียด เพือรอการแจกจ่ายอาหาร

 

แต่เราก็ต้องจับตาดู(อเมริกา)ครับ เพราะนี มันเป็นปัญหาของโลก (Pandemic)

ไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง เราจะอยู่รอดเพียงประเทศเดียว ไม่ได้

ข้างบ้านไฟใหม้ เราก็คงจะนิ่งอยู่เฉยๆไม่ได้

 

แต่จะทำยังไงดี ที่จะช่วยพี่เมกา ช่วยกันคิดที

 

 

 

Just a thought na krub. เผื่อมีประโยชน์

Very thank you for the prestigious of your time krub.

 

 

Ep. 2 “To Reopen”                                            COVID 19: Table of Contents                               Ep. 4 “When to Reopen”