COVID 19
#ThoughtOfTheDay
200501
|
Disclaimer: วัตถุประสงค์ในการเขียนบทความนี้ ก็เพื่อแบ่งปันข้อมูล และ เสนอความคิดเห็น ที่อาจจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสร้างสรร ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย โดยไม่มีเจตนาที่จะท้วงติง หรือตำหนิ การทำงานของบุคคล และ/หรือ หน่วยงานใดๆ สิ่งที่เขียนต่อไปนี้ เป็นการรวบรวม ข่าวและข้อมูล จากแหล่งต่างๆ และจะอ้างอิงถึง โดยการลิ้งค์ไปที่ข้อมูล ในทุกโอกาสที่ทำได้ โดยจะมีการสอดแทรกความคิดเห็น ที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล และ/หรือ หน่วยงานใดๆ และหากไม่ถูกต้อง และไม่เป็นตามสถานการณ์ที่แท้จริง ด้วยข้อมูลที่ได้รับไม่ครบถ้วน ก็ขออภัยผู้ที่เกี่ยวข้อง เอาไว้
ณ โอกาสนี้ ด้วยครับ |
Ep. 6
Facts of (COVIDs) Life
|
Ep. 5 (Encore) What
to Open and How COVID 19: Table of
Contents Ep.
7 New Normal |
|
ตัวเลขวันนี้ (1 พค 63) ตามที่ศูนย์โควิดรายงาน ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ คือ 6 เลขตัวเดียว เป็นที่พอใจของผู้ที่เกี่ยวข้องหลายๆฝ่าย เหมือนพ่อแม่เรา ที่อยากให้ลูกสอบได้ที่ เลขตัวเดียว จะอยู่ห้องไหน โรงเรียนไหน ไม่เป็นประเด็น ^_^ ถ้าสอบได้ที่ เลขตัวเดียว ก็จะได้กินเป๊ปซี่ เป็นรางวัล (สมัยผู้เขียนเรียนชั้นประถมนะ นานนนนมาแล้ว) ^_^ |
|
วันนี้ อยากนำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อมูลจริง (Facts) เกี่ยวกับเจ้าโควิด ในหลายๆประเทศพบว่า หากประชาชนได้รับทราบข้อมูลจริง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ พบว่า ประชาชนจะให้ความร่วมมือ ดีขึ้น มากขึ้น ยกตัวอย่าง การให้อยู่บ้าน ถ้าเรารู้เหตุผล เราก็อยากที่จะให้ความร่วมมือ การให้อยู่ห่างกัน 2 เมตร ทำไมต้อง 2 เมตร 1.9985 เมตร ได้ป่าว ทำไมต้องสวมหน้ากากอนามัย แล้วถ้าเราอยู่ห่างกัน 2 เมครแล้ว ยังต้องใส่หน้าการอนามัยอยู่ป่าว แล้วทำไม ต้องล้างมือบ่อยๆ เพราะไร |
|
พูดถึงข้อมูลที่เป็นข้อมูลจริง (Facts) ก็อยากจะขอเม้าต์ข้อมูลของศูนย์โควิดหน่อย ปกติแล้ว เวลาที่ศูนย์โควิดให้ข้อมูลตัวเลข ก็จะแบ่งเป็น 1. ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 2. ยอดผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 3. ยอดผู้ป่วยที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล และ 4. ยอดผู้เสียชีวิต และถ้าเราเอา
2+3+4 ก็จะเท่ากับ 1. |
|
ก็เลยสงสัยว่า ยอดผู้ติดเชื้อสะสม (1) ที่ศูนย์โควิดนำเสนอ จากการบวกลบคูณหาร ข้างบน มันน่าจะเป็นยอดผู้ป่วยเข้ารักษาตัว ในโรงพยาบาล (Hospitalization) ป่าว และยอดผู้ป่วยสะสม (Infected) มันน่าจะมากกว่านั้น (1)
ป่าว |
|
ข้อมูลจริง หรือ Facts ที่ว่านี้ ก็รวบรวมมากจากแหล่งข่าว และสื่อต่างๆ แต่ก็จะอ้างอิง ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO ) เป็นหลัก |
|
1. เจ้า COVID 19 เป็นใคร เจ้า COVID 19 เป็นสายพันธ์หนึ่งของ Coronavirus Coronavirus ก็เป็นตระกูลของไวรัส ที่มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ใน นก และ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของ SARS และ MERS ที่ผ่านมา ชื่อ Corona
มาจากโครงสร้างภายนอกของวัส ที่มีลักษณะคล้ายยอดของมงกุฎ โดยโครงสร้างส่วนนี้ จะเป็นส่วนที่ไปเกาะและทำลายเนื้อเยื้อปอด |
|
2. เจ้า COVID 19 มาจากไหน เรื่องนี้ ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกัน ทฤษฎีก่อนหน้า ก็ว่า มาจาก ตลาดค้าสัตว์
(Wet
Market) ในเมือง Wuhan แต่ต่อมาก็มี Conspiracy Theory (ทฤษฎีลับ) ออกมามากมาย บ้างก็ว่า เป็นฝีมือของมนุษย์ บ้างก็ว่า หลุดออกมาจากห้องแล็ป ของคนโน้น ของคนนี้ บ้างก็ว่า เป็นเพราะคนโน้น เป็นเพราะคนนี้ แต่ก็มีสื่อ นำเสนอข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า COVID 19 มาจากสัตว์ ไม่ได้มาจากห้องแล็ป อย่างไรก็ตาม คงอีกนาน (หรืออาจจะไม่เลย) กว่าจะมีการพิสูจน์ และเราได้ได้ทราบอย่างแน่ชัด ว่าเจ้า COVID
19 มังมาจกไหน กันแน่ แต่เราลองมาดูที่เขาสรุปต้นตอของการแพร่ระบาดของโรค SARS ในปี 2002 ที่เขาพบว่า เกิดจากค้างคาวในถ้ำในเมือง Yunnan ซึ่งห่างจากเมือง Guangdong ที่เริ่มมีการเจ็บป่วยจากโรค SARS กว่า หนึ้งพันกิโลเมตร แล้วเจ้า COVID
19 มังจะมาจากค้างคาวในถ้ำ หรือจากในห้องแล็ป วันนึงข้างหน้า ก็น่าจะรู้ครับ |
|
3. เจ้า COVID 19 มันแพร่กระจาย มาสู่เรา ได้ยังไง คำถามนี้ น่าจะเป็นคำถาม ที่สำคัญที่สุดครับ อ้างอิงข้อมูจจาก WHO เชื้อไววัส COVID 19 จะแพร่มาที่เราได้ โดยมากับ ละออง (Droplets) จากการ ไอ จาม พูด หรือ หายใจ ของผู้ที่ติดเชื้อ และเข้าสู่ร่างกายของเราทาง ปาก ตา จมูก ละอองดังกล่าว จะตกลงสู่พื้นในระยะที่ไม่ไกลนัก และหากตกลงที่พื้น แล้วมือเราไปสัมผัส และหากเราเอามือมาสัมผัสที่หน้า เชื้อไวรัสก็จะสามารถเช้าสู่ร่างกายของเรา ทาง ตา จมูก ปาก ได้ เชื้อไวรัสดังกล่าว ไม่ใช่ Airborne Virus ไม่สามารถที่จะล่องลอยไปเองในอากาศได้ ด้วยตัวของมันเอง จากข้อมูลข้างบน ก็อาจพิจารณาได้ว่า มันก็ไม่ง่ายนัก ที่เชื้อไวรัสดังกล่าว จะเข้าสู่ร่างกายของเรา หากเรารู้ที่ไปที่มาของมันแบบนี้ |
|
แต่ก็มีอีกคำหนึ่ง ที่เราอาจจะได้ยิน ว่า
เจ้าโควิด สามารถแพร่ได้ทางสารคัดหลั่ง (Secretion) อย่างไรก็ตาม สารคัดหลั่ง คือ
สารที่ร่างกายสร้างขึ้นมา ซึ่งมีหลายอย่าง (เช่น น้ำลาย เลือก น้ำเหลือง
น้ำอสิจุ ฯลฯ) แต่ไม่ใช่ว่า สารคัดหลั่ง ทั้งหมด จะเป็นพาหะแพร่เจ้าโควิด มีข้อมูลที่เวปเพจหน่วยงานของรัฐทำไว้
และให้ข้อมูลเรื่องสารคัดหลั่ง ที่จะมีเจ้าโควิดอยู่ ลองคลิกเข้าไปดูครับ |
|
4. เราจะป้องกันเจ้า COVID 19 ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายของเราได้อย่างไร ตามข้อมูลของการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในข้อ 3 4.1 หากเราไม่หายใจเอาละอองที่มีเชื้อไวรัสเข้าไป เราก็จะไม่ได้รับเชื้อ 4.2 หากเราไม่เอามือที่ปนเปื้อนละอองที่มีเชื้อไวรัส มาสัมผัสที่ใบหน้าของเรา เราก็จะไม่ได้รับเชื้อ |
|
แนวทางการป้องกันข้อ 4.1 (หากเราไม่หายใจเอาละอองที่มีเชื้อไวรัสเข้าไป เราก็จะไม่ได้รับเชื้อ) ก็สามารถที่จะกระทำได้โดยการสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่าง หรือที่เรียกกันว่า Social
Distancing |
|
ในเรื่องการสวมหน้ากาก โดยในทางทฤษฎีแล้ว คนที่จะต้องใส่ คือคนที่ป่วย คนที่มีเชื้อ จะได้ไม่ไปแพร่ ไปไอ ไปจาม ไปหายใจ ใส่ผู้อื่น แต่ในทางปฏิบัติ ทุกคนก็ต้องสวม เพื่อป้องกันตนเอง เพราะเราอาจจะมีโอกาสไปเข้าใกล้ กับผู้ที่มีเชื้อ แต่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย เพราะจากการศึกษาพบว่า มีคนที่ติดเชื้อ แต่ไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ คนกลุ่มนี้ อาจคิดว่า ตนเองไม่ได้ป่วย ก็เลยไม่สวมหน้ากากอนามัย |
|
และแม้ว่า เราจะไม่ป่วย แต่การที่เราต้องสวมหน้ากากอนามัย นอกจากจะเป็นการป้องกันตัวเองแล้ว ยังเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม แสดงให้เห็นว่า เราก็ไม่ต้องการที่จะแพร่เชื้อให้ใคร เช่นกัน |
|
โดยสรุปก็คือ ตราบใดที่เรายังไม่มีวัคซีน ไม่มียารักษา ทุกคนควรที่จะต้องสวมหน้ากากอนามัย เพราะเรายังมีโอกาสที่จะแพร่ และ/หรือ ติดเชื้อได้ |
|
สำหรับเรื่องการเว้นระยะห่าง หรือ Social Distancing เนื่องจาก ตามที่นำเสนอในตอนนั้น ว่าเชื้อไวรัส จะมากับละออง (Droplets) จากการ ไอ จาม และ หายใจ ของผู้ที่ติดเชื้อ และไม่ใช่เชื้อโรคที่สามารถคลื่อนที่ไปในอากาศด้วยตัวเอง (Airborne)ได้ ดังนั้น ละอองที่ออกมาจากผู้ที่ติดเชื้อ เมื่อถึงระยะหนึ่ง ก็จะตกลงสู่พื้น ซึ่งระยะห่างที่ปลอดภัย ที่ทาง ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers
for Disease Control and Prevention, CDC) ของสหรัฐ ที่แนะนำไว้ คือ 6 ฟุต (ประมาณ 2 ช่วงแขน) หรือประมาณ 2
เมตร |
|
ดังนั้น หากเราอยู่ห่างจากผู้คน(ซึ่งอาจเป็นผู้ที่ติดเชื้อ)ประมาณ 2 เมตร เราก็น่าจะปลอดภัย จากการได้รับการแพร่เชื้อ จากละอองการ ไอ การจาม และ/หรือ การหายใจ จากผู้ที่ติดเชื้อ ในกรณีดังกล่าว หากเราสามารถที่จะรักษาระยะห่างที่เหมาะสมและปลอดภัยได้ การที่จะใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ อย่างไร ก็อาจจะพืจารณาได้ตามความเหมาะสม เช่น หากเราวิ่งออกกำลังกาย โดยจะอยู่ห่างจากผู้คน ในระยะที่เหมาะสมและปลอดภัย เราก็อาจขยับหน้ากากอนามัยลงมา เพื่อให้เราหายใจได้สะดวกขึ้น ในช่วงการออกกำลังกาย (แต่ก็ยังคงแนะนำให้สวมเอาไว้ด้วย ในกรณีที่อาจต้องเข้าใกล้ชิดผู้คน ก็สามารถที่จะดึงขึ้นมาปิดปาก ปิดจมูก ได้) แต่หากเราต้องเดินไปมา ตามท้องถนน ในตลาด หรือ แม้แต่ในสำนักงาน เราก็คงที่จะต้องสวมหน้าการอนามัยเอาไว้ เพราะมีโอกาสที่เราจะต้องเข้าใกล้ชิดกับผู้คน น้อยกว่าระยะที่เหมาะสมหรือระยะปลอดภัย (2
เมตร) |
|
CDC ได้ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ (Social Distancing) และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูลที่น่าสนใจและมีประโยชน์ หากสนใจ ก็คลิกเข้าไปดูได้ครับ |
|
แนวทางการป้องกันข้อ 4.2 (หากเราไม่เอามือที่ปนเปื้อนละอองที่มีเชื้อไวรัส มาสัมผัสที่ใบหน้าของเรา เราก็จะไม่ได้รับเชื้อ) ก็สามารถที่จะกระทำได้โดยการล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่ ประมาณ 20 วินาที (มีคนแนะนำ ให้ร้องเพลง Happy Birthday 2 จบ) และ/หรือ ด้วยแอลกอฮอร์ ในทุกโอกาสที่ทำได้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่า เราเผลอเอามือไปจับอะไร ที่มีละออง ไอ จาม หายใจ ของผู้ที่ติดเชื้อ ติดอยู่หรือป่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในที่สาธารณะ |
|
แต่ที่สำคัญที่สุด คือจะต้องระวัง ไม่เอามือมาสัมผัสที่ใบหน้าเรา ซึ่งจะเป็นการเปิดช่องทาง เป็นสพานให้เชื้อไวรัส ที่อาจติดอยู่ที่มือเรา เข้าสู่ร่างกายของเรา ทางตา ปาก และจมูก ได้ ซึ่งเรื่องนี้ บางทีก็กระทำอยาก เพราะเป็นความเคยชินของเรา ต้องคอยเตือนตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ติดนิสัย แคะขี้มูก (อย่างผู้เขียน ^_^
) ยิ่งต้องระวังมากขึ้น |
|
โดยสรุป ก็คือ หากเรารู้ที่ไปที่มาของเจ้าโควิด รู้ว่ามันแพร่มาสู่เราได้อย่างไร(ข้อ 3) และจะสามารถป้องกันไม่ให้มันแพร่เข้าสู่ร่างกายของเราได้อย่างไร(ข้อ 4) เราก็น่าจะกลับไปใช้ชีวิตได้ โดยมีมาตรการป้องกันต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ถือเป็นการป้องกัน แบบ ตนเป็นที่พี่งแห่งตน คือ อย่าให้ใคร มาไอ มาจาม มาหายใจ ใส่หน้าเรา และเราก็อย่าเอามือไปโดน น้ำลาย ละอองการไอ การจาม การหายใจ ของใคร |
|
ในส่วนของเรา ก็ต้อง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ดังกล่าว สำหรับหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็ยังคงต้องทำ ตามที่ผู้เขียน ได้นำเสนอเอาไว้ก่อนหน้า ในหลายๆโอกาส นะครับ นั่นก็คือ (Widespread) Testing, (Contact) Tracing, และ Isolation จนกว่า เราจะมีวัคซิน และ ยารักษา ครับ |
|
ในส่วนของผู้เขียน ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง กับการปราบเจ้าโควิด สิ่งที่ทำได้(นอกจากแสดงความคิดเห็นแล้ว) ก็คือ ทำหน้าที่ของตัวเองที่รับผิดชอบอยู่ ให้ดีที่สุด ให้ถูกต้อง ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง และหวังว่า ผลจากการกระทำของเรา จะส่งผลดี ต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อชุมชน ต่อส่วนรวม และ ต่อประเทศชาติ ต่อไป ผู้เขียนเชื่อว่า ทุกๆอย่าง จะไม่มีปัญหา และดำเนินไปได้ด้วยดี หากทุกๆคน Do one duty right, the right way. ครับ |
|
Just a thought na krub. เผื่อมีประโยชน์ Very thank you for the prestigious of your time krub. |
|
Ep. 5 (Encore) What to Open and How COVID 19: Table of Contents Ep. 7 New Normal |