
|
|
ในพวกสัตว์กินพืช เช่น วัว ควาย จะมีโครงสร้างของทางเดินอาหารแตกต่างจากคนและสัตว์กินเนื้ออื่นๆ อยู่ 2 ประการ คือ 1. การมีทางเดินอาหารที่ยาวมากๆ อาจยาวมากถึง 40 เมตร ทำให้ระยะเวลาในการย่อยและการดูดซึมสารอาหารนานยิ่งขึ้น และสภาพของกระเพาะอาหารค่อนข้างเป็นกรด กระเพาะอาหารของวัวและควายยังแบ่งออกเป็น 4 ส่วน โดยกระเพาะอาหา 3 ส่วนแรก เป็นส่วนที่ขยายขนาดขึ้นของหลอดอาหาร ไม่มีการสร้างน้ำย่อยในการย่อยอาหาร กระเพาะอาหารส่วนที่ 4 เป็นกระเพาะอาหารจริง กระเพาะอาหารทั้ง 4 ส่วนมีชื่อและลักษณะเฉพาะคือ |
|
1.1 กระเพาะผ้าขี้ริ้วหรือรูเมน (rumen) เป็นกระเพาะอาหารที่มีจุลินทรีย์พวกแบคทีเรียและโพรโทซัวจำนวนมาก จุลินทรีย์เหล่านี้สามารถสร้างน้ำย่อเซลลูเลสช่วยย่อยสลายสารเซลลูโลสจากสิ่งที่กินเข้าไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถสำรอกอาหารออกมาเคี้ยวเอื้องเป็นครั้งคราวเพื่อบดเส้นใยให้ละเอียดได้ด้วยจึงเรียกสัตว์พวกนี้ว่า สัตว์เคี้ยวเอื้องแบคทีเรียและโพรโทซัวยังสามารถสังเคราะห์กรดไขมันจาก....คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้และสังเคราะห์กรดอะมิโนจากยูเรียและแอมโมเนียหรือได้จากการย่อยสลายโปรตีนจากพืช อาหารเหล่านี้จะถูกส่งเข้าสู่กระเพาะอาหาร ส่วนเรติคิวลัมและโอมาซัมต่อไป 1.2 กระเพาะรวงผึ้งหรือเรติคิวลัม (reticulum) ทำหน้าที่ย่อยนม เมื่อโค กระบือยังเล็กและมีแบคทีเรียเช่นเดียวกับกระเพาะอาหารส่วนแรก 1.3 กระเพาะสามสิบกลีบหรือโอมาซัม (omasum) ทำหน้าที่ผสมและบดอาหาร นอกจากนั้นยังดูดซึม และซับน้ำจากกระเพาะผ้าขี้ริ้วด้วย 1.4 กระเพาะจริงหรืออะโบมาซํม (abomasums) เป็นส่วนกระเพาะอาหารจริง มีการย่อยอาหารและจุลินทรีย์ไปพร้อมๆกัน แล้วจึงส่งอาหารต่อไปยังลำไส้เล็ก เพื่อย่อยให้สมบูรณ์ ดังนั้น วัว ควายจึงได้สารอาหารจากอาหารและจุลินทรีย์ไปพร้อมๆกัน จึงเพียงพอต่อความต้องการ เมื่ออาหารย่อยในกระเพาะอาหารแล้วจะผ่านเข้าสู่ลำไส้เล็กตอนต้น จะมีการย่อยโปรตีน ไขมันและแป้งจากน้ำย่อยของตัวอ่อนและน้ำดีจากตับจะช่วยให้ไขมันแตกตัวและย่อยได้ง่ายขึ้น ต่อจากนั้นจึงดูดซึมเข้าสู่ระบบหมุนเวียนโลหิตต่อ 2. การมีไส้ติ่งขนาดใหญ่ ไส้ติ่งของสัตว์กินพืชจะมีขนาดใหญ่และก็เป็นบริเวณที่มีการย่อยอาหารโดยจุลินทรีย์เช่นกัน และความย่อยอาหารที่ประกอบด้วยเซลลูโลสเป็นส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี สำหรับไส้ติ่งของสัตว์กินเนื้อจะมีขนาดเล็กและไม่ได้มีหน้าที่ใดๆ แล้ว
|
|
![]()
|
|