ค่าของคน


           วันเด็ก ในหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว ในเมืองมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้แก่เด็กมากมาย ที่บ้านป่าบนเขาเช่นนี้เหมือน อยู่อีกโลกหนึ่ง ไร้แสงสี ห่างไกลความเจริญ แต่ครูหมี่ก็หวังที่จะให้เด็กกะเหรี่ยงบนป่าเขาแห่งนี้ มีกิจกรรมวันเด็กเช่นเด็กที่อื่น ๆ เด็กในเมืองอาจมีกิจกรรม หรือชมการแสดงแปลกใหม่ที่ตื่นตาตื่นใจ หรือไปเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ที่เตรียมพิเศษเพื่อเด็ก ๆ แต่เด็กบนป่าเขาที่นี่ วันเด็กขอเพียงมีเกมกลางแจ้งให้วิ่งเล่นมีอาหารให้กินอย่างเต็มอิ่ม แค่นี้ก็มีความสุขกันเต็มที่แล้ว ขณะที่ครูหมี่กำลังเตรียมงานวันเด็กที่จะมีในวันพรุ่งนี้ รถปิกอัพคันหนึ่งวิ่งขึ้นเขามาหา

           "สวัสดีครับครู จำผมได้หรือเปล่า" คนหนึ่งในคณะ 4 คนที่มากับรถเอ่ยทัก

          

           ครูหมี่แทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่าผู้ที่ทักนั้นคือ "นุม" ที่ไม่ได้พบกันกว่าสองปี

           นุมเคยขึ้นมาครั้งสุดท้าย ขณะที่ฝนตกหนักเมื่อกว่าสองปีที่แล้ว ครูหมี่ยังจำภาพครั้งนั้นได้อย่างชัดเจน นุมมาถึงกลางดึก ท่าทางทุลักทุเล และหิวอย่างยิ่ง หลังจากกินข้าวแล้ว นุมบอกว่า

           "ครูครับ ผมเป็นเอดส์"

           ทุกที่ที่รู้ว่านุมเป็นเอดส์ล้วนแต่ไม่ยินดีต้อนรับนุม นุมจึงหลบขึ้นเขาหาครูหมี่หลังจากเคยมาเที่ยวครั้งหนึ่งแล้ว

           รุ่งเช้านุมหายไป โดยที่ไม่มีเงินติดตัวเลย (รายละเอียดเมื่อครั้งนั้นดูได้จากตอนน้ำฝน - น้ำใจ)

           ครูหมี่คิดว่าคงไม่มีโอกาสพบนุมอีกแล้ว

           "ผมชวนเพื่อน ๆ มาเลี้ยงเด็กในวันเด็ก" นุมพูดต่อเมื่อเห็นครูตกตะลึงและเงียบไป

           "ขอบคุณมากครับ ยินดีต้อนรับทุกคนครับ" ครูหมี่กล่าวหลังจากตั้งสติได้

           งานวันเด็กผ่านไปด้วยความสนุนสนานของเด็กทุกคน มีกิจกรรมกลางแจ้งให้เด็กได้เล่นแข่งขัน มีของรางวัลต่าง ๆ แจกเด็กครบทุกคน มีอาหารและขนมที่นุมและเพื่อน ๆ ช่วยกันทำแต่เช้ามืด กินอย่างเต็มอิ่ม ที่สำคัญคือ มีไอศครีม ที่นุมอุตส่าห์ขนขึ้นมาจากข้างล่าง ซึ่งเด็กเกือบทุกคนเพิ่งมีโอกาสได้กินเป็นครั้งแรก

           "ผมไม่เคยเห็นเด็กหัวเราะสนุกสนานทั้งวันอย่างนี้มาก่อนและไม่เคยเห็นเด็กกินอย่างเอร็ดอร่อยมากขนาดนี้เลย" ครูหมี่บอกนุมและเพื่อน ๆ

           ทุกคนมีความสุขที่เห็นเด็ก ๆ มีความสุข

           กลางคืนนุมบอกครูหมี่ว่า

           "วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุด ผมไม่เคยมีความสุขมาหลายปีแล้ว"

           นุมเล่าชีวิตที่ผ่านมาให้ฟังว่า เมื่อมาหาครูหมี่ช่วงสองปีก่อนเป็นช่วงที่จิตใจแย่ที่สุด คิดว่าจะนำความลำบากใจมาให้ครูในการต้อนรับ กลัวชาวบ้านจะรังเกียจ คิดกลัวไปต่าง ๆ นานา จึงตัดสินใจหนีกลับไปตั้งแต่ก่อนเช้ามืด

           หลังจากตระเวณไปเรื่อย ๆ โบกรถบ้าง เดินบ้าง ขอข้าวเขากินไปเรื่อย ๆ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ

           โชคดีที่เพื่อนเก่ากลุ่มหนึ่งไม่รังเกียจนุม คบหากับนุมเป็นปกติ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นเอดส์

           นุมอยู่กับเพื่อนอย่างระวังตัวโดยแยกของใช้ส่วนตัวไม่ปะปนกับเพื่อน

           นุมรู้ว่าการเป็นเอดส์นั้นลำบากอย่างไร จึงไม่อยากให้เพื่อนติดเชื้อเอดส์เหมือนตน ต่อมานุมก็ได้งานทำเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือยาม ของธนาคารแห่งหนึ่ง โดยที่ทางธนาคารไม่รู้ว่านุมเป็นเอดส์ ด้วยท่าทีเงียบเรียบร้อย เรียกใช้ง่าย ทำให้นุมเป็นที่ชื่นชอบและไว้วางใจของเจ้าหน้าที่ธนาคารทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมุห์บัญชีที่มักเรียกใช้นุมอยู่เสม

           วันหนึ่งเมื่อสนิทกันมากขึ้นนุมบอกกับสมุห์บัญชีว่า

           "พี่ครับ ผมเป็นเอดส์"

           สมุห์บัญชีเงียบไป และหลังจากนั้นก็ห่างเหิน ไม่เรียกใช้นุมเช่นเคย

           ด้วยเครื่องแบบที่เรียบร้อยประกอบกับรูปร่างบึกบึนสมส่วนทำให้มีผู้มาชอบนุมอยู่ไม่น้อย แต่นุมกลับไม่สนใจ โดยให้เหตุผลว่า

           "ผมกลัวหากพลาดพลั้งไปเขาติดเอดส์จากผม ผมก็ทำบาป ผมไม่อยากให้ใครเป็นอย่างผมอีก"

           ทำงานแม้เงินเดือนจะน้อย แต่นุมก็พยายามใช้อย่างประหยัดที่สุด จนมีเงินพอสมควร จึงชวนเพื่อน ๆ มาเลี้ยงอาหารเด็กในวันเด็ก "ถึงผมจะแย่ ยากจน แต่ก็มีคนที่แย่และยากจนกว่าผม"

           นุมเล่าให้ครูหมี่ฟังอีกว่า

           "ผมเห็นคนเขากินทิ้งกินขว้างแล้วเสียดาย บางคนกินเลี้ยงกันของแพง ๆ ทั้งนั้น แล้วเหลือทิ้งหรือกินเหล้า เที่ยวกลางคืน เงินและของเหล่านี้เอามาช่วยคนที่ยากจนลำบากได้อีกมาก "

           ก่อนกลับกรุงเทพฯ ครูหมี่ขอบคุณนุมและเพื่อน ๆ แทนเด็กกะเหรี่ยง ที่มาเลี้ยงอาหารและแจกของขวัญ ทำให้เด็กมีความสุขอย่างมาก แต่นุมกลับตอบว่า "ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณครูและเด็กทุก ๆ คน เพราะครูและเด็ก ๆ ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมเองเป็นคนที่มีค่า แม้ในกรุงเทพฯ หรือสังคมทั่วไปเห็นว่าผมเป็นคนไร้ค่าเป็นปัญหาของสังคม เป็นที่รังเกียจของคนทั่วไป แต่กับเด็กที่นี่ทุกคน ผมมีค่าสำหรับเขา ผมสามารถทำให้เขามีความสุข แววตาและรอยยิ้มที่เด็ก ๆ มองผม มีแต่ความซื่อบริสุทธิ์และจริงใจ ทำให้ผมรู้สึกว่ายังมีคนที่ต้องการผมอยู่อีก ถึงแม้ผมจะเป็นเอดส์ แต่ผมก็ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือสังคมเท่าที่ผมจะทำได้ ผมคงขึ้นมาบ่อยไม่ได้ ครูก็รู้ว่าเงินเดือนยามได้น้อย ผมจะพยายามเก็บเงิน วันเด็กปีหน้าผมจะมาอีกครั้ง"

           นุมกลับไปแล้ว ครูหมี่ไม่ทราบว่าชีวิตนุมในกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่สำหรับในป่าเขาแห่งนี้ เด็ก ๆ เฝ้ารอถึงวันเด็กของปีหน้า ที่นุมจะขึ้นมาบนเขาอีกครั้งหนึ่ง
-----------------------------------------------------------------

© 2000-2001 by Karen Studies and Development Centre. Report technical problems to [email protected] . This document was build on: 22/06/2001 . Best view in IE4xor higher,800x600 pix.Font Medium.
Hosted by www.Geocities.ws