Cities and Eyes

 

คนโบราณสร้างเมืองวาลดราดาบนพื้นที่ริมทะเลสาบ สร้างบ้านมีระเบียงให้หลังหนึ่งอยู่เหนืออีกหลังหนึ่ง ถนนสูงมีราวลูกกรงที่เงื้อมลงไปเหนือน้ำ ดังนั้นนักเดินทางที่มาถึงจะเห็นเมืองสองเมือง เมืองหนึ่งตั้งอยู่เหนือทะเลสาบ และอีกเมืองหนึ่งเป็นเงาสะท้อนกลับหัวในน้ำ ไม่มีอะไรที่มีหรือเกิดขึ้นในเมืองหนึ่งแล้วไม่เกิดขึ้นหรือมีซ้ำในอีกเมืองหนึ่ง เนื่องจากเมืองนี้ถูกสร้างเพื่อให้ทุกจุดสามารถสะท้อนลงในกระจกและเมืองวาลดราดาที่อยู่ในน้ำด้านล่างก็ไม่ได้มีเฉพาะเงาสถาปัตยกรรมแบบที่อยู่เหนือน้ำแต่มีพื้นที่ภายในห้องมีเพดานและพื้น มีระยะใกล้ไกลของห้องประชุม มีกระจกเงาในตู้เสื้อผ้า ชาวเมืองวาลดราดาทราบดีว่าการกระทำทุกอย่างจะปรากฎทั้งที่นี่และเป็นภาพในกระจกเงาเหมือนกัน พวกเขาจึงระวังตัวไม่ให้เผลอ แม้ตอนที่คู่รักที่เปลือยเปล่ากอดกัน . . . หรือแม้แต่ตอนที่อาชญากรเสียบคมมีดเข้าไปตัดหลอดเลือดดำของลำคอและลิ่มเลือดไหลริน . . .ก็จะเห็นในกระจกเช่นกัน  
เคยมีเหมือนกันที่เมืองในกระจกเงาให้คุณค่าเพิ่มกับบางสิ่งและบางทีก็ปฏิเสธไม่ยอมรับคุณค่าบางอย่าง ดังนั้นไม่ใช่ว่าทุกสิ่งที่มีดูมีคุณค่าในเมืองที่อยู่เหนือกระจกเงาแล้วเมืองในกระจกเงาจะรับไว้หมด เมืองฝาแฝดทั้งสองนี้ไม่เท่ากันเพราะทุกสิ่งที่มีและทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองวาลดราดาไม่มีความสมดุลย์ … เมืองทั้งสองดำรงอยู่เพื่อกันและกัน ดวงตาประสานกันแต่ระหว่างเมืองทั้งคู่ไม่มีความรักให้กันและกันเลย

 

 


เมืองวาลดราดา : “เมืองในจินตนาการแห่งมุมมอง"
ศิลปิน: วีระศักดิ์ สัสดี
แนวความคิด: มุมมองในความรู้สึกที่ลอดผ่านระเบียง ไกลออกไปสู่แม่น้ำและเมืองแห่งจินตนาการของข้าพเจ้า



เมืองวาลดราดา
ศิลปิน ธมทวน ภูเก็ต
แนวความคิด: เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้วาลดราดาตัดขาดจากทะเลสาบ การสิ้นสุดของวอลลาดาถูกกั้นขวางด้วยลูกกรงของกรงไม้จากสายตาเมื่อมองไปยังพื้นน้ำ การเปลี่ยนแปลงของวอลลาดา นั้นไม่สามารถจะเริ่มใหม่ได้ เพราะเมืองมีโครงสร้างของตัวมันเอง จุดของการเปลี่ยนแปลงเป็นการสะท้อนกลับ เมื่อวอลลาดาจมลงไปในน้ำ ในส่วนหน้าของทะเลสาบโดยพื้นเพดาน และการตกแต่งภายในของหอประชุม

วาลดราดา ผู้อาศัยอยู่ในการแสดงท่าทางกับกระจกของจินตนาการ การครอบงำที่วิเศษและสง่างามในจินตนาการ การตกอยู่ในภาวะละเมอที่ป้องกันการตกอยู่ในอำนาจของหนทางที่ให้ความพอใจที่มากมาย เมื่เกิดการฆาตกรรมด้วยมีดตั้งแต่ช่วงคอ มีก้อนเลือดเป็นลิ่ม โดยใบมีดอยู่ตรงกลางระหว่างเส็นเอ็น มันเป็นการเชื่อมต่อของเหตุการณ์ในจินตนาการที่สะท้อนกลับอย่างชัดเจน
เวลาในผิวสะท้อนของวอดราดาได้ค่อยๆจมลงไปในผิวหน้าของน้ำ การฆาตกรรมที่สูญเสียให้ภาพที่ชัดเจน ทุกอากัปกิริยาที่สะท้อนกลับเป็นใบหน้าที่กลับหัว วอลลาดาจมลงไปในใบหน้าที่เย็นชา สองวอลลาดาต่างอาศัยอยู่ในที่ต่างออกไป แต่ได้เชื่อมกันด้วยผิวน้ำที่เป็นเพียงด้านตรงข้ามของความรัก 


 

เมื่อท่านลุยน้ำข้ามแม่น้ำ แล้วข้ามช่องเขา ท่านจะพบเมืองมาเรียนาอยู่ตรงหน้าในทันที ประตูที่ทำจากหินอลาบาสเทอร์จะโปร่งใสอยู่ในแสงอาทิตย์ มีเสาหินปะการังรับน้ำหนักหน้าบันที่ปกคลุมด้วยอสรพิษ มีวิลลาแก้วเหมือนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมองเห็นเงาของนางอัปสรสีทองว่ายน้ำอยู่ใต้ไฟช่อรูปเมดูซา หากครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางมาที่นี่เป็นครั้งแรกท่านก็คงรู้ดีแล้วว่าเมืองที่เห็นอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงด้านหน้าของเหรียญ ท่านต้องเดินอ้อมครึ่งวงกลมจึงจะเห็นอีกด้านของเมืองมาเรียน่าที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของเหรียญ มีแผ่นโลหะขึ้นสนิม กระสอบผ้า กระดานที่รกไปด้วยรวงข้าว ท่อน้ำสีดำด้วยเขม่า กองกระป๋อง หลังกำแพงมีป้ายที่จางจนดูไม่ออก โครงเก้าอี้บู้บี้ไร้ค่า เชือกที่ใช้การได้ดีเฉพาะไว้แขวนคอตัวเองกับคานที่ผุเท่านั้นเอง เมื่อมองจากฟากหนึ่งถึงอีกฟากหนึ่งของเมืองดูเหมือนว่าจะมีพื้นที่ต่อออกไปทวีคูณเป็นภาพ แต่ไม่มีความหนา มีแต่ด้านหน้ากับด้านหลังเหมือนแผ่นกระดาษ มีแต่คนที่อยู่บนแต่ละด้านที่ไมีอาจแยกออกจากกันได้และไม่มีวันได้เจอกันได้

 

 


เมืองมาเรียนา
ศิลปิน: นายดิสพล สอนแจ่ม
แนวความคิด :ระหว่างการเดินทางจู่ๆเมืองๆ หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ามันเป็นเมืองๆหนึ่งที่ดูเปล่งประกานและสวยงาม ท่ามกลางประตูใหญ่ ที่เลื่อมพรายเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ซ่อนอีกด้านหนึ่งของมันไว้เบื้องหลัง อีกด้านที่เต็มไปด้วยความสกปรก ผุพังและสิ้นหวัง แต่ที่จริงแล้วทั้งสองส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน แตกต่างกันก็เป็นหนึ่งเดียว


Copyrighted by Young Socrates Society 2003 ©
Reprints not allowed without the permission of Web Manager, Kanokwan Rittipairoj

 

 

 

<<BACK   NEXT>>


Hosted by www.Geocities.ws

1