การจัดอิเล็กตรอน

จากความรู้เรื่อง Spectrum และค่า IEทำให้เราพอจะสรุปได้ว่า

1. ภายในอะตอมแบ่งระดับพลังงานเป็นชั้น ๆ ดังนี้

ระดับพลังงานที่ n = 1 อยู่ใกล้นิวเคลียสมากที่สุด มี e- บรรจุได้ไม่เกิน 2 ตัว

ระดับพลังงานที่ n = 2 อยู่ถัดออกไป มี e- บรรจุได้ไม่เกิน 8 ตัว

ระดับพลังงานที่ n = 3 อยู่ถัดออกไปอีก มี e- บรรจุได้ไม่เกิน 18 ตัว

ระดับพลังงานที่ n = 4 อยู่ถัดออกไปอีก มี e- บรรจุได้ไม่เกิน 32 ตัว

ฯ ล ฯ

จำนวน e- ที่มีได้ในแต่ละระดับพลังงานหลัก เท่ากับ 2n2 (เมื่อ n คือระดับพลังงาน )

2. ในแต่ละระดับพลังงานหลัก ยังแบ่งออกได้เป็นระดับพลังงานย่อย ๆ ได้อีก

รูปแบบของระดับพลังงานย่อย มีดังต่อไปนี้

  1. ระดับพลังงานย่อย s (sharp ) มี e- อยู่ได้ไม่เกิน 2 ตัว
  2. ระดับพลังงานย่อย p (principal ) มี e- อยู่ได้ไม่เกิน 6 ตัว
  3. ระดับพลังงานย่อย d (diffuse ) มี e- อยู่ได้ไม่เกิน 10 ตัว
  4. ระดับพลังงานย่อย f (fundamental ) มี e- อยู่ได้ไม่เกิน 14 ตัว

3. แต่ละระดับพลังงานหลัก ประกอบด้วยระดับพลังงานย่อย ดังต่อไปนี้ี้

  1. ระดับพลังงาน n = 1 มี 1 ระดับพลังงานย่อย คือ s
  2. ระดับพลังงาน n = 2 มี 2 ระดับพลังงานย่อย คือ s , p
  3. ระดับพลังงาน n = 3 มี 3 ระดับพลังงานย่อย คือ s , p , d
  4. ระดับพลังงาน n = 4 มี 4 ระดับพลังงานย่อย คือ s , p , d , f

ี้

จากการจัด e- นี้สรุปได้ว่า
  1. ตัวเลขตัวท้ายบอก หมู่
  2. จำนวนตัวเลขบอก คาบ
  3. เลขตัวท้ายมีค่าได้ไม่เกิน 8
  4. สำหรับธาตุปกติ ตัวเลขรองท้ายจะเป็น 8 หรือ 18 ( คาบที่ 4 หรือมากกว่าขึ้นไป )

 

1. แรงยึดเหนแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนทุกชนิด จะประกอบด้วยธาตุ C และ H พันธะที่เกิดจาก C กับ C จะเป็นพันธะเดี่ยว (C - C), พันธะคู่ (C= C) หรือ พันธะสาม (C = C) มีผลต่างของตัวอิเล็กโทรเนกาตีวิตี เป็นศูนย์ จึงเป็นพันธะไม่มีขั้ว และพันธะที่เกิดจาก C กับ H มีผลต่างของค่า อิเล็กโทรเนกาติวิตี มีค่าน้อยมาก จึงถือว่าเป็นพันธะไม่มีขั้ว ดังนั้น สารประกอบไฮโดรคาร์บอนทุกชนิดจัดเป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน เป็นแรงแวนเดอร์วาลส ์ โมเลกุลโคเวเลนต์ มีขั้วละลายน้ำได้ โดยโมเลกุลของน้ำ จะหันขั้วที่มีอำนาจไฟฟ้าตรงกันข้าม เข้าดึงดูดกับโมเลกุลโคเวเลนต์มีขั้วหรือไอออนน้ำที่ล้อมรอบ จะมี จำนวนมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขนาดและประจุของโมเลกุลหรือไอออน

 

2. การเผาไหม้

การเผาไหม้ของสารใดๆ คือ การที่สารชนิดหนึ่งทำปฏิกิริยากับออกซิเจน แล้วคายพลังงานออกมา

ลักษณะสำคัญของการเผาไหม้ของสาร

 

1.สารที่เผาไหม้ได้ดี และคายพลังงานออกมามาก ได้แก่ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน

2.สารประกอบไฮโดรคาร์บอน เกิดการเผาไหม้กับก๊าซ O 2 อย่างสมบูรณ์ จะให้ก๊าซ CO 2 และ H 2 O พร้อมกับปล่อยความร้อนออกมาด้วย ดังสมการของการเผาไหม้ ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ดังนี้
C x H y + (x+y/4)O 2 ----> xCO 2 + y/2H 2 O + พลัง งาน

3.การเผาไหม้ของสารใด เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน และ การเผาไหม้ของสารทุกชนิด มีทั้งการสลายพันธะ และสร้างพันธะใหม่ ด้วยเหตุนี้ พลังงานที่ดูดเข้าไปทั้งหมด ที่ใช้ในการสลายพันธะ น้อยกว่าพลังงานที่เกิดจากการสร้างพันธะใหม่คายออกมา และเนื่องจากสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนเผาไหม้ ให้ความร้อนออกมามาก จึงใช้สารเหล่านี้ เป็นเชื้อเพลิง

4.สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ที่มีโมเลกุลเล็ก ๆ จะเผาไหม้กับ O 2 ได้ดีกว่าโมเลกุลใหญ่ เช่น CH 4 เผาไหม้กับ O 2 ได้ดีกว่า C 10 H 22 เป็น ต้น

5.ปัจจัยที่มีผลต่อการเผาไหม้ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

 

1.ปริมาณก๊าซออกซิเจนถ้ามีก๊าซออกซิเจนมากจะเกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ ติดไฟให้เปลวไฟสว่าง แต่ไม่มีควัน และเขม่า ให้ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ และ ความร้อน แต่ถ้ามีก๊าซออกซิเจนน้อย จะเกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ติดไฟใ ห้เปลวไฟสว่าง แต่มี ควัน และเขม่าให้ผงถ่าน ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ และ ความร้อน

2.อัตราส่วน โดยอะตอมระหว่าง C กับ H ถ้าต่ำไม่มีควัน เขม่า และ ถ้ามีค่าสูง จะมีควันเขม่ามาก ปริมาณควัน เขม่า ? อัตราส่วน โดยอะตอมของ C กับ H

 

BACK

FORWARD

 

Google
Hosted by www.Geocities.ws

1