** ผลึก (crystal) โครงสร้างของผลึกมีหลายชนิด รูปร่างของผลึกขึ้นอยู่กับขนาดของอนุภาค ซึ่งสามารถจัดเข้าไปในโครงผลึก สมบัติของผลึกขึ้นอยู่กับอนุภาคที่อยู่ตามจุดในโครงผลึกและแรงดึงดูดระหว่างอนุภาคด้วยกัน ผลึก แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ |
1.ผลึกโคเวเลนต์ร่างตาข่าย (network covalent crystal) เกิดจากอะตอมสร้างพันธะโคเวเลนต์ยึดเหนี่ยวกันทั้ง 3 มิติ เป็นโครงสร้างคล้ายตาข่าย ทำให้มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูงมาก ส่วนใหญ่ไม่นำความร้อนและไฟฟ้า เช่น เพชร แกรไฟต์ |
2.ผลึกโมเลกุล (molecular crystal) เกิดจากอะตอมหรือโมเลกุลยึดเหนี่ยวกันด้วยแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุล ทำให้มีเนื้ออ่อนและจุดหลอมเหลวต่ำ ปานกลาง ถึงสูง ไม่นำความร้อนและไฟฟ้า เช่น มีเทน น้ำแข็งแห้ง |
3.ผลึกโลหะ (metallic crystal) เกิดจากอะตอมยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะโลหะ มีเนื้อออ่อนถึงแข็ง จุดหลอมเหลวต่ำถึงสูง นำความร้อนและไฟฟ้าได้ดี ยืดได้ เป็นมันวาว สะท้อนแสงได้ดี เช่น เหล็ก โครเมียม ทองแดง เป็นต้น |
4.ผลึกไอออนิก (ionic crystal) เกิดจากไอออนบวกและไอออนลบยึดเหนี่ยวด้วยแรงดึงดูดไฟฟ้าสถิต มีเนื้อแข็ง แต่เปราะ จุดหลอมเหลวสูง ไม่นำความร้อนและไฟฟ้าขณะที่เป็นของแข็ง แต่จะนำไฟฟ้าเมื่อหลอมเหลวหรือละลายน้ำ เช่น โซเดียมคลอไรด์ โพแทสเซียมไนเตรด เป็นต้น |
** แ๊๊ก๊ีสสมบูรณ์ (perfect gas) แก๊สที่มีสมบัติสอดคล้องตามทฤษฎีจลน์ ซึ่งไม่มีจริง มักจะเรียกว่าแก๊สในอุดมคติ แก๊สเฉื่อยที่อุณหภูมิสูงและดความดันต่ำจะมีสมบัติใกล้เคียงกับทฤษฎีจลน์
|