Pavel Steidl: Musician of the Border Part 1/2
พาเวล สไตเด้ล : ศิลปินแห่งชายแดน ตอนที่ 1/2

(จาก Classical Guitar ฉบับ มีนาคม 1997 โดย Colin Cooper)

แปลและเรียบเรียงโดย ครูหยิบ

ได้นำลงตีพิมพ์ในวารสารรายเดือนของชมรมกีต้าร์กรุงเทพฯ แล้ว

อ่านต่อตอนที่ 2/2

[เป็นบทความที่เขียนจากการสัมภาษณ์พาเวล หลังจากการแสดงใน Guitar Festival ที่เมือง Mikulkov]

แม้ว่าชื่อจะเปลี่ยนไปจากเช็คโกสโลวาเกียอันเป็นชื่อเดิม เป็นเช็ครีพับลิค หรือสาธารณรัฐเช็ค แต่ศิลป์แห่งดุริยางค์ศาสตร์ยังคงไม่เปลี่ยนนั่นคือ เยี่ยมที่สุด เช็คโกสโลวาเกีย เป็นประเทศที่มีนักกีตาร์ฝีมือเยี่ยมหลายคน เริ่มตั้งแต่ Vladimir Mikulka, Milan Zelenka, Martin Myslivecek, Miloslav Matousek, Jozef Zsapka, Stepan Rak, Vladislav Blaha พาเวล สไตเด้ล เกิดเมื่อปี 1961 ได้ชนะการแข่งขัน Radio France” เช่นเดียวกับ Vladimir Mikulka ที่เคยชนะมาก่อน และนั่นคือ 16 ปีที่แล้ว (1981) หลังจากนั้นอาชีพของเขาในฐานะศิลปินก็ได้ก้าวหน้ามาตลอด

หลังจากที่ชนะที่ปารีสแล้วพาเวลก็ได้ก้าวหน้าในอาชีพนักดนตรีในประเทศฝั่งตะวันตก [คือเนเธแลนด์ (ฮอลแลนด์)] เช่นเดียวกับ Mikulka ที่ได้เดินมาก่อน ตอนนี้เขาสามารถเดินทางไปได้อย่างอิสระอย่างเช่นศิลปิน (ชาวยุโรปตะวันออก) คนอื่นๆ ที่เดินตามทางเดียวกัน แม้ว่าพาเวลจะกลับมาเยียนบ้านเกิดบ่อยๆ เขาก็ไม่ได้อยู่อย่างถาวร “บ้าน” สำหรับนักดุริยางค์ศิลป์นั้นไม่ใช่เพียงแต่บ้านสำหรับหัวใจอย่างเดียวแต่หากต้องเป็นที่ซึ่งมีงานให้ด้วย

หากแต่พาเวลเห็นว่ามันไม่เพียงแต่เรื่องทางการเมืองหรือเรื่องการงาน เขาเห็นว่าแนวคิดเรื่องดนตรีที่แตกต่างกันระหว่างฝั่ง (ยุโรป) ตะวันตกกับตะวันออก“ บางครั้งผมรู้สึกว่าทางยุโรปตะวันออกจะเน้นเรื่องอารมณ์มากเกินไป และเราจำต้องคำนึงถึงด้านเหตุผลทางดนตรีด้วยอย่างทาง (ยุโรป) ตะวันตกด้วย เช็ครีพับลิคตั้งอยู่บนชายแดนระหว่างสองยุโรป ดังนั้นอาจเป็นไปได้ที่พวกเราได้รับอิทธิพลจากทั้งสองฝั่งมากกว่าประเทศอื่นๆ

นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ดีในการอธิบายว่าทำไม สาธารณรัฐเช็คกับสาธารณรัฐสโลวัค จึงมีนักดนตรีฝีมือเยี่ยมอยู่มากมายที่, อย่างที่พาเวลพูดไว้, “สามารถประสานระหว่างเหตุผลและอารมณ์ได้

ในบทเพลงบาโร้คของเช็ค ซึ่งพาเวลเล่นได้ยอดเยี่ยม เขาเห็นว่ามาจากการมองโลกในแง่ดี“ ยกตัวอย่างเช่น แทบไม่มีบทเพลงไหนเลยที่ประพันธ์ในคีย์ไมเนอร์ แทบทุกเพลงจะอยู่ในคีย์เมเจอร์ และไม่เพียงแต่ทางดนตรีเท่านั้น คุณยังเห็นมันในสถาปัตยกรรมอีกด้วย แม้กระทั่ง [รูปปั้น] นักบุญยังดูใจดีกว่าในกรุงปราก! มีคนเคยบอกผมว่าเมื่อยุคบาโร้คมาสู่กรุงปราก ชาวปรากยังอยู่ในยุคของเรอนาซองค์อยู่เลย”

กรุงปรากได้ถูกขนานนามว่า เป็นเมืองหลวงแห่งดนตรีของยุโรป พาเวลบอกว่า “ผมภูมิใจเสมอในเรื่องนี้ แต่ผมก็โกธรตัวเองที่รู้สึกเช่นนั้น ผมไม่ชอบเรื่องชาตินิยม” พาเวลเปลี่ยนเรื่อง “มีใครบางคนคุยเรื่องทางไซโค กับผมว่า “ถ้าคุณกำลังใช้มือซ้ายละก็ มันคือ แฟนตาซีหรืออารมณ์ แต่หากเป็นมือขวา คือเหตุผลและตรรกะ ระหว่างทั้งสองข้างคุณต้องหาหนทางที่สร้างดนตรีศิลป์”

เขาเติบโตมาจากครวบครัวที่เป็นนักร้องไม่ใช้นักเล่น แต่เขากลับค้นพบความนิยมในกีตาร์ไม่เฉพาะในกรุงปรากแต่โดยทั่วไปในสาธารณรัฐเช็ค “ทุกหนทุกแห่ง คุณจะเห็นผู้คนเดินถือกีตาร์, ผู้ชายผู้หญิงกับกีตาร์, เพียงร้องและเล่นไม่กี่คอร์ด นั่นเป็นสิ่งที่ผมทำตอนเริ่มต้น ผมอ่านโน้ตไม่ออกจนกระทั่งอายุ 14 หลังจากนั้นสองปีผมเข้าเรียนต่อใน Conservatory, ผมเรียนอยู่สี่ปีกับ Milan Zelenka, แล้วต่อด้วย Academy of Prague กับ Stepan Rak, ทั้งคู่แตกต่างกันมาก แต่ผมดีใจที่ได้เรียนกับทั้งคู่ เขาทั้งสองเข้าใจกีตาร์จากมุมที่ต่างกัน Zelenka มีจุดแข็งเรื่องดนตรีและการแสดงอารมณ์ (Expression) Zelenka เป็นคนที่พิเศษมาก เป็นนักกีตาร์ที่เยี่ยมยอด และเป็นคนแรกของเช็คโกสโลวาเกีย เขาเรียนรู้ด้วยตนเองไม่มีครู เซกโกเวียมากรุงปราก แต่มันก็ก่อนสงคราม”

ในดนตรีบาโร้คที่พาเวลเล่น เขาสื่อสารวิญญาณแห่งดนตรีไปสู่ผู้ฟัง ผมไม่รู้ว่าเขา มาร์คจุด เจ้า ‘i’ และขีดฆ่าเจ้า ‘t’ อย่างละเอียดยิบอย่างที่นักวิชาการทางบาโร้คต้องการหรือเปล่า แต่ผมก็ไม่แคร์หรอก เพราะมันเป็นดนตรีที่มีชีวิต สอดคล้องอยู่ในความรู้สึกของผมเกี่ยวกับดนตรีบาโร้ค และแสดงได้อย่างละเมียดละไม จนผมรู้สึกสดชื่นอย่างลึกๆ

“ผมพยายามที่จะทำอย่างที่นักกีตาร์บาโร้คทำให้เหมือนที่สุด คือพยายามที่จะหาระบบที่จะทำให้เป็นดนตรีอย่างที่มันเป็น Improvise, คิดถึงเรื่องการเต้นรำ เพราะบาโร้คคือเพลงเต้นรำเสมอ ผมเล่นกีตาร์ยุดใหม่ ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องบาโร้ค”

พาเวลสนใจส่วนที่เป็นมนุษย์ ซึ่งก็เรื่องราวเบื้องหลังบทเพลงที่ผู้คนเข้าไปเกี่ยวข้อง เขาชอบเรื่องของ Losy “ผู้ซึ่งพบกับ Weiss และได้เขียนบทเพลงที่ไพเราะให้กับเขา เมื่อเขาตาย Weiss ก็ได้ประพันธ์เพลงให้ Losy และเพลง Tombeau ของ Weiss เป็นเพลงที่เยี่ยมที่สุดของเขา เต็มไปด้วยความรู้สึกชัดเจนที่เกี่ยบกับ Losy” แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่จะต้องคำนึงถึงด้วย“ เมื่อผมเริ่มศึกษา [บทเพลง] ผมจะต้องคำนึงถึง Harmony เมื่อผมคิดเรื่องบาโร้ค ผมคิดถึงการถูกตรึงไม้กางเขนของพระเยซูและการร้องไห้ของพวกผู้หญิง ผมเรียนความรู้สึกแบบบาโร้คจากคนอังกฤษ, ไม่ใช่นักกีตาร์, แต่จาก Emma Kirkby, ซึ่งกำลังร้องเพลงใน St.Matthew Passion ผมพบความคล้ายกันในระหว่างดนตรี Jazz กับ บาโร้ค , คุณก็สามารถทำได้หลายสิ่งมากมาย”

เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่จะกล่าวถึง, แต่พาเวลที่ชี้ว่า นักกีตาร์สามารถทำได้หลายสิ่งหลายอย่าง คือ การศึกษาภายใต้ขอบเขตที่ชัดเจนแบบดั้งเดิมจะสามารถปลดปล่อยความคิดสร้างสรรของตัวผู้เล่นได้อย่างไร

“ผมไม่ใช่นักแสดงบทเพลงของ Bach แต่ผมเล่นเพื่อที่จะฝึกฝนตัวเอง เพื่อสร้างความยากให้กับผมเอง มันอร่อยที่จะการเล่น ผมรู้สึกว่าตัวผมมีสุขภาพดีขึ้น, เซกโกเวียกล่าวไว้ว่า กีตาร์เป็นเกาะอยู่ในทะเล แต่ทะเลคือดนตรี และกีตาร์เป็นเพียงเกาะเล็กๆ เท่านั้น” [ยังมีต่อ]


 

Hosted by www.Geocities.ws

1