Pavel Steidl: Musician of the Border Part 2/2
พาเวล สไตเด้ล : ศิลปินแห่งชายแดน ตอนที่ 2/2

(จาก Classical Guitar ฉบับ มีนาคม 1997 โดย Colin Cooper)

แปลและเรียบเรียงโดย ครูหยิบ

ได้นำลงตีพิมพ์ในวารสารรายเดือนของชมรมกีต้าร์กรุงเทพฯ แล้ว


[ต่อจากฉบับที่แล้ว]

ผมพบพาเวลที่เมือง Mikulkov ที่เพื่อนเขา Martin Myslivecek กับเพื่อนๆ อีกสองคน ช่วยกันจัดกีตาร์เฟสติวัลที่น่าประทับใจที่สุดงานหนึ่งของยุโรป เมืองนี้ตั้งอยู่บนเชิงเขาแถบชายแดนห่างจากกรุงเวียนนาเพียง 50 ไมล์ มีเบียร์ที่ดีที่สุดในยุโรป และไวน์ที่เยี่ยมด้วย โรงแรมที่เหมือนเป็นบ้านคันทรี่ และเสน่ห์ลึกๆ ที่จะประทับใจคุณไปอีกนาน คอนเสิร์ตจัดในประสาทยุคบาโร้คบนเขาใจกลางเมือง คุณจะรู้สึกว่าใครก็สามารถเล่นได้ดีในที่แห่งนี้ และคนส่วนใหญ่ก็เล่นได้ดี ในปี 1995 พาเวลเล่นรีไซทัลได้เยี่ยมยอด เหตุผลหนึ่งก็คือเขาได้สร้างโทนเสียงจากกีตาร์ Fischer-Rubio อายุ 22 ปี ที่ผมสาบานได้ว่าผมไม่เคยได้ยินกีตาร์ไหนเสียงดีกว่าตัวนี้เลย ไม่ว่าใหม่หรือเก่า อีกเหตุผลหนึ่ง โปรแกรมการเล่นของเขาเหมาะสมกับตัวเขาอย่างยิ่ง : Losy (สดใสและกระปี้กระเป่า), Bach (ทันสมัยที่สุดเท่าที่คุณจะคาดหวังจากนักดนตรีในฮอลแลนด์), 12 บทเพลงจาก Legnani Caprices ที่เป็นเพลงมากไปกว่าที่โดยปกติมันจะเป็น พาเวล ได้ศึกษา Caprices ของ Legnani มาหนึ่งปีเต็ม เขาพูดว่า “พยายามที่จะหาทางเล่นมัน” เทคนิคของเขา, ซึ่งไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง, สูงพอที่จะเล่นมันได้ [ผู้แปล: ต่อมา พาเวล ได้บันทึกแผ่น เพลง 36 Caprices ของ Legnani ครบทุกเพลงให้กับบริษัท NAXOS ซึ่งเป็นแผ่นที่สร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นอย่างมาก และทำให้บทเพลงและชื่อของ Legnani ซึ่งเป็นนักกีต้าร์ผู้เยี่ยมยุทธในยุคปลายคลาสสิคต่อโรแมนติกหลังจาก F.Sor กลับมาอีกครั้ง]

เขามาที่ Mikulov มากกว่าหนึ่งครั้ง และพบว่านักเรียนเล่นดีขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาส่วนมากมาจาก สาธารณรัฐเช็ค บางคนก็จากเยอร์มัน ออสเตรีย โปแลนด์ และฮอลแลนด์

แนวการสอนของเขาเป็นการกระตุ้นแต่ในแบบซ่อนเร้น เขาบอกว่าครูไม่สามารถบอกทุกอย่างได้ “ผมไม่อาจบอกเคล็ดลับให้กับนักเรียนได้ ไม่อย่างนั้นผมก็จะสูญเสียมันไป [ผู้แปล: พาเวลพยายามพูดตลก ที่จริงเขาหมายถึงไม่มีเคล็ดลับต่างหาก] ผมจะให้นักเรียนเล่นเพลง แต่ละโน้ตสองครั้ง ครั้งหนึ่งแบบ Staccato อีกครั้งแบบ Tenuto เพื่อที่จะแสดงว่าเขาทำอะไรได้บ้าง ‘ความเป็นไปได้’ นั้นคือสิ่งที่ผมชอบมาก ผมไม่ชอบที่จะเขียน Piano, Forte, Tenuto. ผมไม่ชอบ Metronomes”

พาเวลได้สอนเด็กๆ อายุ 5 ถึง 6 ขวบใน the Free Music Academy, ซึ่งเป็นโรงเรียนพิเศษ ทำให้เขาได้พบกับนักเรียนทุกระดับ “มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเสมอไป บางครั้งผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีที่ได้ทำงานกับเด็กๆ มันก็ดีที่ได้ทำงานและทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ ระหว่างรอเล่นคอนเสิร์ต”

จะรอหรือไม่ก็ตาม, เขาเล่นคอนเสิร์ตปีละประมาณ 20 ครั้ง มากพอที่จะทำให้กล้ามเนื้อของเขาอยู่ในสภาพที่ดี การเล่นของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และความเป็นนักแสดงมืออาชีพ อีกทั้งประทับใจที่ได้ฟัง

ในปัจจุบัน ชีวิตเขาก็ดูเหมือนจะประสมประสานได้ดีระหว่างคอนเสิร์ตกับการสอน เขาเล่นคู่กับ Jan Opsitos นักไวโอลินที่เขาชอบทำงานด้วยมาก Opsitos เป็นนักไวโอลินเบอร์หนึ่ง [หัวหน้าวง] ของ Amsterdam Orchestra ที่พาเวลเอ่ยว่า “เป็นวงที่ดีวงหนึ่ง” พาเวลและ Opsitos ได้บันทึกแผ่น เพลง Paganini, Guiliani, Schubert, และนักประพันธ์ร่วมสมัยอีกหลายคน พาเวลชื่นชอบมากกับเพลง Variations on a theme by Nikita Koshkin ของ Stepan Rak“ ผมชอบเพลงของ Jana Obrovska ด้วย แต่ผมคิดว่าตอนนี้ผมอยู่ในยุคโรแมนติก ผมคิดว่ากีต้าร์ต้องการมัน ผู้ชมต้องการฟังดนตรีหวานที่สุด และมันก็มีเพียงยุคเดียว ผมเคยเล่นเพลงสมัยใหม่มามากมายในทศวรรษที่ 80 และเคยเล่นเพลงแบบสเปนนิชซึ่งผมไม่รู้ซึ้งถึงรากมันในตอนนั้น แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว ผมอยากเล่นเพลงของ Granados” บางครั้งเขาก็ถูกขอให้เล่นเพลงที่เขาไม่ได้ตั้งใจมาเล่น แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหา

การชนะการแข่งขันที่กรุงปารีส เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเขา “เมื่อผมมาปารีส ผมมีเงินติดกระเป๋าแค่ 200 ฟรังส์และไม่มีโรงแรม ในปีถัดๆ มามันก็ยังยากลำบาก ผมมีใบประกาศกับเหรียญทองแต่ผมไม่ได้รู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะเลย แม้ว่าผมคือผู้ชนะ”

แม้ว่าเขาได้สร้างชื่อเสียงจากการชนะ Radio France Competition ที่ปารีส แต่เขาไม่นิยมชมชอบการแข่งขันเท่าไรนัก แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นในโลกปัจจุบัน เพราะทำให้ผู้เล่นได้มีโอกาสโดดเด่นบ้าง ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงสั้น และเป็นการสร้างโอกาสในการหางาน แม้ว่าจะน้อยนิด และการแข่งขันก็สามารถดึงดูดผู้ชมได้ หรืออาจจะทำเงินได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม “มันน่าขมขื่นที่คุณต้องมีรายการแข่งขัน ผมก็ไม่พึงพอใจกับรายการแข่งขัน” พวกรายการแข่งขันส่งผลให้ลักษณะเฉพาะตัวของกีต้าร์ได้ลดน้อยลง และบังคับให้นักเรียนไปสู่การเล่นในแนวทางหนึ่ง นั่นคือการพัฒนาเทคนิคระดับสูงที่ทำให้กรรมการประทับใจมากกว่าที่จะทำให้ผู้ชมชื่นชอบ ผมเองได้เห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เช่นเดียวกับคนๆ อื่นๆ ที่ได้มีโอกาสเขาชมการแข่งขันกีต้าร์ ผู้ที่มีเทคนิคยอดเยี่ยมกว่าชนะ ในขณะที่ผู้ที่มีความเป็นนักดนตรีอย่างแท้จริงและเข้าใจเพลงที่เล่น ทำให้ผู้ชมมีความสุข กลับไม่ชนะ บางทีการเสื่อมถอยในความนิยมกีต้าร์คลาสสิคอาจเกิดจากสาเหตุนี้ก็เป็นได้ พาเวลได้กล่าวว่า ผู้ชนะการแข่งขัน “แบบเครื่องจักร” คือนักเล่นที่แรงจูงใจมาจากภายนอก ไม่ใช่ภายใน

ยิ่งกว่านั้น โปรแกรมการแข่งขันบางแห่งก็ไม่น่าสนุกเลย การวางโปรแกรมการเล่นของพาเวลก็คำนึงถึงปัญหาความน่าเบื่อหน่ายนี้ด้วย แล้วก็ไปถึงแนวเทคนิคการเล่นของเขาเช่นกัน “ผมพยายามอยู่เสมอๆ ที่จะค้นหาสิ่งใหม่ๆ บางทีอาจเป็นการผสมของ Carlevaro, Rak, Russell ถ้าหากคุณเป็นนักดนตรี คุณจะต้องรู้มากๆ คุณจะต้องค้นคว้ามากๆ อิทธิพลของนักกีต้าร์หลายๆ คนที่ทำให้เฟสติวัลแห่งนี้ (Mikulou) เป็นเฟสติวัลที่พิเศษ คุณมีนักเรียน คุณพบคนมีพรสวรรค์ และคุณอาจพบจีเนียส คุณรู้ไหมว่า Schoenberg ได้พูดถึง จีเนียสกับพวกมีพรสวรรค์ อย่างไร? พวกพรสรรค์คือพวกที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาไปสู่ระดับหนึ่งแล้วไม่สามารถไปต่อได้ แต่จีเนียสคือพวกที่ไม่เคยพอใจ และพยายามหาแนวทางใหม่ๆ หรือความเป็นไปได้อื่นๆ อยู่เสมอ นั่นคือการผจญภัย” [จบแล้วครับ]

[ผู้แปล: ผู้ที่ได้ชมหรือสัมผัสกับพาเวล สไตเด้ล ในงานเฟสติเวลเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คงทราบดีว่า พาเวลเป็นพวกมีพรสวรรค์หรือเป็นจีเนียสกันแน่!!!]


 

Hosted by www.Geocities.ws

1