บทเสวนากับจอห์น วิลเลี่ยม - นักกีต้าร์คลาสสิคผู้สำรวจแผนที่ของโลกดนตรี โดย เดวิด เพทริค สเทิร์นส ตอนที่ 1/2

(A classical guitarist who explores the musical map by David Patrick Stearns - Inquirer Music Critic)

แปลและเรียบเรียงโดย ครูหยิบ


จอห์น วิลเลี่ยม เรียกกีต้าร์ว่า "สะพานสากลที่ผู้คนใช้เกาะเกี่ยวอยู่ในขณะที่พยายามคว้าวัฒนธรรมดนตรีจากที่อื่นๆ"

จอห์น วิลเลี่ยม เป็นนักกีต้าร์คลาสสิค เพราะไม่คำอื่นๆ ที่ดีกว่านี้

ถึงแม้ว่า จอห์น วิลเลี่ยม ผู้เป็นชาวออสเตรเลียโดยกำเนิด จะเป็นนักกีต้าร์ที่ถือว่ามีความสำคัญที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่ยุคท่านเซกโกเวีย, ท่านก็ได้เป็นนักสำรวจทางดนตรีมานานแล้ว - ได้เล่นทั้งแบบ "ปลั๊ก" และ "อันปลั๊ก", การอัดเพลงสำหรับภาพยนตร์ก็ทำแล้ว, และเมื่อเร็วๆ นี้เขาได้ทำแผ่น "the Magic Box" ที่เป็นเพลงจากแอฟริกา ที่มีผลงานของ Francis Bebey นักประพันธ์และนักร้องชาวแคมมารูนที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่นานนี้

แต่จอห์น วิลเลี่ยมก็ยังไม่ได้ละทิ้งคลาสสิคกีต้าร์ในแบบเดิมไปเลย โปรแกรมที่เขาจะเล่นในคืนนี้ที่ Kimmel Center จะเริ่มต้นด้วย transcriptions ของ Domenico Scarlatti Keyboard Sonatas, แต่ในครึ่งหลังโปรแกรมจะมาจาก 'The Magic Box' ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยังไง ดีหรือเลวก็ตาม คือเหตุผลที่เขามาแสดงที่ Philadelphia อีกเป็นครั้งแรกในรอบสามสิบปี

วิลเลี่ยม ในวัย 60 ปี ชอบที่จะอยู่แถวๆ กรุงลอนดอนมากกว่า เพราะเป็นที่ๆ เขาคุ้นเคย และมีเพื่อนๆ นักดนตรีระดับแนวหน้าแวดล้อมอยู่มาก และหนึ่งในนั้นก็คือ Jacqueline du Pre นักเซลโล่ระดับสุดยอดที่โลกต้องจดจำ, ใครหล่ะที่ต้องการจะจากบ้านไปเป็นเดือนๆ ? แต่บนโต๊ะอาหารเย็นในคืนหนึ่งที่งาน Music Personnel Conference ที่เมืองซาวาน่า มลรัฐจอร์เจีย นักกีต้าร์ผู้พูดคุยเก่ง ได้เสวนาว่าทำไม 'the Magic Box' เป็นการพัฒนาการในอาชีพนักกีต้าร์ที่ยาวนานถึง 44 ปีของเขา และมีคุณค่าพอที่จะออกจากบ้านมาทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้ง

ถาม: กีต้าร์คลาสสิค, ที่เป็นที่นิยมอย่างที่มันเป็นอยู่นี้, ถูกมองว่าเป็นลูกนอกสมรสโดยนักดนตรีคลาสสิคอื่นๆ ตลอดมา ไม่ทราบว่าเพราะแบบนี้จึงทำให้กีต้าร์ได้รักษาความเป็นเครื่องดนตรีที่ทำอะไรได้สารพัดนึก หรือเปล่า?

JW: เป็นคำถามที่น่าสนใจครับ ดนตรีคลาสสิคของยุโรป ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีหลายๆ ชนิด... และจากมุมมองของการเล่นเครื่องดนตรีเหล่านั้น ก็เหมือนเอาพวกมันใส่ไว้ในเสื้อแจ็คเก็ต [ดิ้นไปไหนไม่ได้] จากสาเหตุที่กีต้าร์คลาสสิคมีข้อจำกัดในแนวดนตรีคลาสสิคของยุโรปจึงทำให้กีต้าร์เองมีลักษณะความเป็นสากลและเชื่อมต่อกับดนตรีพื้นเมืองจากแทบทุกส่วนของโลก

ถาม: ท่านเซกโกเวียได้พยายามทำให้นักกีต้าร์คลาสสิคอยู่ในสถานะถัดเทียมกับนักไวโอลินและนักเปียโนบนเวทีคอนเสิร์ต แต่อาจารย์ได้ใช้ประโยชน์จากอันนี้เป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น

JW: ท่านเซกโกเวียนำกีต้าร์เข้าสู่ศตวรรษที่ 20 แต่นักประพันธ์ที่ท่านสนใจคือนักประพันธ์ที่ยังอยู่สไตล์ของยุคศตวรรษที่ 19, ท่านไม่สนใจที่จะพัฒนาในแนวร่วมสมัย (Contemporary) และถือกีต้าร์เป็นเครื่องดนตรีที่สำเร็จแล้ว ถือว่าท่านเป็นผู้พัฒนากีต้าร์ และนั่นเป็นสถานะซึ่งกีต้าร์ควรจะเป็น ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นแนวคิดที่ไม่ถูก การยกย่องท่านเซกโกเวียเป็นเหมือนเทพเจ้าเป็นการถอยหลังกลับจริงๆ

ถาม: ผมสัมภาษณ์ท่านเซกโกเวีย ในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่าน ถึงแม้ว่าผมจะยกย่องในผลงานของท่านแต่วิสัยทัศน์ของท่านไม่ได้อยู่ใน 90% ของสิ่งที่อาจารย์ได้ทำมาแล้วเลย

JW: ในโลกวัฒนธรรมทางดนตรีนั้นมันกว้างใหญ่ไพศาลกว่าใครคนใดคนหนึ่งเป็นล้านๆ เท่า ผู้คนจะถูกผลักดันทางอารมณ์หรือวิญญาณโดยดนตรีที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะมาจากอเมริกาใต้หรืออัฟริกาก็ตาม กีต้าร์เป็นเหมือน "สะพานสากลที่ผู้คนใช้เกาะเกี่ยวอยู่ในขณะที่พยายามคว้าวัฒนธรรมดนตรีจากที่อื่นๆ"

ถาม: เป็นเรื่องที่น่าสนใจไหมครับ ที่กีต้าร์สามารถรักษาความเป็นตัวของมันเอง ไม่ว่าอาจารย์จะเล่นเพลงของ Vivadi หรือ เพลงของ Francis Bebey?

JW: และคุณควรจะฉลองและยินดีในสิ่งนี้ - แต่ไม่ใช่ด้วยการไปเรียนที่จะเล่นเพลงอีกเพลงหนึ่งโดย [Mario] Castelnuovo-Tedesco [หนึ่งในนักประพันธ์ที่ท่านเซกโกเวียชื่นชอบ]

(ยังมีต่อ)


Copyright 2004 by SiamGuitarra

Hosted by www.Geocities.ws

1