นักศึกษาชายผู้กลับมาเกิดเป็นเด็กหญิง
สิ่งแรกที่บ่งชี้ให้รู้ว่า โดลอน จัมปา มิตรา แตกต่างกว่าเด็กคนอื่น ๆ ก็คือตอนที่เธอเริ่มแต่งกายเลียนแบบเด็กชายตอนอายุสามขวบครึ่ง เธอเป็นลูกสาวของหัวหน้าหน่วยสัตวบาลแห่งรามกฤษณะ มิชชั่น อัชราม ในเมืองนาเรนทระปุระ ประเทศศรีลังกา ที่วันหนึ่งผู้เป็นมารดาพบวง่าเธอเอากางเกงกับเสื้อเชิ้ตของพี่ชายมาสวม ซึ่ง กันนิกา มิตรา ได้สั่งให้เธอถอดออกและสั่งให้มานั่งข้างๆ พร้อมกับถามว่าทำไมจึงทำเช่นนั้น ซึ่งเด็กหญิงก็ตอบว่า "ทำไมแม่ต้องดุหนูที่นุ่งกางเกง ใส่เสื้อแบบนี้ด้วย หนูโตแล้วนะ แล้วก็อยู่ในบ้านหลังใหญ่อย่างกับวังด้วย"
"ไหน ลธกว่าอะไรนะ" แม่ตกใจกับคำถามย้อนถามซึ่งลูกสาวก็ตอบว่า "จริงๆ นะแม่ หนูกำลังพูดความจริง หนูมีน้องชายกับน้องสาวด้วย แล้วก็มีป้าตัวอ้วน แม่หนูชื่อบูดี้ พาหนูไปบ้านที่อยู่ใกล้วังของมหาราชาสิ หนูจะพาแม่ไปที่บ้านนั้นไงล่ะ" เด็กหญิงบอกว่า บ้านเดิมของเธออยู่ที่เมืองเบิร์ดวัน อันเป็นเมืองซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกัลกัตตา พ่อและแม่ในชาติปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ ยินยอมทำตามคำขอร้องนี้ แต่ในครั้งแรกที่ใช้ความพยายามดังกล่าวแรากฎว่าโดลอนไม่สามารถหาบ้านหลังนั้นพบ จึงต้องพากันกลับ แต่เธอก็ยืนยันให้พากลับไปที่นั่นอีกครั้ง ซึ่งในที่สุด พ่อ และ แม่ก็ยินยอมและพาเธอกลับไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 1972 โดยครั้งนี้ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานของพ่อโดลอน ซึ่งรู้จักเมืองนั้นอย่างดี
โดลอนจำผู้หญิงหลายคนที่อยู่ในบ้านได้ทั้งยังจำห้องหับต่างๆ และเครื่องประดับตกแต่งบ้านชิ้นต่างๆได้ขณะที่นำชมบ้านหลังนั้นอยู่ ทุกคนต่างเห็นได้ชัดว่าเธอสามารถจดจำชีวิตของ นิชิท เด เด็กหนุ่มผู้เสียชีวิตลงในปี 1964 ได้ทั้งหมด
มารดาของเด็กชาย ผู้ยังมีชีวิตอยู่ไม่สบายใจอย่างยิ่งกับการปรากฎตัวของโดลอนในครั้งนี้ อาจจเะเป็นเพราะคิดไม่ถึงว่าลูกชายของนางจะกลับมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหญิง นางผลักไสโดลอนออกห่าง เมื่อเด็กหญิงเดินเข้าไปใกล้ ทั้งยังพูดใส่หน้าแม่ของโดลอนด้วยว่า "ลูกสาวของเธอก็จะต้องเป็นลูกของเธอต่ไปสิ" เมื่อพูดจบนางก็เดินออกจากห้องนั้นและเข้าไปขังตัวเองอยู่ในห้องส่วนตัวทันที ซึ่งกฏิกิริยาที่นางแสดงออก สร้างความเสียใจให้กับเด็กหญิงทั้งยังไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เคยเป็นแม่ในอดีตชาติอีกด้วย ซึ่งทำให้การพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น แต่ญาติคนอื่นๆ ของ นิชิท เค ได้ให้ความร่วมมือ อย่างดี ทั้งยังสามารถยืนยันข้อเท็จจริงในคำพูดส่วนใหญ่ของโดลอนอีกด้วย
ครอบครัวเด เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ จัดอยู่ในอันดับเศรษฐีคนหนึ่งของเมืองเบิร์ดวันทีเดียว นิชิท เด ลูกชายของครอบครัวนี้เกิดในปี 1940 และกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเบิร์ดราชเมื่ออายุ 24 เขาล้มป่วยลงด้วยโรคบางอย่างที่เกิดในสมองและลุกลามอย่างรวดเร็วทำให้เขาถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 1964 ภายหลังจากอยู่ในอาการโคม่านานถึง 15 วัน
-----------------------------------