ฆาตกรรมริมทางหลวง 5
จากข้อมูลกองพะเนินที่หลี่งไหลกันเข้ามา เจ้าหน้าที่พบบันทึกจากผู้หญิงชื่อโจแอน เบอรี ในเดือนมาราคม 2533 เธอรับนักท่องเที่ยวคนหนึ่งในสภาพตกใจกลัวสุดยชขีดขึ้นรถ เขาบอกว่าถูกคนขับที่รับเขาขึ้นที่ทางหลวงฮูมทำร้ายเธอจังขับพาไปส่งที่สถานีตำรวจบาวรับเหยื่อรายนั้น คือพอล อันเนียนส์ วิศวกรวัย 24 จากอังกฤษ แต่สถานีตำรวจบาวรับไม่ได้ลงบันทึกแจ้งความเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย ไม่มีการติดต่อสอบภาม มีแค่บันทึกคร่าวๆ ลงรายงานประจำวันของตำรวจเวรตอนที่อันเนียนส์มาที่สถานีตำรวจ ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจแบบนี้ส่งผลให้สมอลล ซึ่งใช้เวลาหลายสัปดาห์ตรวจสอบคดีลักพาตัวที่เกิดขึ้นทุกกรณีในบริเวณนั้นตั้งแต่ปี 2528 หมดโอกาสที่จะได้เบาะแสสำคัญ
จากการตรวจสอบกับนายจ้างของอีวานพบว่า วันที่พอล อันเนียนส์ถูกทำร้ายนั้น อีวานไม่ได้ไปทำงาน วันที่25ม.ค.2530 ตำรวจโทรไปหาอันเนียนส์ ซึ่งตอนนี้กลับไปอยู่ที่อังกฤษแล้ว ในที่สุดก็ทราบเหตุการณที่เกิดขึ้น อันเนียรส์ชายร่างผอมบางสูงราว 165 เซนติเมตร นี่งรถไฟออกจากลิเวอร์พูลเพื่อไปฑบกรถที่ทางหลวงฮูม บ่ายโมงแล้วยังโบกไม่ได้สักคัน เขาเดินฝ่าเปลวแดดร้อนในออสเตรเลียจนไปถึงร้านค้าห้องแถวที่คาซูลา ขณะซื้อเครื่องดื่มเย็นๆ ที่ร้านขายหนังสือพิมพ์ชายหุ่นกำยำหนวดเคราครึ้ม ที่ยืนอยู่ข้างๆก็ถามขึ้นว่าให้ไปส่งไหมเพื่อน... อันเนียรส์ตอบว่าผมจะไปมิลดูรา แต่ส่งผมลงระหว่างทางที่ไหนก็ได้ครับ.. เมื่ออกจากร้านชายคนนั้นชี้ไปที่รถสีเงินขับเคลื่อนสีล้อ อันเนียนส์วางเป้ไว้ที่เบาะหลัง และจัดแจงขึ้นไปบนเบาะหุ้มหนังแกะ... ผมชื่อพอลครับ เขาแนะนำตัว คนขับยิ้มทัก "ผมบิล..." ขณะขับผ่านภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาเรียงราย ทั้งสองคุบแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกัน บิกทำงานสร้างทางอยู่ที่ลิเวอร์พูล เป็นพ่อม่ายและครอบครัวมีรกรากจากยูโกสลาเวีย เวลาผ่านไปครึ่งชม.อันเนียรส์สังเกตว่าน้ำเสียงเป็นมิตรเริ่มจางหายไป เรื่องที่คุยหันเหไปสู่ประเด็นกอลทหารหังกฤษในไอร์แลนด์เหือ "ผมคิดว่าทหารอังกฤษควรออกจาไอร์แลนด์... พวกเขาไม่มีสิทธิ์จะอยู่ที่นั่น คุณว่ายังไง" อันเนียนส์เริ่มรู้สึกอึดอัด น่ยคนนี้พยายามหาเรื่องชวนทะเลาะหรือเปล่า เขาสังเกตว่ารถขับช้าลง "มีอะไรหรือครับ" "ไม่ต้องห่วงหรอกเพื่อน" บิลตอบ "เราขับออกนอกเขตจนรับสถานีวิทยุซิดนีย์ไม่ได้ ขอจอดหาเทปเพลงหน่อยนะ" อันเนียนส์มองเห็นเทปคาสเซ็ตหลายม้วนวางอยู่เบาะหลังซึ่งหยิบได้ง่าย เมื่อเห็นเทปคลาสเซ็ตหลายม้วนวางอยู่เบาะหลังซึ่งหยิบได้ง่าย แต่เมื่อรถจอดเขาดีใจที่ได้ลงจากรถไปยืดเส้นยืดสายและสลัดความอึดอัดจากสมอง เมื่อเขากลับขึ้นรถ...ลิ
กำลังความหาของใต้เบาะ ชั่วไม่กี่วินาทีต่อมา พอล อันเนียนส์ก็เห็นปืนพกสีดำชนาดเล้กจ่อหน้าในระบะเผาชนและเห็นกระทั่งกระสุนกีทองแดงในรังเพลิง ทันใดนั้น บิลก็ระเบิดเนียงขึ้นว่า "นี่เป็นการปล้น" เขาควนหาของใต้เบาะอีกครั้ง คราวนี้หยิบถึงและเชือกออกมา อันเนียนส์ตกใจกลัวสถดขีด ปืนคงเอาไว้ขู่แต่มันใช่เชือกแน่ อันเนียนส์รีบปลดเข็ดยัดนิรภัยและกระโจนออกจากรถจนเกือบล้มกลิ้งไปกองบนถนน เขาเริ่มวอ่งขณะได้ยินเสียสั่งว่า "หยุดวิ่งไม่งั้นยิง" รถแล่นปราดผ่านไปเขาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น อันเนียรส์หลบกระสุนและกระโดดข้ามเกาะกลางถนนที่ปลูกหญ้าคั่นไว้ ลแ้วนวานโบกรถที่วิ่งผ่านไปมา แต่ไม่มีใครยอกหยุดบิลมายืนอยู่ด้านหลังพอล อันเนียนส์ ใช้มืออันแข็งแรงคว้าเสื้อยืดของเขาไว้ อันเนียรส์ลงไปกองกับพื้อ ชายทั้งสองกลิ้งไปมากลายตลบ อันเนียส์กลัวจนมีแรงฮึดสู้และดิ้นหลุดจากมือบิล แล้วปราดไปที่ถนนถ้ารถันถัดไปไม่ยอมจอดเขาใจให้รถชน รถตู้คันหนึ่งหยุดกึก อันเนียนส์วิ่งไปที่หน้าต่องคนขับ "ช่วยด้วย ให้ผมขึ้นรถด้วย...เขามีปืน" "ไปให้ไ้น" ึนขับผู้หญิงร้องตวาด โจแอนเบอรีกำลังเดินทางลงใต้กับน้องสาย เธอเห็นแล้วว่าบิลกำลังทำร้ายอันเนียรส์ แต่ในรถมีลูแของเธอสี่คนและหลานอีกคน...
"ให้ผมขึ้นรถด้วย กรุณาเถอะครับ" โจแอนเบอรีเห็นแววตาที่หวาดกลัวของชายคนนั้น ตัวเขาสั่นเกือบร้องไห้ เธอขยับรถจอดข้างทาง อันเนียรสื์ดึงประตูเปิดและรีบเข้าไปนั่งกับพวกเด็กๆโจแอนกดล็อกประตูและวกลับรถตรงเกาะกลางถนน มุ่งหน้ากลับบาวรัล... ขณะที่นักสืบตรวจสอบประเด็นสำคัญทางโทรศัพท์จากคำให้การของอันเนียนส์และจุดเกิดเหตุอยู่ที่ราวหนึ่งกิโลเมตรจากทางแยกเข้าอุทยานเบลีนโกล เขาแน่ใจอย่างยิ่งว่านี่คือเบาะแสชิ้นสุดท้ายที่ต้องการ
ไคลฟ์ สมอลรู้มาก่อนแล้วว่าบิลเป็นชื่อปลอมอีกชื่อของอีวิน มิลัตและประวัติตรงตามที่อันเนียนส์เล่า ถ้าอันเนียส์ระบุต้วคนทำร้ายเขาได้ อย่างน้อยก็สามารถฟ้องจับอีวานข้อหาพยายามลักพาตัวได้
วันที่ 5 พ.ค. 2537 ที่สำนักงานใหญ่ตำรวจนิวเซาาท์เวลส์ พอล อันเนียนส์ ดูรูปถ่าย 13 ใบ ผ่านจอวิดีโอ ทั้งหมดเป็นชายไว้หนวด หลังฉายภาพกลับไปกลับมาหลายรอบ อันเนียนส์หยุดตรงภาพที่สี่ "คนนี้แหละ... หน้าและหนวดแบบนี้ " เป็นภาพของอีวาน มิลัต ถึงตอนนี้สมอลและทีมงานมีหลักฐานพอจะฟ้องอีวานข้อหาพยายามลักพาตัวแล้ว แต่ขาดหลักฐนที่จะเชื่อมโยงเขากับฆาตกรรมที่ป่าเบลันโกล อีวานเป็นคนเจนจัดเรื่องคุกตะราง สมอลและลินช์รู้ดีกว่าเชาคงไม่เสียชวัญรีบรับสารภาพเป็นแน่ หลักฐานที่ตำรวจอาจจะพบที่ล้านของอีวาน จึงสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อรูปคดี หัวหน้าบรรยายสรุปให้ตำรวจ 300 นายดำเนินการค้นบ้านอีวานและบ้านอื่นๆ อีกเจ็ดหลังที่ญาติพี่น้องผู้ต้องสงัยเป็นเจ้าของหรืออยู่อาศัย ก่อนลงมือขี้นสุดท้าย สมอลตัดสินใจส่งบ็อบ เบนสัน เจ้าหน้าที่สือบสวยอาวุโสไปถามอเล็กซ์ มิลัต ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ไร่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในรัฐควีนส์แลนด์ เรื่องที่เห็นผู้หญิงถูกปิดปาก แต่อเล็กซ์ยังคงยืนกรานตามคำให้การเดิมจนบัดนี้ ตำรวจก็ยังไม่รู้สาเหตุเบื้องหลังคำให้การนั้น
