ฆาตกรรมริมทางหลวง 6

   ขณะเบนสันดื่นกาแฟคุยกับอเล็กซ์และโจแอนภรรยาทันใดนั้นเธอก็ถามขึ้นว่าเป้ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายสีอะไร   เมื่อเบนสันบรรยายให้ฟัง   โจปอนเดินออกไปจากห้องและกลับมาพร้อมหิ้วเป้ลายสีม่วงแดง   ชมพู เทา และดำ   เบนสันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง   ดูเหมือนจะเป็นใบเดียวกับของซีโมน ชมิดเดิล   โจปอนบอกว่าอีวานพี่เขยของเฑอให้ไว้ก่อนที่พวกเขาจะย้ายมาควีนส์แลนด์   เบนสันพยักหน้าเหมือนไม่สนใจ   เขาเปิดกระเป๋าดูข้างในมีตัวอักษรย่อเขียนไว้เป็นตัวเอ็มขวางด้วยตัวไอ   เมื่อร็อด ลินช์   ทราบเรื่องนี้เขาร้องเสียงลิงโลดว่า "เราได้ตัวมันมาแล้ว"

    เช้าวันรุ่งขึ้นเวลา 6.40 น. ของวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. ขบวนรถตำรวจปิดถนนซินนาบร์ในอีเกิลเวล   เหลือช่องพอให้รถตู้ที่มีเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาของรัฐซึ่งเป็นหน่วยจู่โจมแล่นผ่านไปได้   เสียงโทรศัพท์ภายในบ้านพักของอีวานดึงขึ้น "ตำรวจล้อมบ้านไว้หมดแล้ว"   ตำรวจตัวแทนการเจรจาบอกอีวานซึ่งเพิ่งงัวเงียลุกขึ้นมารับสาย... "ทางการมีหมายค้นบ้านทุกหลังที่เกียวข้องกับคดีปล้นชิงทรัพย์" "พูดเล่นน่า" อีวานบอกกับตำรวจ "ผมขอให้คุณออกมาจากบ้านเพื่อความปลอดภัยของคุณเองและคนในบ้าน   ออกมาทางประตูหน้า   หน่วยอารักขาของรัฐในชุดดำคอยคุณอยู่แล้วพร้อมอาวุธครบมือ   ตอนที่ก้าวออกมาขอให้ห้าหน้าไปทางเจ้าหน้าที่และนอนราบก้มหน้าลงกับพื้น" "ยังไงก็ได้"อีวานตอบ   แต่อีวานไม่ยอกออกมาตามที่พูด   เมื่อตำรวจโทรเข้าไปอีกทีเสียงชาลิมเดิร์ฮวจิ์ แฟนเขารับสายแทน   หลังคุยกันสั้นๆอีวานกลับมารับสายอีกรอบและอ้างว่าที่ไม่ออกไปเพราะคิดว่าเพื่องที่ทำงานเล่นตลก   "ไม่ล้อเล่นแน่   นี่จำรวจจริง "   ท้ายที่สุดอีวานยอมปรากฎตัว   เขาใส่เสื้อลายตาหมากรุกและกางเกงยีน "หันไปทางซ้าย  นอนราบลง"   ตำรวจร้องตำโกนทันทีที่ชาลินเดอณ์ปรากฎตัว   เจ้าหน้าที่รีบประกบต้วไปขึ้นรถซึ่งจอดรออยู่แล้ว..   ตำรวจกรูกันเข้ามาบ้านของอีวาน   แอนดรูว์กรอสรู้สึกว่านี้คือเวลาที่รอคอยมานานเกิอบ 20 เดืนนับแต่วันที่เขากัมลงไปดูศพโจแอน   วอลเทอร์ในป่าเบลันโกลจากการค้นบ้านของดีวาน   ตำนวจพบร่องรอยว่ามีการรีบร้องกลบเกลื่อนหลักฐานบางอย่าง   ส่วนอีวานมีท่าทางไม่ยี่หระ   เขาถูกใส่กุญแจมือและนำตัวกลับเข้าไปในบ้านเพื่อสอบปากคำ   ตำรวจบอกว่าเขาถูกจับข้อหาใช้อาวุธปล้นชิงทรัพย์ ตำรวจถามว่าเข้าใจไหมว่ากำลังถูกจับ "เข้าใจแต่ผมไม่ได้ทำครับ" 

    สตีเฟน ลีช   ตำรวจสืบสวนร่างใหญ่ไว้เคราถามเขาเกียวกับเป้หลังและป่าเบลันโกลอีวานตอบว่า "ผมไม่รู้ว่าคุณพูดถึงเรื่องอะไร"   "คุณมีปืนในบ้านไหม" "ไม่มี" "เคยไปที่ป่าเบลันโกลไหม" "ผมเคยขับรถบนถนนลูกรังที่ตัวเข้าไปในป่านั้น   แต่ก็นานมาแล้ว กว่าหลายสิบปี" ในห้องนอนของอีวาน   ตำรวจพบกระสุนปืน .22 หลายสิบนัด   ม้วนเทปพันสายไฟสีดำ   ใบขับขี่ในชื่อไมเคิลน้องชายแต่ติดรูปอีวานเอง   นอกจากนี้ยังม่โปลการ์ดจากนิวซีแลนด์   เริ่มด้วบคำว่า "สวัสดีบิล"   ลีชถามต่อว่า "คุณเคยใช้ชื่อว่าบิลไหม" อีวานส่ายหน้า  ตำรวจพบปืนพก .32 บราวนิงซ่อนอยู่ใต้เครื่องซักผ้าในห้องนอนอีกห้อง   และยังพบกระสุน .22 กับถึงพลาสติกใส่ปลอกกระสุน .22 วินเชสเตอร์ที่ใช้แล้ว  (ต่อมาพบว่ามีลักษณะเ)พาะของรอยเข็มแทงชนวนของปืนรูเกิร์ 10/22 ซุกอยู่ในรองเท้าบูตที่ตู้เก็บของในห้องโถง   ต่อมาเมื่อตรวจค้นนตามโพรงใต้หลังคาและกำแพงก็พบชิ้นส่วนอื่นๆของปืนกระบอกเดียวกับและแหนบกระสุนสำรอง   ในส่วนอื่นๆของบ้าน   ตำรวจพบถึงนอนแบบเดียวกับที่ซีโมนชมิดเดิล   และเดบอราห์เคยเป็นเจ้าของ   กล้องถ่ายรูปโอลิมปัสแบบเดียวกับของแคโรไลน์ คลาร์ก   และชุดหุงต้มแบบเดียวกับที่ซีโมนใช้   กระติกน้ำสลักชื่อย่อว่าไอเอ็ม   ตแ่จากการตรวจด้วยแสงอัลตราไวโอเลตระบุว่า   มีผู้ขีดลื่อเดิมออก   ชื่อนั้นคือซีโมน

    เต็นท์สีเขียวในโรงรถมียางสีม่วงรัดไว้แอนดรูว์   กรอสอดนึกไม่ได้ว่านั้นเป็นสีเดียวกับที่คาดศีรษะซึ่งพบบนกระโหลกของซีโมน   ในโรงรถยังมีปลอกหมอนแถบเขียวและเชือก 5 เส้น   เส้นหนึ่งยังมีคราบเลือดเปื้อนติดอยู่   การะิสูจน์ดีเอ็นเอของะ่อแม่แคโรไลน์   คลาร์กในภายหลังพบว่าคราบเลือดนั้นมีโอกาสที่มาจากลูกคนใดคนหนึ่งของพวกเขามากกว่าคนอื่นถึง 118000เท่า  ที่บ้านแม่ของอีวาน   ตำรวจพบเสื้อแบบเดียวกับที่เคยเป็นของพอล อันเนียนส์  ที่บ้านของริชาต์ด มิลัต ตำรวจพบเต็นท์สีน้ำเงินและถุงนอนของแคโรไลน์ คลาร์ก   ใกล้ๆกันนั้นที่บ้านของวอลเทอร์ มิลัต   พบเป้ใบเล็กที่เคยเป็นของซีโมนชมิดเดิล   และกระสุน .22 ในกล่อง   ซึ่งเป็นรุ่งเดียวกับที่พบใกล้ศพกาเบอร์นอบเกเบาเออร์   ที่สนามยิงปินของบ้านพี่น้องมิลัต   ตำรวจพบปลอกกระสุน 16000 อัน ซึ่งอย่างน้อย   สี่ปลอกมีรอบเข็มแทงชชนวน   เหมือนปลอกกระสุนที่พบใกล้ศพแคโรไลน์   คลาร์กกับการบอร์   นอบเกเบาเออร์   หลักณานที่จำโยงตัวอีกวานกับคดีฆาตกกรมที่เบลันโกลมีมากมายจนไคลฟ์ สมอล ถึงกับงงงัน   แต่ก็ยังไม่ดีใจจนออกนอกหน้า   เขาต้องคอยเตือนตัวเองว่า   อีวานรอดเงื้อมมือกฎหมายมาได้หลายครั้งแล้ว

    วันที่24ต.ค.2537   เจ้าหน้าที่ดำเนินการไต่สวนอีวานระหว่างฝากขังที่ศาลเมืองแคมป์เบลทาวน์   พ่อแม่ของโจแอน วอลเทอร์, แคโรไลน์ คลาร์ก, เจมส์ กิบสัน, กาบอร์ นอยเกเบาเออร์   และพ่อของซีโมน ชมิดเดิล ,แม่ของเดบอราห์เอเวอริสตฺและอันยา   ฮับส์ชีดผลัดกันมาให้ปากคำ...   อีวาน  มิลัต   โกนหนวดเอี่ยมอ่อง   สวมเื้อนอกผูกเนกไทเรียนร้อย   และมองพยานทีละคนด้วยสายตาเยือกเย็น   จำเลยถูกส่งตัวให้คณะลูกขุนพิจารณา   การพิจารณาคดี   ใช้เวลาทั้งสิ้น 18 สัปดาห์   เริ่งที่ศาลเซนต์เจมส์ในนครซิดนีย์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2539 นับเป็นการพิจารณาคดีฆาตกรรมที่กินเวลานานที่สุดของออสเตรเลีย   เมื่อเผชิญหน้ากับรายการหลักฐานมากมาย   ทั้งอาวุธ  อุปกรณ์พักแรม   และหลักฐานอื่นๆอีวาน  มิลัต   ยังทำหน้าเฉยอ้างว่าไม่รู้เรื่องว่ของเหล่านี้มาอยู่ในครอบครองของเขาหรือครอบครัวเขาได้อย่างไร "เห็นได้ชัดว่ามีคนพยายามใส่ร้ายผม"    ครอบครัวมิลัตยังคอยเป็นกำลังใจช่วยเหลือกันในศาล   โจแอนภรรยาของอเล็กซ์ยืนกรานว่าเธอเองไม่ใช่อีวานที่เป็นคนเขียนอักษรย่อไอเอ็นลงบนเป้ที่เขาให้เธอ สมาชิกคริบครัวอีกหลายคนขึ้นให้การว่าอีวานอยู่ที่บ้านแม่ในวันที่ 26 ธ.ค. 2534 ดังนั้นคงไม่มีทางเกี่ยวข้องกับการหายตัวของอันยา ฮับส์ชีดและกาบอร์ นายเกเบาเออร์

    ในทำนองเดียวกัน   ญาติพี่น้องหลายคนยืนยันว่าตนไปเดินทางพักแรมกับอีวาน   เมื่อเดือนเมษายร 2535 ตอนที่โจแอนวอลเทอร์และแคโรไลน์ คลาร์กหายไป  ในอัลบั้นภาพ   แคโรลินภรรยาของบิล มิลัต   มีภาพที่ดูเหมือนจะยืนยันคำให้การนั้น   เมื่อตำรวจตรวจนอบอัลบั้นภาพ   พบว่าวันที่ในภาพได้รับการแก้ไขจากปี2534 เป็น 2535 ภาพในคอกพยาน แคโรลิน มิลัตยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้แก้ไขวันที่เพื่อช่วยอีวาน   อัยการขอให้เธอพลิกรูปไปดูวันที่ด้านหลังซึ่งเขียนว่าปี 2534 ด้วยลายมืออีวานเอง   วันที่ 27 ก.ค.2539   หลังจากพิจารณาหลักฐานกันสองวันครึ่ง   ลูกขุนจึงแถลงคำตัดสินว่า   อีวาน มิลัต   มีความผิดจริงในข้อหาฏาตกรรมทั้งเจ็ดรายและข้อหา   พยายามลักพรตัวพอล อันเนียรส์   ศาลลงโทษให้จำคุกตลอดชีวิต   ผู้พิพากษาเดวิดฮันต์พูดในทำนองว่า   ควรขังไว้ในคุก "ตราบจนจำเลยสิ้นอายุขัย"

    ผู้พิพากษาพยายามควบคุมน้ำเสียงเมื่ออ่านคำตัดสิน   "หนุ่มสาวทั้งเจ็ดคนนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต   อนาคตรอคอยพวกเขาอยู่...ไม่ว่าสาเหตุการตายของแต่ละรายจะเป็นด้วยเหตุใด   แต่ที่เห็นชัดคือ ลักาษณะที่พวกเขาถูกกระทำโดยพฤติกรรมที่เย็นชา   เฉยเมยกับความทุกข์   ไร้ซึ่งมนุษยธรรม   เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ"   อีวาน มิลัต   ไม่ยอมแสดงความรู้สุกสำนึกผิดหรือเสียใจ เขายื่นอุทธรณ์   แต่ศาลปฏิเสธในเดือนกุมภาพันธ์ 2541

    ไคลฟ์ สมอลได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองปราบปราม   ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวน 600 นาย   ทำคดีฏาตกรรมและอาชญากรรมรุนแรง   ร็อดลินช์ได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยของสมอล   พอลอันเนียนส์ปฑิเสธไม่ขอรับส่วนแบ่งเงินรางวัล 325000เหรียญที่มีส่วนช่วยจับตัวฆาตกรรายนี้ได้   เขาขอให้ส่งเงินไปให้ครอบครัวของผู้เคราะห์ร้ายและส่วยหนึ่งบริจาคให้กลุ่นช่วยเหลทอผู้เคราะห์ร้ายในคดีฆาตกรรมใจรัฐนิวเซาท์เวลส์   "รอดมาได้ก็เป็นราวัลแล้ว..ครับ"   เพื่อระลึกถึงลูกสาวที่จากไป   เอียนและแตํกเกอลีน คลาร์ก จัดผสมพันธุ์กุหลายสีพีชและตั้งชื่อว่า แคโรไลน์ คลาร์กซึ่งบานเป็นครั้งแรกในสวนของพวกเขาที่นอทัมเบอร์แลนด์เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา   ไม่ไกลจากสุสานเซนนต์แมรี ซึ่งแคโรไลน์หลับอย่างนิรันดร์...

   ---> อย่างนี้น่าจะประหารชีวิตเน๊อะ.. เก็บไว้ทำไมก็ไม่รู้...  รกโลก...เปลืองข้าว ปลา ของออสเตรเลียด้วย...

กลับไปเรื่องฆาตกร   

Hosted by www.Geocities.ws

1