ฆาตกรรมริมทางหลวง 4
เขาระดมผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเพื่อช่วยสร้างเค้าร่างทางจิตวิทยาของฆาตกร ในการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2537 สมอล ลินช์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยสืบราชการลับของรัฐนิวเซาาท์เวลส์นักการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์แพทย์ด้านนิติจิตเวช ร็อดมิลตัน และริชาต์ดบาแชม ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ร่วมหารือกันหลายชม. บาแชมเสนอความเห็นว่า การที่ศพผู้เคราะห์ร้ายถูกฝังในป่าเขา และลักษณะฆาตกรรมที่โอ่บุคลิก "ชายชาตรี" ฆาตกรอาจเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ ร็อด มิลตัน แนะว่า ในเมื่อเจ้าหน้าที่ไม่พบสมบัติสักชิ้นของเหยื่อแต่ละราย ฆาตกรรายนี้คงชอบเก็บของที่ระลึกจากเหยื่อ อาชญากรรมทางเพศอาจเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งแม้จะไม่ใช่สาเกตุหลัก มีหลักฐานชร่ชัดว่าผู้เคราะห็ร้ายสี่รายลูกล่วงเกินทางเพศ การผูกมัดลวกๆ ที่พบในศพของเดบอราห์ เอเวอริสต์กับกาบอร์ ยอนเกเบาเออร์ บอกว่าฆาตกรไม่ได้เตรียมตัวมาล่วงหน้าและส่อว่าฆาตกรชอบพันธนาการเหยื่อ ส่วนร่องรอยของกองไฟใกล้ที่พบศพแสดงให้เห็นว่าฆาตกรใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่ตรงที่เกิดเหตุ เค้าร่างของฆาตกรที่ไ้ดคือ ขานในวัย 40 อาจเป็นเด็กมีปัญหาตั้งแต่ในโรงเรียนอ่อนด้อยในการสร้างสัมพันธภาาพและอาจจะฆ่าเพียงเพื่อความสุขที่ได้แสดงอำนาจเป็นคนชอบเล่นปืนเล่นมีด และคงเป็นเสาหลักในครอบครัวตน ช่วงพัก สมอลลองคุยกับบาแชมเพื่อถามถึงผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่เขาเห็นว่าส่อพิรุธ สมอลเล่าว่าทัมงานได้ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งซึ่งหลายคนอาศัยอยู่ในกระต๊อบและบ้านไร่โกโรโกโส ชอบซื้อกระสุนเป็นจำนวนมาก หลายคนในครอบครัวนี้เคยกระทำผิดในคดีประเภทต่างๆ บาแชมตอบทันทีว่า "ไคลฟ์ คุณต้องจับตาดูครอบครัวนี้ให้ดี"
สมอลจัดทีมเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวมิลัต นับว่าเป็นงานที่ซ้บซ้อนพอสมควรเพราะบางคนใช้ชื่อต่างๆกันหลายชื่อ จดทะเบียนเป็นเจ้าของรถและอาวุธปืนในชื่อของกันและกัน สเตฟาน ผู้พ่ออพบพมาจากยูโกสลาเวีย หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เขาแต่งงานกับสาวออสเตรเลียอ่อนวัยกว่าครึ่งรอบและมีลูกทั้งหมด 14 คน ลูกสาว 4 ลูกชาย 10 คัวพ่อทำงานหนักตลอดเจ็ดวันไม่มีวันหยุด เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวในบ้านที่พอคุ้มแดดคุ้มฝนในเมืองเล็กๆใกล้ลิเวอร์พูล เขาเข้มงวดกับตัวเองและเข้มงวดกับลูกๆ ดังที่ลูกคนหนึ่งบอกว่า "ถ้าเรากลับบ้ารเละพ่อรู้ว่าไปสร้างหัญหาที่ไหนมาพ่อจะหวดเราลงไปกองกับพื้น" กระนั้น ลูกชายสี่คนในครอบครัวก็ไม่วายผ่านตะรางมาแล้วในข้อหาลักทรัพย์ งัดแงะ ขโมยรถ และครอบครองอาวุธโดยผิดกฏหมาย ลูกสายคนหึ่งเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งวอลเทอร์พี่ชายเป็นคนขับ และเดวิดพี่ชายอีดคนก็เสียแขนข้างหนึ่งไปแบะสมองพิการในอุบัติเหตุอื่นๆ 2 ครั้ง ไม่เคิล มิลัตติดคุกหลายปีข้อหาพัวพันในคดีลักทรัพย์โดยใช้อาวุธ นอกจากนิสัยชอบเล่นปืน ยังมีเหตุผลอื่นที่ทำให้ทีมสือบสอนสะดุดใจครอบครัวนี้ในจำนวนข้อมูลที่หลี่งไหลเข้ามายังตำรวจ มีคำให้การของสมาชิกคนหนึ่งของสโมสรยิงปืนบาวรัลซึ่งอยู่ใกล้ป่าเบลันโกล บอกว่าเขาออกจากสโมสรในช่วงเวลาเดียวกับโจแอน วอลเทอร์กับแคโรไลน์คลาร์กหายตัวไปนเดือนเมษายน 2535 โดยสวนกับรถสองคันที่กำลังเลี้ยวเข้าป่า ค้นหนึ่งเป็นฟอร์ดฟอลคอนสีน้ำตาล อีคักเป็นรถตู้ขับเคลื่อนสี่ล้อสีไข่ไก่และจ้ำตาล ซึ่งน่าจจะเป็นโฮมเพจโรดีโอในรถฟอลคอนมีชายสี่คน ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกลางระหว่างชาย 2 คนที่เบาะหลัง ผู้หญิงมีผ้าอุดปาก "เป็นผ้าผืนสีน้ำผึ้งพันรอบหัวและรอบปาก " รถอีกคันก็มีผู้หญิงถูกอุดปากนั่งไปด้วย คนที่แจ้าเรื่องนี้ชื่อ อเล็กซ์ มิลัต อดีตคนงานเหมืองวัย 52 ที่เคยอยู่ในแถบเบลันโกล
ตำรวจแวะเวียนไปซักถามยืนยันคำให้การของเขาหลายครั้งแต่อเล็กซ์ มิลัตกลับให้รายละเอียดเพิ่มขึ้น ถึงขนาดบรรยายแผลเป็นและรอยสักบรมือของชายคนหนึ่งในรถอต่ใครจะไปทันเห็นรายละเอียดขนาดนั้นเวลาที่รถสวนกับบนถนนคลุ้งฝุ่น ไคลฟ์ สมอลรู้สึกสับสน ทำไมอเล็กซ์รอนานถึงปีครึ่งจึงรายงานเรื่องน่ากลัวแบบนี้หรือเขาพยายามแกล้งให้ข้อมูลเพื่อดึงตำรวจให้ไขว้เขว หรือพยายามจะบอกตำรวจอ้อมๆว่ามีเรื่องน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นในหมู่ญาติพี่น้องของเขา สมอลสั่งให้ทีมงานขุดคุ้ยต่อไป ไม่ช้า ทีมนักสืบก็พุ่มความสนใจไปที่อีวาน น้องชายวัย 49 ของอเล็กซ์ในช่วงวัยรุ่นเขาเคยก่อคดีหลายหนจำพวกบักรถและงัดแงะ อีวานเป็นชายร่างเตี้ยม่อต้อ ไว้หนวด ตาสีฟ้าเข้ม และแข็งแรงเหลือหลาย เขาปรับตัวจนได้เป็นพนักงานสร้างทางตัวอย่างของกรมทางหลวงในลิเวอร์พูล อดีตนายจ้างคนหนึ่งบรรยายว่าอีวานเป็นคน ซื่อสัตย์สุภาพ และไว้ใจได้... เขาอยู่กับเชอลีย์น้องสาวที่บ้านในอีเกิลเวลใกล้ลิเวรอ์พูล คนในละแวกนั้นมองว่าเขาเป็นเพื่อนบ้านที่มีน้ำใจ มักรีบไปช่วยเวลารถใครเสียหรือช่วยตัดต้นไม้ เขาดูแลสวนที่บ้านอย่างสวยงามไม่มีที่ติ... ใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆล้างและขัดรถขับเคลื่อนสี่ล้อโฮมเดนแจ็กการูกับมอเตอณ์ไซค์ ฮาร์เลย์เดวิดสันคันโปรด ทั้งยังคอยแวะเวียนไปดูแม่ที่ชราและจ้องชายสอมงพิการซึ่งอยู่กับแม่ในเมืองกิลฟอร์ดที่อยู่ใกล้ๆ แต่ยิ่งขุดลึกกลับพบด้านมือของเขา หลายปีก่อนหน้านี้ช่วงอีสเตอร์ปี 2514 อีวานรับคนโบกรถขึ้นมา 2 คนคือ มาร์กาเร็ต แพ็ตเทอร์สัน และเกรตา เพียต์ซที่ทางหลางฮูม เขาเลี้ยวรถเข้าไปบรถนนลูกรังและหยุดรถ พร้อมกับบอกว่า "พวกเธอคนใดคนหนึ่งต้องยอมนอนกับฉัน ไม่งั้นจะฆ่าทิ้งทั้งคู่" ว่าแล้วก็ชักมีดและเชือออกมาเตรียมพร้อมจะจับเหยื่อมัด มาร์กาเร็ตตกลงยอมเพื่อให้เขายับรถต่อและไม่ทำร้ายพวกเธอ เกรตาตั้งท่าจะหนีเมื่อมีจังหวะ แต่อีวานคว้าสร้ายหน้าที่ใส่ติดคอได้ทันควัน และตวัดแน่นด้วยกำลังมหาศาล จากนั้นก็จับเธอมัดไว้ เขาไม่สะทกสะท้าน ยังขับรถต่อจนถึงปั๊มน้ำมันและสั่งให้มาร์กาเร็ตออกไปซื้อน้ำให้ เมื่ออยู่ในร้าน มาร์กาเร็ตบอกพนักงานขายว่า "มีผู้ชายคนหนึ่งในรถ เขามีมีดและข่มชืนฉัน" ชาวย้านกรูกันออกไปที่รถ เกรตาซึ่งถูกแก้มัดแล้วหนีออกมาได้ ส่วนอีวานขับรถหนี ตำรวจไล่กวดด้วยความเร็ว 170 กม.ต่อชม. แต่ก็ยังตามไม่ทัน มาตับตัวได้ภายหลังที่ด่านกำรวจซึ่งตั้งไว้สกัดจับ ในระหว่างประกันตัวออกมา อีวานหนีไปนิวซีแลนด์ เขาเล็ดลอดกลับมาเมื่อ 3 ปีก่อน แต่กว่าจะถูกจับและขึ้นศาลในเดือน ฑันวาคม 2517 ความทรงจำต่อเหตุการณ์เรื่มรางเลือน ลูกขึนเชื่อว่าฝ่าหญิงสายอมตามที่อีวานยืนยัน ศาลตัดสินให้เขาพ้นผิด กลับจากนิวซีแลนด์เที่ยวนี้ อีวานยังปล้นชิงทร้พย์ซึ่งทำให้ไมเคิลน้องขายติดคุกส่วนเขารอดต้ว
ทีมงานของสมอลได้รับการติดต่อจากผู้หญองสองคนคือแมรี เทรกิลลาสและเทเรส ทรานเกี่ยวกับอีกเหตุกาณ์ในปี 2520 ช่วงที่ทั้งสองยังเป็นวัยรุ่นเคยโบกรถที่แคมป์เบลทาวน์ใกล้ทางหลวงฮูม หนึ่งในสาวสองคนโวยวายขึ้น "นี่ไม่ใช่ทางไปแคนเบอร์รา" "ไม่มช่ แต่ไม่ต้องห่วงนี่เป็นทางลัดทิวทัศน์สวย" สักครู่ถนนกลายเป็นทางลูกรังกลางป่าทึก รถหยุดในที่สุด "จอดรถทำไม" เทเรศท้วง "ต้องลงไปยิงกระต่าย"ชายคนขับตอบ แต่เมื่อกลับขึ้นรถเขาก็เอนตัวไปตับแมรี "เอาล่ะ สาวคนไหนก่อน" กมรีพยายามต่อสู้ดิ้นรน "หนีเร็ว" เธอตะโกน ทั้งสองรีบกระโจนออกจากรถเทเรสตะโกนว่า "ไปค๔น้ำฆ ทั้งสองทิ่งไปที่คูน้ำข้างทางเดินแล้วมุดเข้าพุ่มไม้ เวลาผ่านไปอ่านเชื่องช้าขณะที่สองสาวแอบซ่อนด้วยความหวาดกลัว คนร้ายขับรถงนกลับไปกลับมามองหา แม้ทั้งสองจะไม่แจ้งความกับตำรวจแต่ก็ไม่เคยลืมวิบากกรรมคราวนั้น พวกเธอจะชี้ตัวชายคนนั้นได้หรือไม่ เทเรสนั่งเบาะหลังและไม่เควเห็นหน้าคนร้ายเต็มตาเลย แต่ก็บอกได้ว่าไม่มีวันลืมสายตาเลือเย็นคู่นั้น เมื่อตำรวจให้ดูแฟ้นภาพคนร้ายเทเรสเลือกออกมาสองคน หนึ่งในนั้นคืออีวาน มิลัก แมรีเลือกแค่หนึ่งภาพคือ ริชาต์ด มิลัก สมอลตระหนักดีว่าคำให้การของแมรีและเทเรสแทบไม่มีประโยชน์ในศาลเลย เหตุการณ์เกิดขึ้น 17ปีมาแล้ว กาี้ตัวก็ไม่แน่นอนความเกี่ยวโยงกับฆาตกรรมที่ป่าเบลันโกลเป็นแค่พฤติการณ์แวดล้อม ดูเหมือนว่าอีาน มิลัตจะหลุดร่างแหไปได้อีก ตำรวจพยายามเจาะหาข้อมูลเกี่ยวกับอีวานมากขึ้น และหาตัวคาเรน อดีตภรรยาของเขาจนพบเธอถูกข่มขู่และทำร้ายตลอดเวลาที่อยู่กับเขา จึงเปลี่นชื่อเสียงเรียยงนาม และย้ายไปหลบซ่อนที่อื่น เธอบอกตำรวจว่าอีวานเป็นคนคลั่งปืน และชอบซ่อนปืนพกเล็กๆไว้ข้างในรองเท้าบูต เขายังเก็บปืนลูกโม่อีกกระบอกไว้ในกล่องใต้เตียงหรือใต้เบาะที่นั่งคนขับ ปืนตลอดจนสมบัติอื่นมักมีชื่อย่อสลักไว้คือตัวเอ็มมีตัวไอพาดขวาง คาเรนและเจสัน ลูกติดจากสามีอีกคนเคยเข้าไปในป่าเบลันโกลกับอีวานหลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นเขายิงจิงโจ้และปาดคอมัน ที่สุดในวันวาเลนไทน์ปี 2530 คาเรนฉวยโอกาาตอนสามีไม่อยู่บ้านสองสามวันทิ้งเขาไป เมื่อกลับมาบ้าน อีวานบันดาลโทะบุกไปบ้านพ่อแม่เธอและต้องการที่อยู่ใหม่ของคาเรน แม้ต่อมาโรงรถของพ่อแม่คาเรนจะถูกไฟไฟม้เป็นจุณโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ทั้งสองก็ไม่ยอกปริปาก หลังจากนั้นอีวานก็มีความสัมพันธ์กับอดีตน้องสะใภ้คนหนึ่งราวาองปี แต่ก็เลิกรากันไป เพียงสองสามเดือนกลังคดีหย่ากับภรรยาสิ้นสุดนั่นเป็นสาเกตุที่จุดประกายฆาตกรรมหรือเปล่า...สมอลสงสัย ในเมื่ออีวานเป็นผู้ต้องาวาัยสำคัญ สมอลสั่งให้ตรวจสอบกับที่ทำงานของเขาว่า วันที่นักท่องเที่ยวแต่ละรายหายตัวไปนั้น เขาลาพักร้อนหรือลากิจหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีตำรวจคอยจับตาดูอีวานและบ้านของเขาาที่ถนนซินนาบาร์ในอีเกิลเวลเพื่อมองหาหลักฐาน ที่อาจเชื่อมโยงเขากับคดีฆาตกรรมที่ป่าเบลันโกล... "ทุกอย่างที่รเามีตอนนี้เป็นพฤติการณ์แวดล้อมไม่มีมูลพอจะฟ้องอีวานได้" สมอลหารือกับลินช์...
