ฆาตกรรมริมทางหลวง ตอนที่2
บ๊อบ ห็อดเดน สารวัตรสืบสวนวัย 48 จากกองปราบปรามเขตเซาท์เวสต์ยึดอาชีพตำรวจมามากกว่า 27 ปี ทำคดีฆาตกรมามากกว่า 15 คดี แต่เมื่ออ่านรายงานชันสูตร พ่อลูกสี่ผู้นี้รู้ทันทีว่านี่คือคดีโหดเหี้ยม
นอกจากจะมีการใช้อาวุธต่างๆ ทั้งปืนและมีด ผู้ตายเองก็อยู่ในสภาพช่วยตัวเองไม่ได้ ทั้งยังไม่ร่องรอยของการทำร้ายทางเพจ หน้าอกของแคโรไลน์เปิดหรา กระดุมกางเกงเม็ดบนสุดไม่ได้ติด ศพโจแดนอยู่ในสภาพเดียวกัน ต่างกันว่ากางเกงในของเธอหายไป ที่อุทยานเบลันโกล ตำรวจระดมกำลังหาหลักฐานในที่เกิดเหตุโดยใช้เจ้าหน้าที่ 40 นายตรวจ้นเส้นทางแนวกันไฟป่าระยะกว่าสามกิโลเมตร ตลอด5วันเต็มๆ แต่ไม่พบร่องรอยทรัพย์สินของเหยื่อหรืออาวุธที่ใช้ในการฆาตกรรมเลย หลักฐานเดียวที่พบคือกระสุนสามนัดที่ขุดจากดินใต้ศพของแคฑรไลน์ คราร์ก และใกล้ๆกันนั้นยังมีปลอกกระสุนเปล่าอีกสิบปลอกทั้งหมดเป็นของปืนยาวรูเกอร์กึ่งอัตโนมัติขนาด .22
จากการที่พบศพในบริเวณป่าลึก ก็อดเดนสันนิษฐานว่าฆาตกรน่าจะเป็นคนในพื้นที่ "เขาน่าจะมีตถแบบยึบเคลื่อนสี่ล้อไว้ใช้ด้วย" ก็อดเดนหารือกับผู้ช่วยคือจ่านักสืบสตีฟ แม็กเลนแนน "แนวกันไฟป่านั่นชัน และสภาพแย่เกินกว่ารถธรรมดาจะแล่นได้" ก็อดเดนและนักสืบในทีมอีก 14 นายเริ่มค้นข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์หารายชื่อเจ้าของรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ดูว่ามีใครบ้างที่เคยต้องโทษหรือก่อคดีประทุษร้ายที่รุนแรง หรือคดีทางเพศ นอกจากนี้ยังไปคุยกับคนในท้องที่ซึ่งมีปืนในครอบครอง และสอบถามข้อมูลจากนักท่องเที่ยวที่มาพักแรมในป่าช่วงนั้น สื่อมวลชนเล่นข่าวคดีนี้กันเกรียวกราว ทำให้มีคนโทรแจ้าเบาะแสเข้ามามากมาย ผู้หญิงสองคนแจ้งว่าเธอรับสาวนักโบกสองคนจากทางใต้ของซิดนีย์สามวัน หลังวันที่รุบุว่าโจแอนและแคโรไลน์ออกจากคิงส์ครอส
เธอเล่าว่าสาวทั้งสองบอกว่ามาจากอังกฤษ หลังขับรถลงใต้ได้ราว 25 นาที ทั้งสองกแ็ลงจากรถที่ปั๊มน้ำมันใกล้ชายฝั่งตรงบูลลีพาส เด็กปั๊มเห็นสาวอังกฤษสองคนขึ้นรถกระบะไปในวันเดียวกัน มีอีกรายเห็นสองสาวที่โรงแรมบลูโบร์ในเมืองบาวรัล สองสาวชาวอังกฤษเดินทางไปถึงประมาษสี่ทึ่ม ทั้งสองร้องเพลงพื้นเมืองอังกฤษ และร้องคาราโอเกะสนุกสนานถูกใจลูกค้าทั้งร้าน ตำรวจเพ่งความสนใจไปที่รถซึ่งใช้เส้นทางประจำะรหว่างบุลลีพาสและบาวรัล
จากนั้นตำรวจกระงแคนเบอร์รานายหนึ่งแจ้งว่าเห็นสาวสองคนลงจากรถตู้โฟล์กสวาเกนสีขาวในวันที่ 26 เมษายน ใกล้จุดปิกนิกไม่ไกลจากป่าเบลันดกล คนขับเป็นชายร่างสูงประมาณ 175 ซม. กำยำเหมือนนักกีฬาและผมเกรียน ก็อดเดน ประกาษขอร้องให้ตำรวจนายนั้นมาพบ ส่วนทีมของเขาก็เริ่มค้นหารายละเอียดเจ้าของรุดฟล์กตู้สีขาวทุกคันของออสเตรเลีย
เกือบจะครบอีที่พบศพเหยื่อเคราะห์ร้าย แต่ยังไม่พบตัวผู้ต้องสงสัย นอกจากเจ้าของรถตู้ที่ตำรวจยังพยายามค้นหาตัวอยู่ ก็มีเบาะแสอีกเพียงสองสามอย่างนักสืบส่วนหนึ่งต้องกลับไปทำหน้าที่อื่น ตอนนี้เหลือักสืบทำคดีนี้แต่สี่คน แต่ชาวบ้านแถบเบลันดกลยังคงหวาดผวา ว่าคนร้ายอาจลอยนวลอยู่ บรูซ ไฟรเออร์ช่างปั้นหม้อวัย 42 เป็นอีกคนที่ติดใจสงสัย ว่าทำไมไม่ปรากฏหลักฐานที่เป็นสมบัติของเหยื่อเลยแม้แตชิ้นเดียว
ไพรเออร์เข้าไปเก็บฟืนในป่าเบลันโกลบ่อยครั้ง และมักแขับรถกระบะเข้าไปในห่าลึก เขามั่นใจว่าสักวันคงเจอเป้หรือร่องรอยอะไรสักอย่าง ไพรเออร์เองมีลูกสาวสองคนจึงรู้ดีว่าครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายไม่มีวันนอนตาหลับจนกว่าฆาตกรจะถูกจับเข้าคุก วันอังคารที่ 5 ตุลา 26 ไพรเออร์ขับรถเข้าไปร่อนทองแถบเหมืองทองเก่าที่นาวรา ทันใดก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ แนวกันไฟป่ามอริสเป็นเส้นทางเดียวที่ยังไม่ได้ไป เชากลับรถมุ่งหน้าไปเบลันโกล อีกชั่วโมงต่อมา ไพรเออร์ค่อยๆขับรถไปตามทางที่มีหินขวางระเกะระกะ เมื่อข้างทางคลายความรกทึบ เขาหยุดรถและเดินเข้าในทุ่งชายป่ายูคมลิปตัส แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกระดูกก้อนใหญ่อยู่บนพื้นกลางป่าแล้วหยิบขึ้นมาพิจารณา ไพรเออร์พอมีความรู้เรื่องสรีระจากภรรยาซึ่งเป็นนักรังสีวิทยา เขาพบิกท่อนกระดูกไปมา เป็นกระดูกโคคนขา ด้านบนของกระดูกไม่ใหญ่พอที่จะเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อของจิงโจ้ จะต้องเป็นกระดูกมนุษย์แน่ เขาเทียบขนาดกับกระดูกต้นขาตัวเอง เป็นกระดูกที่เตี้ยกว่าเขา หรือว่าผู้หญิง...
เขาแบ่งพื้นที่แถวนั้นเป็นส่วนๆ แล้วสำรวจอย่างเป็นระบบ จากนั้นก็พบกระดูกสีขาอีกท่อน ครั้งชั่วโมงต่อมาก็หายข้องใจบนผืนป่านั้นเอง เขาพบกะโหลกมนุษย์วางหงายอยู่ ไม่กี่ชม.ต่อมาก็หายข้องใจบนผืนป่านั้นเองเขาพบกะโหลกมนุษย์วางหงายอยู่... ไม่กี่ชม.ต่อมา อุทยานเบลันโกลก็คลาคล่ำไปด้วยตำรวจ ในระยะเพียง 30 เมตรจากที่พบหัวกะโหลก เจ้าหน้าที่เห็นรองเท้าผ้าใบในพงหญ้า เมื่อเขี่ยกิ่งไม้ และใบไม้ที่ทับถมออกก็พบกางเกงยีนและเสื้อยืดสีเขียว ภายในมีโครงกระดูกในท่านอนคุดคู้ ทั้งสองศพอยู่ตรงนั้นนานหลายปีแล้ว ศพที่พบใหม่กลางป่านี้อยู่ห่างจากที่พบศพโจแอนและแคโรไลน์ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร แถมมีลักษณะของการฆาตกรรมที่วางแผนโหดเหี้ยมแบบเดียวกัน ตำรวจพบถุงน่องใกล้ศพหนึ่ง แต่ละข้างผู้เป็นเงื่อนบ่องสายธนูซึ่งอาจใช้ผูกข้องมือ และข้องเท้าของเหยื่อไว้ก็ได้
คราวนี้หมอปีเตอร์ แบรดเฮิสต์มีแค่ซากโครงกระดูกให้ชันสูตร เนื้อเน่าเปื่อยไปหมดแล้ว แต่จากการตรวจเศษและรอยร้าวในกระดูกอย่างละเอียด เขาสันนิศฐานว่าศพที่พบนอนขดนั้นถูกแทงที่หน้าอกเจ็ดครั้งด้วยใบมีดหน้าไม่เกินสี่เซนติเมตรเป็นมีดขนาดเดียวกับที่ใช้ฆ่าโจแอน วอลเทอร์ อีกหลักฐานโกดที่เชื่อมฆาตกรรมสองคดีเข้าด้วยกันคือกระดุมเม็ดบนของผู้ตามสวมอยู่ติดกระดุมแต่ซิปเปิดอยู่... ส่วนอีกศพพบร่องรองการทำร้ายหลายแห่งรอยตรงซี่โครงล่างด้านซ้ายแสดงว่าผู้ตายถูกแทงทะลุปอดหัวกะโหลก มีร่องรอยแผลมีดบาดตื้นๆ สี่แฟ่งตรงหน้าผาก กระโหลกศีรษะร้าวด้านขวาอละขากรรไกรล่างหัก จากเสื้อผ้าเครื่องประดับและหลักฐานทางทันตกรรม ระบุได้ว่าเป็นศพของเจมส์กิบสันและเดบิราห์ เอเวอริสต์วัย 19 นักท่องเที่ยวประเภทแบกเป้มาจากเมลเบิร์น ซึ่งมีผู้พบครั้งสุดท้ายเมื่อ 30 ธ.ค. 22
เดเบอราห์เป็นสาวสวยตาสีห้า มีรอยยิ้มบนหน้าเสมอ... เธอกำลังเรียนศิสปะที่หมาวิทยาลัยโมนาชในเมลเบิร์น ส่วนเจมส์เป็นหนุ่มร่างอิมสูงราว 180 ซม.อรู่ระหว่างปิดภาคเรียน ทั้งคู่เพิ่งรู้จักกันราว 2-3 เดือนและยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ หลังไปหาเพื่อนที่ซิดนีย์แล้ว สองคนตั้งใจจะโบกรถไปงานประชุมสิ่งแวดล้อมที่อัลเบอรีติดชายแดนรัฐนิวเซาวท์เวลส์โดยจะอยู่ไม่เกินสัปดาห์ เดบอราห์โทรกลับบ้านทันทีที่ถึงซิดนีย์ "แค่โทรมาสวัสดีและบอกให้รู้ว่าเรามาถึงโดยสวัสดิภาพ แล้วหนู่จะโทรบอกแม่อีกทีว่าจะไปไหนบ้าง ถ้าไม่พรุ่งนี้ก็มะรืนนี้นะคะ" แต่เธอไม่เคยโทรกลับมาอีกเลย ทุกๆสองสามวัน แพทริเซียเอเอริสต์จะโทรถึงเพ็กกี กิบสัน แม่ของเจมส์เผื่อจะได้ข่าวคราวบ้าง ในวันที่ 15 ม.ค. แม่ทั้งสองเข้าแจ้งความว่าลูกๆหาตัวไป หลังจากนั้นเกือบสี่ปี ตำรวจได้แจ้งข่าวร้ายว่าเดบอราห์กับเจมส์ไม่มีวันกลับบ้านอีกล้ว...
ภายในเวลาไม่กี่ชม.หลังจากที่ไพรเออร์พบศพ หน่วยล่าฆาตกรของทางการตำรวจเร่งเครื่องเต็มที่ และหากจะหาคัวฆาตกรลูกโซ่อำมหิตรายนี้ให้ได้ต้องใช้กำลังพลมากกว่านี้ บิลกาลวิล ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจนิเซาวท์เวลว์โทรถึงไคลฟ์ สมอง หัวหน้าตำรวจลิเวอร์พูลซึ่งอยู่ทางชานเมืองซิดนีย์ ชื่อว่าผู้เคราะห์ร้ายทั้งสี่ตั้งต้นออกเดินางจากลิเวอร์พูล คำสั่งสั้นๆของเขาคือพบอีกศพในเบลันโกล คุณช่วยไปดูหน่อยได้ไหม ตอนนี้สมอลได้รับมอยหมายให้เป็นหัวหน้าทีมสืบสวนคดีนี้โดยตั้งเป็นเน่วยเ)พาะกิจ คดีนี้นับว่ามีข้อมูลน้อยที่สุดเท่าที่เคยพบ นักสืบที่มีประสบการณ์หลลายคนทำคดีนี้มาเป็นปีแต่ไม่คืบหน้า สถานที่เกิดอาชญากรรมก็เป็นที่เปลี่ยนไม่มีพยานบุคคลใด ๆ แต่สมองไม่ย่อท้อ ที่สำคัญกว่านั้ฆาตกรยังลอบนวล เขาเรียกประชุมทีมงานทันที่ บ็อบก็อกเดน เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวน เป็นผู่ช่วยของสมอลรีบตั้งกองบัญชาการในซิดนีย์ และใช้ห้องทำงานที่ว่างติดตั้งโทรศัพท์ 30 สาย และคอมพิวเตอร์อีกกว่าสิบเครื่อง ที่สำคัญคือเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับสถานีตำรวจบาวรัลซึ่งสมอล้เป็นฐานเพื่อความสะดวกในการเข้าไปที่อุทยานเยบันโกลทุกวัน สมอลเสี่ยงตัดสินใจเป็นมิตรกับสือมวลชนนักข่าวนัลร้อยจากทั่วโลกหลั่งไกลกันมา เขาจัดสรุปข่าวในป่าตอน 8.00 น. ทุกวัน และในเมืองบาวรัลช่วงบ่ายอีกรอบ "เราต้องเหวี่ยงแหหาข้อมูลทุกทาง" เขาบอกร็อด ลินช์ "นักท่องเที่ยวต่างชาจิบางคนที่กลับบ้านไปแล้ว อาจรู้อะไรบางอยางที่เป็นประโยชน์" การตัดสินใจนี้เกือบทำให้การสืบสวนล่มในสัปดาห์แรก มีโทรศัพท์สายด่วนเข้ามากว่า 2000 ราย ภายในไม่กี่วันก็ได้รายชื่อผู้ต้องสงสัยกว่า 2500 ราย ทุกรายจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด และตำรวจต้องสสัมภาษณ์ต้วต่อตัวหลายรายเผื่อพบเบาะแสเชื่อมโยงกับการฆาตกรรม หรือคดีเด็กหนุ่มสาวที่หายตัวไปซึ่งมีรูปถ่ายติดอยู่ที่ศูนย์บัญชาการของสมอล
คนหนึ่งในบรรดารูปถ่ายเหล่านั้นคือ ซีโมน ชมิดเดิลสาววัย 21 จากเมืองเรเกินสบูร์ก ประเทศเยอรมนี นักเดินทางผู้ช่ำชองที่เคยท่องไปทั่งแคนาดา อะแลสกา นิวซีแลนด์ ก่อนที่จะมาออสเตรเลียเป็นหนที่ 2 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2534 คืนนั้น ซีโมนพักอยู่กับเพื่อนๆที่กิลฟอร์ดไม่ไกลจากลิเวอร์พูล พวกเพื่อนได้ยินเรื่องราวน่ากลัวเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวประเภทแบกเป้เที่ยวเองและขอร้องไม่ให้เธอโบกรถ แต่ซีโมนซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปสนามบินเมลเบิร์นเพื่อพบแม่ไม่ฟังเสียงคัดค้าน ซีโมนเป็นสาวรูปร่างสูงใหญ่ และรู้จักเอาต้วรอดจึงไม่เคยมีปัญหาในการเดินทาง เฑอแบกเป้ใบโตขึ้นไหล่และดูโดดเด่นในชุดเสื้อกล้ามสีเหลืองกับกางเกงขาสั้นสีเขียว ผมสีเข้มหยิกหยอยรวบไว้ด้านหลังด้วยที่รัดผมสีม่วง ขณะสวมกอดอำลาเพื่อนนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน และให้สัญญาว่าจะโทรหาจากเมลเบิร์น
