พระสันตะปาปาขอร้อง | ข่าวพระสันตะปาปา | ภาวนาเพื่อสันติภาพ | ข่าวพระสังฆราช | พระสังฆราช ปี 2001 | ข่าวชีวิตคริสตชน | Pope & Alizabeth | Menu

ข่าวพระสันตะปาปา :
นำเสนอโดย... สิริโรจนา   


พระสันตะปาปา :สารวาติกันเรื่องความรอดของวิญญาณ / ความสามารถพิเศษของผู้สูงอายุ / ปรับความเข้าใจคริสตชนและชาวยิว / แต่งตั้งประธานสมณสภาพระสังฆราช / เจ้าหน้าที่วาติกันไปจีนครั้งที่ 3 / พระเป็นเจ้า ไม่เคยปล่อยให้เราระเหเร่ร่อน" / วันท่องเที่ยวโลกปี 2000 / สวดให้ชาวอินโดนีเซียเรือล่ม / พักร้อนที่เทือกเขาแอลปส์ / การชุมนุมของกระเทย

นครวาติกัน (CNS) พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ทรงโต้ตอบคำวิพากษ์วิจารณ์อันเผ็ดร้อนของศาสนาและคริสตจักรอื่นๆ เกี่ยวกับเอกสารวาติกันเรื่องความรอดของวิญญาณ ว่า เอกสารฉบับนี้ยืนยันว่า "พระคริสตเจ้าเป็นองค์พระมหาไถ่เที่ยงแท้" และ "ไม่ได้พูดเกินความจริง" เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2000 ในพิธีอวยพระพรตอนเที่ยง พระองค์ได้ตรัสว่า การตีข้อความในเอกสารได้เป็นไปอย่างผิดพลาด เอกสารนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางการ ร่วมมือกันทางศาสนสัมพันธ์ แต่ปูพื้นฐานสำหรับการสนทนากันอย่างมีความหมาย เพราะการสนทนาโดยไม่มีพื้นฐานก็คล้ายสุภาษิตที่ว่า "น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง"

พระสันตะปาปาตรัส: พระศาสนจักร สังคมต้องการพยาน ความสามารถพิเศษของผู้สูงอายุ
โดย News in brief จากหนังสือพิมพ์ "The Tidings" ฉบับวันที่ 22 กันยายน 2000ุ

นครวาติกัน (CNS) -- พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ทรงถือว่า พระองค์อยู่ในกลุ่มชนที่มีอายุ และตรัสว่า: พระศาสนจักรและสังคมต้องการพยาน ประสบการณ์ ความสามารถพิเศษ และคำภาวนาของคนมีอายุ

พระองค์ได้เปลี่ยนข้อความที่เจ้าหน้าได้เตรียมไว้ ขณะพระองค์กำลังปราศรัยกับผู้เข้าประชุม ในการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์สำหรับคนสูงอายุ

พระประมุขได้ตรัสว่า: "ท่านมี ____หรือความจริงควรเป็น เรามี เพราะข้าพเจ้าก็มีอายุพอๆกับท่าน ____ ส่วนร่วมในการพัฒนาวัฒนะธรรมแห่งชีวิตอย่างแท้จริง

พระศาสนจักรต้องการเราทุกคน เช่นเดียวกัน สังคมก็ต้องการเราทุกคน" บิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ พระชนมายุ 80 พรรษา ทรงเทศน์ในระหว่างการถวายมิสซาที่บริเวณพระมหาวิหารนักบุญเปโตรเมื่อวันที่ 17 กันยายน

พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องให้มีการสร้างสรรความพยายามใหม่ในการปรับความเข้าใจ ระหว่างคริสตชนและชาวยิว
นครวาติกัน (CNS) -- พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้ทรงเตือนเรื่องการเหยียดผิว และการต่อต้านชาวยิว ในที่บางแห่งของโลก พระองค์ได้เรียกร้องให้มีการสร้างสรรความพยายามใหม่ในการช่วยเหลือชาวยิวและคริสตชนทุกระดับชั้น "ให้รู้จัก เคารพ นับถือ ความเชื่อและขนบธรรมเนียมของกันและกัน" มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

ในการต้อนรับนายยอเซฟ เนวิลล์ แลมแดน ทูตคนใหม่ของประเทศอิสราเอลประจำนครวาติกัน พระประมุขได้ตรัสเมื่อวันที่ 18 กันยายนว่า: "ข้าพเจ้าได้ถือว่า การแสวงบุญที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้าพเจ้าเป็นพยานหลักฐานที่ข้าพเจ้าทิ้งไว้ โดยเฉพาะ สำหรับชนรุ่นหนุ่มสาว เป็นการเชื้อเชิญเขาทั้งหลายสร้างยุคใหม่แห่งความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างคริสตชนและชาวยิว" พระองค์ได้กล่าวว่า: "วัฒนะธรรมาแห่งความว่างเปล่า" และ "ความเห็นแก่ตัวและวัตถุนิยม" คือ บ่อเกิดแห่งการมีอคติต่อกันและการเบียดเบียนกัน

พระสันตะปาปาแต่งตั้งผู้ช่วยระดับสูงเป็นประธานสมณสภาพระสังฆราช
นครวาติกัน (CNS) -- พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ทรงแต่งตั้งผู้ช่วยระดับสูงของพระองค์ พระอัครสังฆราชชาวอิตาลี ยีโอวันนี่ บาติสต้า รี เป็นประธานสมณสภาพระสังฆราช ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของสำนักวาติกันที่มีอำนาจสูงสุดในการเสนอรายชื่อ แต่งตั้งพระสังฆราชทั่วโลก ท่านจะเป็นประธานสมณกรรมธิการสำหรับลาตินอเมริกาด้วย วาติกันได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 16 กันยายน ท่านจะแทนตำแหน่งพระคาร์ดินัลชาวบราซิล ลูกัส โมเรียร่า นีเวส ผู้ซึ่งได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเมื่อครบรอบวันเกิดปีที่ 75 มีรายงานว่า พระคาร์ดินัลนีเวสมีสุขภาพทรุดโทรม ป่วยด้วยโรคเบาหวานเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว

เจ้าหน้าที่วาติกันในประเทศจีนเน้นพระศาสนจักรปกป้องสิทธิมนุษยชน
กรุงปักกิ่ง (CNS) -- เจ้าหน้าที่ระดับสูงของวาติกันได้เดินไปจีนเป็นครั้งที่ 3 และยืนยันข้อผูกมัดของพระศาสนจักรในการปกป้องสิทธิมนุษยชนและอิสระภาพในการนับถือศาสนา ในวันเปิดประชุมเมื่อวันที่ 14 ถึง 16 กันยายน เรื่องศาสนาและสันติภาพที่กรุงปักกิ่ง พระคาร์ดินัลโรเจอร์ เอชกาเร ประธานคณะกรรมการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักวาติกัน ได้กล่าวว่า: "การกลัวอีกฝ่ายหนึ่ง" ได้เป็นรากฐานแห่งการบาดหมางใจกัน ท่านได้เรียกร้องให้มีการยอมรับข้อแตกต่างกันเป็น "หนทางนำไปสู่ความดีงามร่วมกัน" ท่านยังได้คะยั้นคะยอให้การเคารพนับถือศาสนาต่างๆดำเนินต่อไปเหนือ "ความอดทนต่อกันและกัน"

พระเป็นเจ้า "ไม่เคยปล่อยให้เราระเหเร่ร่อน"
โดย From the Holy Father จาก "Catholic Faith & Family" ฉบับวันที่ 13-26 สิงหาคม 2000

พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้ตรัส ที่บริเวณสี่แยกของพระมหาวิหารนักบุญเปโตร ที่ซึ่งมีคนทั่วโลกมาเข้าเฝ้าและรับพระพรจากพระองค์ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ว่า: "เพื่อเข้าใจการทำงานของพระเป็นเจ้าในโลก และความรักของพระองค์ มนุษย์ต้องมีความอดทน การเอาใจใส่ และความพิศวงอย่างเต็มใจ"

"พระเจ้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง มนุษย์ที่แสวงหาพระองค์ในส่วนลึกของจิตใจ ซึ่งมีอยู่ในตัวเราทุกคน พระองค์จะไม่ปล่อยให้เราระเหเร่ร่อนไปจากวิถีทางของพระองค์ หรือทอดทิ้งให้ดวงใจของเราแข็งกระด้างตลอดไป"

ในเวลาเดียวกัน บิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ได้ตรัสเสริมว่า: "องค์พระเจ้าอาจหลบซ่อนอยู่ถ้ามนุษย์ไม่สนใจแสวงหาพระองค์ เขาจะต้องแสดงความสนใจ การตื่นตัวอยู่เสมอ และการเอาใจใส่ในการเสาะหาพระองค์ ท่าทีที่จำเป็นก็คือ สิ่งที่ตรงข้ามกับ การเสียสมาธิ ซึ่ง น่าเสียดาย ได้กลายเป็นนิสัยของเรา เราได้สังเกตเห็น การรีบเร่งในสังคมของเรา อย่างเด่นชัด"

พระประมุขได้ทรงชี้แจงว่า: "มนุษย์ต้องหลีกเลี่ยงการประจญล่อลวงให้เขามีความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้าอย่างรีบเร่ง แต่เทคโนโลยีและความเจริญทางด้านวัตถุทำให้มืดสนิท จนเขามองไม่เห็นข้างหน้า และไม่อาจค้นพบว่า องค์พระเจ้ากำลังทำงานในตัวเขา"

การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำมนุษย์ไปสู่ความเป็นปึกแผ่นทั่วโลก
โดย John Norton จากหนังสือพิมพ์ "The Tidings" ฉบับวันที่ 4 สิงหาคม 2000

พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้ตรัสว่า นักท่องเที่ยว ผู้ซึ่งพบกับผู้คนและสถานะการณ์แปลกๆใหม่ๆ มีบทบาทสำคัญในการปูทางแก่ "วัฒนะธรรมแห่งความเป็นปึกแผ่นทั่วโลก" ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21
ในสมณะสาสน์สำหรับ "วันท่องเที่ยวโลกปี 2000" พระองค์ได้บันทึกว่า การเดินทางจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งโดยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ได้เพิ่มขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ ที่ก่อให้เกิดผลอย่างแท้จริง ในการทำลายสิ่งกีดขวางทางวัฒนะธรรม อย่างมีประสิทธิภาพ
พระองค์ได้ตรัสว่า: "การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมระดับโลก ควรช่วยบำรุงรักษาความเป็นปึกแผ่นของวัฒนะธรรม และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชาติ ซึ่งการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ได้เชื้อเชิญให้เราลงมือทำ"
สมณะสาสน์ของพระประมุขถึงพระอัครสังฆราช สตีเฟ่น ฟูมิโอ ฮาโมเอ ประธานสมณะสภาว่าด้วยเรื่องคนเข้าเมืองและนักเดินทางท่องเที่ยว ออกข่าวที่นครวาติกันเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมเป็นภาษาอิตาลีเท่านั้น
สหประชาชาติจะเฉลิมฉลอง "วันท่องเที่ยวโลกปี 2000" ในวันที่ 27 กันยายน หัวข้อเรื่องของปีนี้คือ "เทคโนโลยีและธรรมชาติ: สองสิ่งนี้ท้าทายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในการเริ่มต้นศตวรรษที่ 21"
บิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้ตรัสว่า: "การฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ ที่เรียกร้องให้เราคืนดีกับผู้อื่น ชักชวนเราทุกคนทำงานร่วมกัน เพื่อความเสมอภาคทางสังคมและความเข้าใจอันดีต่อกัน ด้วยวิธีนี้ สาสน์ของปีศักดิ์สิทธิ์คะยั้นคะยอนักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวให้มีดวงตาแหลมคม ที่สามารถมองเห็นความเป็นจริง โดยเฉพาะ เมื่อเขาทั้งหลายมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนสถานที่และสถานะการณ์ต่างๆ ที่ซึ่งคนดำรงชีวิตในสภาพเสี่ยงต่ออันตราย หรือที่ซึ่งความทะเยอทะยานพลักดันให้เกิดการพัฒนาประเทศ ถูกจำกัด โดยการขาดดุลภาพทางสิ่งแวดล้อมและโครงสร้าง ที่ปราศจากความเสมอภาคทางสังคม" - CNS

พระสันตะปาปาสวดให้กับชาวอินโดนีเซียที่เสียชีวิตจากเรือล่ม

พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่สองได้ภาวนาให้กับคน 500 คนที่ได้เสียชีวิตเมื่อเรือบรรทุกชาวเกาะ ที่หลบหนีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงในหมู่เกาะโมลักกาของประเทศอินโดนีเซีย ได้ล่มกลางทะเล ซิสเตอร์ คาโรไลน่า เรทโทบ คณะนักบวชหญิงนักบุญยอเซฟผู้ถือความยากจน เป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่ได้จมหายไป และถูกสันนิฐานว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว ตามแถลงข่าวของฟีเดส องค์การข่าวสารของสมณะกระทรวงเผยแพร่ศาสนา
ในขณะสวดบทพรหมถือสารตอนกลางวันเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม วันเดียวกันชาวประมงได้ช่วยสิบคนรอดตายจากอุบัตเหตุเรือล่ม พระสันตะปาปาได้สวดให้กับคนที่ได้เสียชีวิต พระองค์ได้ตรัสว่า: "ข้าพเจ้าได้วิงวอนพระเป็นเจ้าอย่างเร่าร้อน โปรดประทานสันติภาพและความมั่นคงถาวร แก่หมู่เกาะเหล่านั้นที่ประสบความเดือดร้อน
จากการปะทะกันอย่างรุนแรง" ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ชาวมุสลิมและชาวคาทอลิกได้ต่อสู้กัน หลายๆครั้ง ในหมู่เกาะโมลักกา ฟีเดส รายงานว่า บนเรือผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นคริสตชนที่หลบหนีสงครามบนหมู่เกาะ
ในเดือนมีนาคม ซิสเตอร์เรทโทบ อายุ 36 ปี ได้กลับมาที่โมลักกา เพื่อเปิดใหม่บ้านเด็กกำพร้า ซึ่งได้ถูกปิดไปเมื่อคนอพยพหนีออกจากเกาะในเดือนพฤศจิกายน ฟีเดสบอกว่าเธอเป็นนักบวชคนเดียวที่ได้เดินทางกลับมา
คุณพ่อ ทีทัส ราเฮล นักบวชคณะพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ พ่อเจ้าวัดประจำเมืองโทบีโล ที่ซึ่งซิสเตอร์เรท โทบทำงานอยู่ ได้พูดว่า เธอได้โดยสารเรือเพื่อไปพาลูกวัดสี่สิบห้าคน มาลี้ภัยในเมืองมานาโดบนเกาะซูลาวีซี ท่านได้บอกฟีเดสเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ว่า: "ลูกวัดหลายคน ที่ซิสเตอร์เรทโทบให้ความช่วยเหลือ ไม่แข็งแรงเนื่องได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว"

พระสันตะปาปาพักร้อนสิบสองวันที่เทือกเขาแอลปส์ของประเทศอิตาลี

นครวาติกัน (CNS) -- หลบลมร้อนในกรุงโรม พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้บินขึ้นเหนือไปยังเทือกเขาแอลป์ในเขตแดนของประเทศอิตาลี เพื่อพักผ่อนประจำปี พระองค์ได้ออกเดินทางเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ไปที่หมู่บ้านเลสโคมส์ ตั้งอยู่บนภูเขาทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี ซึ่งมีชื่อว่า เวลล์ ดี เอโอสต้า พระองค์ทรงเสด็จไปพักร้อนที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นครั้งที่แปด
พระสังฆราช กิ๊บปี แอนฟอนซี่ แห่งเมืองเอโอสต้า ได้ให้สัมภาษณ์วิทยุวาติกันว่า คนในท้องถิ่นถือว่าองค์พระสันตะปาปา ผู้มีพระชนมายุแปดสิบพรรษา เป็นเพื่อนคนหนึ่ง "เพราะพระองค์ทรงประทับใจ ในความสวยงามของภูเขาและสิ่งแวดล้อมของเรายิ่งนัก"

พระประมุขตัดพ้อ: การชุมนุมของกลุ่มกระเทยหมิ่นประมาทปีศักดิ์สิทธิ์

นครวาติกัน (CNS) -- พระสันตะปาปาจอห์นปอลได้ตรัสว่า งานชุมนุมระหว่างชาติของกลุ่มชนที่มีความภาคภูมิในการเป็นกระเทย หมิ่นประมาทการเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ 2000 อันสำคัญยิ่งของพระศาสนจักรคาทอลิก พระองค์ได้ปราศรัยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมหลังสวดบทพรหมถือสาร ในบริเวณพระมหาวิหารนักบุญเปโตร แสดง "ความขมขื่นพระทัย" ที่ได้มีการจัดงานกระเทยโลก 2000 ระหว่างวันที่ 1-9 กรกฎาคมที่กรุงโรม
พระองค์ได้ตรัสว่า "เหตุการณ์นี้ขัดแย้งกับคุณค่าของคริสตชน ในพระมหานคร อันเป็นที่รักยิ่งของชาวคาทอลิกทั่วโลก พระศาสนจักรไม่อาจนิ่งเงียบ จำเป็นต้องประกาศความจริง เพื่อคนจะได้รู้จักแยกความดีงามออกจากความอัปยศอดสู"
พระองค์ได้ย้ำคำสั่งสอน เรื่องความใคร่ในเพศเดียวกัน ซึ่งพระศาสนจักรถือว่า "เป็นการกระทำที่ผิดกฎธรรมชาติ"



bCentral Counter  
Send mail to [email protected] with question or comments about this web.
Copyright @ 1995 Data Computer's House. 2123-2125 Suebsiri Rd., Muang,
Nakhon-Ratchasima.30000 Thailand.   Last  

 

1