|
Night
Photography
|
|
เครื่องวัดแสงชนิดต่างๆ 175 อธิบายชนิดของเครื่องวัดแสงชนิดต่างๆ เครื่องวัดแสงหรือมิเตอร์วัดแสงที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดแบ่งเป็น 3 ชนิดคือ ก. เครื่องวัดแสงแบบวัดแสงตกกระทบ (Incident Light Meter) ใช้สำหรับวัดแสงธรรมชาติและวัดแสงแฟลช บางรุ่นจะวัดได้เฉพาะแสงแฟลช ข. เครื่องวัดแสงแบบวัดแสงสะท้อน (Reflect Light Meter) มักจะเป็น Spotmeter หรือเครื่องวัดแสงสะท้อนเฉพาะจุดที่มีมุมการวัดแคบๆ ประมาณ 1 องศา ค. เครื่องวัดอุณหภูมิสี (Color Temperature Meter) ใช้สำหรับวัดอุณหภูมิสีของแหล่งกำเนิดแสง
ก. เครื่องวัดแสงแบบวัดแสงตกกระทบ (Incident Light Meter) เครื่องวัดแสงแบบนี้จะวัดความเข้มสว่างของแสง (Intensity of Light) ซึ่งตกลงมาเหนือวัตถุหรือตัวแบบ จะมีโคมกระจายแสงรูปครึ่งวงกลมสีขาวครอบเซลวัดแสงที่อยู่ภายในเพื่อกรองแสงที่กระจายมารอบทิศทาง เครื่องวัดแสงแบบนี้เหมาะสำหรับการวัดแสงที่ต้องการหาค่าเฉลี่ยที่ดีในการถ่ายภาพวัตถุในด้านหรือมุมที่ต้องการถ่าย การใช้เครื่องวัดแสงแบบนี้จะต้องวางมิเตอร์แนบใกล้กับพื้นผิวที่จะวัดแสง จึงจะได้ค่าแสงตกกระทบที่ถูกต้องที่สุด และจุดนี้เป็นข้อจำกัดของมัน ในตอนแรกเริ่ม เครื่องวัดแสงแบบนี้ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพื่อใช้วัดและควบคุมความเข้มสว่างของแสงที่ใช้ถ่ายภาพยนตร์ ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการแสงที่มีความสม่ำเสมอทุกๆ ฉากเพื่อให้ผิวของตัวแสดงมีโทนที่เท่ากันตลอดทั้งเรื่อง โดยวัดควบคุมเน้นในด้านที่ถ่ายโดยไม่คำนึงถึงสภาพแสงของฉากหลังหรือแสงไฟส่องหลัง ปัจจุบันกล้องถ่าภาพ SLR รุ่นใหม่ๆ มีเครื่องวัดแสงแบบสะท้อนที่ทันสมัยและวัดแสงได้ละเอียดดีพออยู่แล้วติดตั้งมาให้พร้อมในตัว ดังนั้นนักถ่ายภาพส่วนใหญ่จึงคิดว่าการซื้อเครื่องวัดแสงแบบมือถือแบบวัดแสงตกกระทบมาใช้จึงไม่จำเป็น แต่สำหรับนักถ่ายภาพมืออาชีพบางคนก็ทราบดีว่าสภาพแสงบางอย่างนั้นยากที่จะประเมินหรือยากที่จะแก้ไขให้เหมาะสม นักถ่ายภาพมืออาชีพหลายคนจึงมีมิเตอร์วัดแสงมือถือแบบวัดแสงตกกระทบอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา ทุกวันนี้ มิเตอร์วัดแสงมือถือแบบวัดแสงตกกระทบได้รับความนิยมมากในหมู่นักถ่ายภาพ
ภาพประกอบ : เครื่องวัดแสงแบบวัดแสงตกกระทบ
ข. เครื่องวัดแสงสะท้อนแบบวัดแสงเฉพาะจุด (Spotmeter) เครื่องวัดแสงสะท้อนแบบวัดแสงเฉพาะจุดเป็นเครื่องวัดแสงสะท้อนภาพนอกตัวกล้องที่เคยได้รับความนิยมมาก เครื่องวัดแสงแบบนี้จะวัดแสงในมุมแคบๆ ประมาณ 1 องศา จึงสามารถจะใช้วัดแสงเฉพาะส่วนเล็กๆ ของวัตถุหรือตัวแบบที่อยู่ห่างไปจากกล้องหรือไม่อาจเข้าไปวัดแสงตกกระทบใกล้ๆ ได้ เช่น วัดแสงที่ใบหน้าของนางแบบที่กำลังยืนอยู่บนเวที วัดแสงที่ตัวสัตว์ที่อยู่ในคอกเลี้ยงในสวนสัตว์ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีฉากหลังที่อาจจะทำให้วัดแสงผิดพลาดได้ง่าย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเครื่องวัดแสงแบบนี้เป็นเครื่องวัดแสงแบบสะท้อน การชดเชยแสงให้กับสีของพื้นผิวที่วัดก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นอยู่ อีกทั้งกล้องอิเล็คทรอนิคส์สมัยใหม่มีระบบวัดแสงเฉพาะจุดที่มีมุมของการวัดแสงแคบมากๆ เช่นกัน ถ้ากล้องคุณมีเครื่องวัดแสงที่พร้อมอยู่แล้วก็ไม่จำเป็น แต่สำหรับผู้ใช้กล้องที่มีเครื่องวัดแสงไม่ละเอียดพอ เครื่องวัดแสงแบบนี้ก็มีประโยชน์ถ้าได้ใช้งานลักษณะที่ต้องวัดแสงจากระยะไกลเป็นประจำ ถ้าใช้บ่อยๆ จึงคุ้มที่จะหามาไว้ใช้งาน
ภาพประกอบ : เครื่องวัดแสงสะท้อนแบบวัดแสงเฉพาะจุด
ค. เครื่องวัดอุณหภูมิสี (Color Temperature Meter) เครื่องวัดอุณหภูมิสีมีประโยชน์ในการใช้วัดอุณหภูมิสีของแหล่งกำเนิดแสงได้ทุกๆ แหล่งกำเนิดแสง เพื่อทราบอุณหภูมิสีอันเป็นตัวบ่งบอกคุณภาพของแสง ถ้าแหล่งกำเนิดแสงมีอุณหภูมิสีที่ผิดเพี้ยนไป ก็จำเป็นจะต้องใช้ฟิลเตอร์แก้สี เรียกว่า Light Balancing หรือ Color Compensation Filters เพื่อปรับสีให้สมดุลกับชนิดของฟิล์มที่ใช้ เครื่องวัดอุณหภูมิสีใช้งานได้ทั้งงานถ่ายภาพยนตร์และการถ่ายภาพนิ่ง เครื่องวัดอุณหภูมิสีมักจะใช้กันในหมู่มืออาชีพที่ทำงานในสตูดิโอ โดยใช้วัดอุณหภูมิสีของแฟลชหรือแหล่งกำเนิดแสง เพื่อที่จะแก้ไขอุณหภูมิสีของแสงให้ถูกต้องด้วยฟิลเตอร์ชนิดต่างๆ มิเตอร์วัดแสงสำหรับนักถ่ายภาพระดับก้าวหน้าและมืออาชีพ ถ้าคุณเห็นความจำเป็นของมันในความเห็นของผมก็น่าจะเป็นมิเตอร์วัดแสงแบบตกกระทบ (Incident Light Meter) เพราะมิเตอร์แบบนี้ดูจะเป็นประโยชน์ในการใช้สอยมากที่สุดและได้ใช้บ่อยที่สุดจึงคุ้มที่จะหาซื้อมาใช้ ส่วนมิเตอร์แบบวัดแสงสะท้อนเฉพาะจุดนั้นใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุดในกล้องก็พอจะวัดได้อยู่แล้ว
ภาพประกอบ : เครื่องวัดอุณหภูมิสี
|
|
ผู้จัดทำ นายเฉลิมพล สุขเกษม รหัส 42064508 นางรุ่งระวี สินธุรัตน์ รหัส 42064516 นักศึกษาปริญญาโท คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาเทคโนโลยีการศึกษาทางการอาชีวะและเทคนิคศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง |