รู้จักกับสแกนเนอร์
ตอนที่ 1
สแกนเนอร์คืออะไร??
สแกนเนอร์คืออุปกรณ์ซึ่งจับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบของอนาล๊อกเป็นดิจิตอลซึ่งคอมพิวเตอร์
สามารถแสดง, เรียบเรียง, เก็บรักษา และผลิตออกมาได้ ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่าย,
ข้อความ, ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุสามมิติค่อนข้างแบนราบ
เช่น ผ้า
สามารถใช้สแกนเนอร์ทำงานต่างๆได้ดังนี้
ในงานเกี่ยวกับงานศิลปะหรือภาพถ่ายในเอกสาร
บันทึกข้อมูลลงในเวิร์ดโปรเซสเซอร์ และขจัดปัญหาการพิมพ์ข้อมูลเดิมใหม่
แฟ็กเอกสาร ภายใต้ดาต้าเบส และ เวิร์ดโปรเซสเซอร์
เพิ่มเติมภาพและจินตนาการต่าง ๆ ลงไปในผลิตภัณฑ์สื่อโฆษณาต่าง
ๆ
ทำให้เกิดภาพรวมในการนำเสนอทำให้การติดต่อสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยพื้นฐานการทำงานของสแกนเนอร์, ชนิดของสแกนเนอร์ และความสามารถในการทำงานของสแกนเนอร์
แบ่งออกได้ดังต่อไปนี้
ชนิดของเครื่องสแกนเนอร์
สแกนเนอร์สามารถจัดแบ่งตามลักษณะทั่วๆ ไป ได้ 2 ชนิด คือ
- Flatbed scanners, ซึ่งใช้สแกนภาพถ่ายหรือภาพพิมพ์ต่าง
ๆ สแกนเนอร์ชนิดนี้มีพื้นผิวแก้วบนโลหะที่เป็นตัวสแกน
เช่น ScanMaker III
- Transparency and slide scanners, ซึ่งถูกใช้สแกนโลหะโปร่ง
เช่น ฟิล์มและสไลด์ ตัวอย่างของสแกนเนอร์ชนิดนี้ เช่น
ScanMaker 35t ที่ใช้สแกนฟิล์ม 35-mm และ ScanMaker 45t
ใช้สแกนฟิล์มขนาด 8"x10"
สแกนเนอร์ทำงานอย่างไร
การจับภาพของสแกนเนอร์ ทำโดยฉายแสงบนเอกสารที่จะสแกน แสงจะผ่านกลับไปมาและภาพ
จะถูกจับโดยเซลล์ที่ไวต่อแสง เรียกว่า charge-couple device
หรือ CCD ซึ่งโดยปกติพื้นที่มืดบนกระดาษจะสะท้อนแสงได้น้อย
พื้นที่สว่างจะสะท้อนแสงได้มากกว่า CCD จะสืบหาปริมาณแสงที่สะท้อนกลับจากแต่ละพื้นที่ของภาพนั้น
และเปลี่ยนคลื่นของแสงที่สะท้อน กลับมาเป็นข้อมูลดิจิตอล
หลังจากนั้นซอฟต์แวร์ที่ใช้สแกนภาพก็จะแปลงเอาสัญญาณเหล่านั้นกลับมาเป็นภาพ
บนคอมพิวเตอร์อีกทีหนึ่ง
จากที่กล่าวมานั้นเป็นกระบวนการสแกนภาพจากรูปภาพหรือที่เรียกว่า
Reflect เท่านั้น หากสแกนภาพจากฟิล์มจะมีขั้นตอนของการสแกนแตกต่างไปจากนี้
สแกนเนอร์
สาย SCSI สำหรับต่อจากสแกนเนอร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์
ซอฟต์แวร์สำหรับการสแกนภาพ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของสแกนเนอร์ให้
สแกนภาพตามที่กำหนด
ซอฟต์แวร์สำหรับการแก้ไขภาพที่สแกนมาแล้ว เช่น Photoshop
Imagescan II หรือกรณีที่ต้องการสแกนเอกสารเก็บไว้เป็นไฟล์ที่นำกลับมาแก้ไขได้อาจต้องมีซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนด้าน
OCR
จอภาพที่เหมาะสมสำหรับการแสดงภาพที่สแกนมาจากสแกนเนอร์
เครื่องมือสำหรับแสดงพิมพ์ภาพที่สแกน เช่น เลเซอร์พรินเตอร์
หรือสไลด์โปรเจคเตอร์
ชนิดของภาพที่จะนำมาสแกน
การจะสแกนภาพออกมาได้ดีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบชนิดของภาพที่นำมาสแกนด้วย
เนื่องจากคอมพิวเตอร์นั้นแสดงภาพและจับภาพออกมาเป็นข้อมูลดิจิตอลที่มีความเกี่ยวข้องกับพิกเซล
ในที่นี้ก็เปรียบเหมือนกับจุดเล็กๆ ที่ประกอบออกมาเป็นภาพ
ภาพๆหนึ่งถ้าเป็นภาพหยาบๆ จะประกอบด้วยพิกเซลหลายร้อยพิกเซล
หรือหากเป็นภาพที่ละเอียดและเป็นภาพสีก็อาจจะประกอบด้วยพิกเซลขนาดเป็นล้านๆ
พิกเซลก็ได้ ยิ่งจำนวนพิกเซลเพิ่มมากเท่าไร ภาพจะยิ่งละเอียดมากเท่านั้น
และก็จะใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากยิ่งขึ้นด้วย สำหรับการแบ่งประเภทโดยทั่วไป
แบ่งภาพออก เป็นประเภทดังนี้
1. ภาพ Single Bit
ภาพ Single Bit เป็นภาพที่มีความหยาบมากที่สุดใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลน้อยที่สุด
แต่ ใช้ประโยชน์ได้ไม่มาก ข้อดีของภาพประเภทนี้คือใช้ทรัพยากรของเครื่องน้อยที่สุดใช้พื้นที่
ในการเก็บข้อมูลน้อยที่สุด ใช้ระยะเวลาในการสแกนภาพน้อยที่สุด
Single-bit แบ่งออกได้สองประเภทคือ
- Line Art ได้แก่ภาพที่มีส่วนประกอบเป็นภาพขาวดำ ตัวอย่างของภาพพวกนี้
ได้แก่ ภาพที่ได้จากการสเก็ต
- Halftone ภาพพวกนี้จะให้สีที่เป็นโทนสีเทามากกว่า แต่โดยทั่วไปยังถูกจัดว่าเป็นภาพประเภท
Single-bit เนื่องจากเป็นภาพหยาบๆ
2. ภาพ Gray Scale
ภาพพวกนี้จะมีส่วนประกอบมากกว่าภาพขาวดำ โดยจะประกอบด้วยเฉดสีเทาเป็นลำดับขั้น
ทำให้เห็นรายละเอียดด้านแสง-เงา ความชัดลึกมากขึ้นกว่าเดิม
ภาพพวกนี้แต่ละพิกเซลหรือแต่ ละจุดของภาพอาจประกอบด้วยจำนวนบิตมากกว่า
ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น
3. ภาพสี
หนึ่งพิกเซลของภาพสีนั้นประกอบด้วยจำนวนบิตมหาศาล และใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมาก
ควาามสามารถในการสแกนภาพออกมาได้ละเอียดขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าใช้สแกนเนอร์ขนาดความละเอียดเท่าไร
4. ตัวหนังสือ
ตัวหนังสือในที่นี้ ได้แก่ เอกสารต่างๆ เช่น ต้องการเก็บเอกสารเกี่ยวกับสัญญาการซื้อขาย
โดยไม่ต้องพิมพ์ลงในแฟ้มเอกสารของเวิร์ดโปรเซสเซอร์ ก็สามารถใช้สแกนเนอร์
สแกนเอกสารดังกล่าว และเก็บไว้เป็นแฟ้มเอกสารได้ นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถใช้
โปรแกรมที่สนับสนุน OCR (Optical Chareacters Reconize)
มาแปลงแฟ้มภาพเป็นเอกสาร ดังกล่าวออกมาเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถแก้ไขได้