 |  |
ผก� กั� นกกระดาษ (3)
ชีวิตในช่วงแรกของหมอผกาดำเนินไปด้วยความยากลำบา� ประสบปัญหามากมายทั้งการขาดแคลนเครื่องมือเครื่องใช้ เวชภัณฑ์ ยานพาหนะ รวมทั้งบุคลากร ขาดความเอาใจใส่จากผู้บังคับบัญชา ต้องเผชิ�ับความโดดเดี่ย� ความว้าเหว� ความยากจ� ความทุกข์ยากของชาวบ้าน ต้องเผชิ�ับหมอเถื่อ� หมอผ� และผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่� จนตัวเองรู้สึกอ่อนล้� ท้อแท้ แต่หมอผกาก็ผ่านบททดสอบด่านสำคั�าได้ ด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยว
หมอผกามีส่วนร่วมในการพัฒนาการบริหารจัดการในโรงพยาบาลชุมช� มีส่วนผลักดันบริการทางการแพทย์และสาธารณะสุขให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการไปสู่ชนบท
และในฐานะแพทย์ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพก็ได้สนองนโยบายของรัฐบาลในการสร้างพลังสุขภาพของประเทศให้กับประชาชนโดยการจัดกิจกรรมการออกกำลังกายต่าง� เช่น วิ่งเพื่อสุขภา� โครงการนำชีวิตให้ปลอดยาเสพติ�
และในที่สุ� วันหนึ่งเธอก็ได้รับความภาคภูมิใจสูงสุดเป็นรางวัลชีวิ�
เธอได้เป็นแพทย์ชนบทที่ปฏิบัติงานดีเด่นในท้องถิ่นทุรกันดา�
เธอก้าวมาถึงจุดที่ต้องการในชีวิตแล้ว
"ทำไมน้องผกาอยากจะไปเป็นแพทย์ชนบท ไปพบกับความลำบาก"
ความคิดคำนึงนำเธอกลับไปที่ห้องส่งโทรทัศน� นึกถึงคำถามที่พิธีกรถามเมื่อสิบปีที่แล้ว และยังจำคำตอบของตัวเองได�
"ถ้าตัวเราไม่เดินเข้าสู่ความลำบากแล้วจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้คนที่ลำบากได้อย่างไร...
...คนลำบากอยู่กับคนลำบากก็จะล่วงรู้ใจกั�"
ใช้ส� ฉันลำบากจนแสนที่จะสุดท� ต้องอยู่ห่างไกลความสะดวกสบายในเมืองหลว� ห่างไกลพ่อแม� ห่างไกลเพื่อนฝูง ห่างไกลคนรักจนต้องเลิกร้างกันไ�
วันนี้ฉันได้พบและได้อยู่กับคนลำบากจนล่วงรู้ใจกันแล้ว
รู้ว่าในร่างคนจนของพวกเข� มีความจริงใจ มีความซื่อสัตย์สุจริ� มีความกตัญ� มีความอดทน รักถิ่นฐานแผ่นดินเกิ� รักในหลว� รักพระราชินี รักชาต� ศาสน� แม้ชีวิตจะต้องผจ�ับความทุกข์ยาก ผจ�ับโรคภัยไข้เจ็� แต่ก็มีความสุขกันตามอัตภาพ ถึงหน้าเทศกาลต่างๆก็รื่นเริงบันเทิงใ� แบ่งปันความสุขกั� ถึงยามที่จะต้องช่วยกันทำงานก็ทำกันอย่างเต็มที่ หนักเอาเบาสู� แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ งานบุญงานกุศลก็กลับมาช่วยกันอี� เกิดก็ช่วย เจ็บก็ช่วย ตายก็ช่ว� ช่วยกันตลอ� ..นี่แหละคนจนผู้ยิ่งให� !
คนหนุ่มคนสาวก็มีความรักที่ซื่อตรงไม่คดเคี้ยว หรือเปราะบางเหมือนกับคนในเมืองที่เจริญทางวัตถุ อย่างคนรักของฉัน
"ตกลงผกาจะไปเป็นหมอบ้านนอกจริงๆใช่ไหม แล้วความรักของเราล่ะ ผมจะต้องรออีกนานแค่ไหน ถ้าผกาจะไปใช้ชีวิตที่จมปลักอยู่กับความลำบากอย่างนั้นคงจะไม่มีผู้ชายคนไหนอดทนรอคอยหรอ�..."
นี่คือคำพูดของผู้ชายที่มีหัวใจเปราะบาง แยกไม่ออกระหว่างความรักกับกาลเวล� ไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าแห่งการรอคอ� ไม่เ�าถึงสุขที่แฝงอยู่ในทุก� ไม่มีความคิดคำนึงว่าคนเราถ้าอยู่ห่างกันก็จะมีความคิดถึงให้กันและกั� เกิดเป็นความห่วงหาอาทร จนในที่สุดก็จะเป็นความรักความผูกพันอย่างจีรังยั่งยืน
องค์ประกอบของความรักคื� กาลเวลาที่จะเป็นตัวยาที่จะสมานการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน คนที่รักกันต้องให้เวลากั� รักแท้ต้องรอ รอเพื่อพิสูจน์ความจริงใจที่จะมีให้แก่กัน
หมอผกาคิดคำนึงถึงความรัก คิดว่าชีวิตของเธอกับความรักคงจะเป็นเส้นขนานกันแล้ว สายตาเหม่อมองออกไปจนสุดทุ่งกว้าง สุดขอบฟ้� มองพระอาทิตย์สีแดงกลมโตที่กำลังเคลื่อนคล้อยลับขอบฟ้า มองฝูงนกที่กำลังบินกลับรวงรั� ใจคิดไปว่านกยังมีบ้า� แล้วเราล่ะบ้านที่แท้จริงอยู่ที่ไหน นึกถึงคำสอนของพระสงฆ์องค์หนึ่ง
"โย�..บ้านที่แท้จริงของเราคือความรู้สึกที่สง� ความสงบนั่นแหละเป็นบ้านจริงๆของเรา"
คืนนั้นหมอผกานั่งทำงานจนดึกดื่� ใจยังนึกถึงความรักที่ล่มสลาย
นึกถึงเพลงขอ� D2B "ไม่มีเธอวันนั้� ไม่มีฉันวันนี้" หยิบเทปขึ้นมาเปิดฟัง ยิ่งสะท้อนใจ นึกถึงตัวเอง นึกถึงชีวิตว่าจะก้าวไปอีกไกลแค่ไหน จะพบผู้คนอีกมากมายแค่ไหน จะมีโอกาสอีกไหมสำหรับความรัก นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา มีอะไรมากมายน่าจดจ� น่าบันทึกไว้