ผกา กับ นกกระดาษ (4 / สุดท้าย)

คืนนั้นหมอผกานั่งเขียนไดอารี่ชีวิต สะท้อนอดีตและปัจจุบันในหลายมุมมอง หลายอารมณ์ลงในกระดาษแล้วพับเป็นรูปนกได้หลายตัว ตั้งใจว่าจะเขียนเก็บไว้เรื่อยๆจนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่ตัวเองอยากจะเปิดเผย
วันรุ่งขึ้นหมอผกาได้ไปร่วมงานบุญกับชาวบ้าน หลังจากนั้นก็เดินทางไปโรงพยาบาลชุมชนที่เธอทำงานอยู่เพื่อเริ่มงานใหม่ที่ได้รับมอบหมายเพิ่มเติมนอกเหนือจากงานของแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปที่เธอรับผิดชอบอยู่แล้ว งานใหม่นี้คือ "การดูแลผู้ป่วยที่สิ้นหวัง"
คนในชนบทที่อยู่ห่างไกลความเจริญนอกจากจะต้องประสบกับความลำบากในการทำมาหากินทำให้เกิดความยากจน ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ ความแห้งแล้งกันดารแล้วยังต้องประสบกับเคราะห์กรรมที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บอีก ถ้าเป็นความเจ็บป่วยพื้นฐานด้วยโรคทั่วไปแพทย์เวชปฏิบัติก็มีศักยภาพที่จะดูแลให้การเยียวยารักษาได้ แต่ถ้าเป็นโรคร้ายเช่นมะเร็ง เอดส์ หรือโรคอื่นๆที่ยากแก่การรักษาให้หายขาดก็เป็นเรื่องที่ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษจนถึงวาระสุดท้ายของผู้ป่วย หมอผกาได้เข้ามามีบทบาทในด้านนี้โดยตรง หน้าที่ของเธอคือการดูแลผู้ป่วยเหล่านี้อย่างเสมอภาคไม่แยกชนชั้น ที่สำคัญก็คือต้องดูแลสมาชิกคนอื่นในครอบครัวเพื่อฝึกฝนให้ทุกคนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ด้วย พร้อมทั้งให้กำลังใจในการต่อสู้กับภาระที่ทุกคนในครอบครัวต้องเผชิญหน้า ตัวหมอเองก็ต้องคอยให้กำลังใจ ตอบคำถาม ให้คำปรึกษากับครอบครัวผู้ป่วยตลอดเวลา นับเป็นภาระที่หนักมาก
เป็นภาระแห่งชีวิต ที่ได้เห็น ได้รู้ซึ้งการเกิดแก่เจ็บตายของมวลมนุษย์
เป็นภาระที่สร้างความผูกพันลึกซึ้งกับเพื่อนร่วมโลกที่เป็นคนเชื้อชาติเผ่าพันธุ์เดียวกัน
จากการที่หมอผกาได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่สิ้นหวังเหมือนกับคนในครอบครัวเดียวกันทำให้เธอเกิดความรักความผูกพัน ความห่วงหาอาทรต่อผู้ป่วยและครอบครัว เธอจึงพยายามอยู่ตลอดเวลาที่จะทำให้ความสิ้นหวังกลับมาเป็นความหวังครั้งใหม่ของผู้ป่วย แต่ก็แล้วแต่บุญกรรมของแต่ละคนด้วย บางคนก็ต้องตายจากไป บางคนก็ได้รับการเสริมสร้างกำลังใจจากเธอจนสภาพร่างกายและจิตใจก็ดีขึ้นจนพ้นขีดอันตราย
หมอผกาเรียนรู้ว่าผู้ป่วยถ้ามีกำลังใจในการต่อสู้โรค ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ เธอจึงมีแผนที่จะไปศึกษาต่อด้าน"การแพทย์แผนทางเลือก" และ "การแพทย์แผนไทย" เพื่อนำมาร่วมใช้กับกับการแพทย์แผนปัจจุบันในลักษณะ"การแพทย์แบบประสมประสาน" ซึ่งจะมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการดูแลรักษาคนป่วยที่มีความยากจนในท้องถิ่นทุรกันดาร หมอผกามองเห็นว่าหมอชนบทควรอย่างยิ่งที่จะต้องปรับสภาพการดูแลรักษาคนไข้ให้มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อสร้างหนทางใหม่ๆ หมอผกามองว่าบางครั้งหมอและคนไข้จำเป็นต้องเรียนรู้ร่วมกันในโลกแห่งธรรมชาติ เหมือนกับการเรียนการสอนสมัยใหม่ต้องปฏิรูปให้ครูกับนักเรียนมีการเรียนรู้ร่วมกันบางโอกาสบางเวลา
หมอและครูไม่ควรเป็นผู้"ชี้เป็นชี้ตาย"ให้แก่คนไข้และนักเรียนในทุกด้านทุกกรณี
จากวันวานถึงวันนี้ ไดอารี่ชีวิตในรูปนกกระดาษของหมอผกาได้บันทึกเหตุการณ์ที่ผ่านมามากมาย
จากเด็กนักเรียนผู้หลงไหล บิ๊ก D2B เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ไปร่วมพับนก ร่วมอธิษฐานให้พี่บิ๊กหายป่วย
จากเด็กนักเรียนที่กล้าออกโทรทัศน์สะท้อนความรู้สึกนึกคิดอย่างเด็ดเดี่ยวของวัยรุ่นวัยเรียน
จากเด็กนักเรียนที่กล้าแสดงออกผ่านอีเมล์ปรับทุกข์กับนายกรัฐมนตรีและได้รับการตอบให้กำลังใจ
จากแพทย์ชนบทที่เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณะสุขแก่ชาวบ้าน
จากแพทย์ชนบทที่ปฏิบัติงานดีเด่นในท้องถิ่นทุรกันดาร
จากแพทย์ชนบทที่นำการแพทย์แบบประสมประสานมาบำบัดรักษาผู้ป่วยที่สิ้นหวัง
วันนี้ หมอผกาสมหวังในชีวิตแล้ว เธอได้ไปเรียนต่อต่างประเทศในสาขาวิชาแพทย์เพิ่มเติมเพื่อนำกลับมาช่วยเหลือผู้คนในชนบทที่ทุกข์ยาก
เธอได้พบกับผู้ที่มาเติมเต็มความอบอุ่นให้หัวใจ
การรอคอยที่ยาวนานของเธอได้สิ้นสุดลงแล้ว
นกกระดาษหมดหน้าที่ในการเก็บบันทึกของเธอ
"เขา" และ "เธอ" เท่านั้นที่จะต้องร่วมกันเก็บร่วมกันบันทึกชีวิตใหม่ต่อไป.
Hosted by www.Geocities.ws

1