ผกา กับ นกกระดาษ (2)

พิธีกรจ้องหน้าเสมือนจะสำรวจจิตใจของผกา
"ท่านผู้ชมครับ คำพูดแต่ละคำของน้องผกาได้สะท้อนถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อสังคม โดยเฉพาะสังคมที่ห่างไกลความเจริญที่รอคอยการพัฒนา นี่คือวิธีคิดของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีจิตใจใสสะอาด บริสุทธิ์ แต่กลับถูกผู้หลักผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งในสังคมมองพวกเขาว่าคลั่งไคล้ดาราเกินเหตุ ทำอะไรเว่อ ไร้สติ ไร้สาระ...น้องผกาจะอธิบายเรื่องนี้ยังไงครับ?"
ผกานิ่งคิดก่อนที่จะให้คำตอบ "หนูคงไม่อาจตอบโต้ผู้ใหญ่หรอกค่ะ แต่ด้วยความเคารพนะคะ บางครั้ง ก็อยากให้ผู้ใหญ่ในสังคมเข้าใจพวกหนูบ้าง"
"ก่อนที่จะถามว่าอยากให้ผู้ใหญ่ในสังคมเข้าใจยังไง ก็อยากจะทราบว่าผู้ใหญ่ในบ้านเข้าใจน้องผกามากน้อยแค่ไหน ?" คำถามของพิธีกรที่โยงเข้าเรื่องในบ้านสร้างความอึดอัดให้กับผกาพอสมควร
"คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรมากค่ะถ้าวันนี้หนูยังเรียนดีอยู่"
"แล้วถ้าระดับการเรียนของน้องผกาตกไป..."
"ก็คงมีปัญหาเหมือนกัน คงต้องเหนื่อยหน่อย ต้องอธิบายกันยาว" ผกานิ่งคิด ไม่แน่ใจว่าคำตอบนั้นจะสร้างความพอใจให้กับพ่อแม่ที่กำลังดูอยู่ที่บ้านหรือเปล่า อยากจะเปลี่ยนคำตอบว่า "พ่อแม่เข้าใจหนูดี" ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการประชดประชันหรือไม่
ความเครียดเกิดขึ้นในนาทีแห่งการขับเคลื่อนของคำถามคำตอบ พิธีกรเลยถือโอกาสพักเพื่อเข้าเบรคโฆษณา หลังจากนั้นจึงได้เริ่มอีกครั้ง
"พูดถึงการที่น้องผกาเรียนดี ดูเหมือนจะเป็นเกราะคุ้มกันให้กับตัวเอง คิดอย่างนั้นหรือเปล่า?"
"ไม่อยากคิดว่าการเรียนดีจะเป็นเกราะคุ้มกันการถูกบ่นถูกว่า หรือเป็นเกราะคุ้มกันความเลวความชั่ว ขอโทษค่ะอาจจะพูดแรงไป อยากให้ความดีงามเป็นเกราะคุ้มกันมากกว่า เพราะว่าเด็กเรียนดีแต่ประพฤติไม่ดีก็มีมากมาย เรียนดีแต่เป็นผู้ร้ายฆ่าคนอย่างเหี้ยมโหดก็มีให้เห็นกันในสังคม" ผกาแสดงความรู้สึกอย่างจริงจัง
"น้องผกาอยากให้ผู้ใหญ่ในสังคมเข้าใจในความรู้สึกอันดีงามที่วัยรุ่นแสดงออกอย่างไร?"
"ถ้าจะเอาเรื่องใกล้ตัวอย่างกรณีพี่บิ๊ก ก็เป็นรูปแบบที่แสดงออกแบบพวกเรา แต่ถ้าเป็นกรณีของผู้ใหญ่ ถ้ามีใครสักคนที่ท่านทั้งหลาย รัก เคารพ ยกย่อง ชื่นชม เจ็บป่วยลงไปแบบเดียวกับพี่บิ๊ก ผู้ใหญ่ก็คงมีการแสดงออกอีกแบบหนึ่ง อย่างเช่นนำกระเช้าดอกไม้หรือผลไม้ไปเยี่ยม ไปแสดงความห่วงใย ตามสมควร ซึ่งถ้าเป็นพวกเราก็จะมีการแสดงออกที่ต่างออกไป แต่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็มีความปรารถนาอยากให้ผู้ป่วยของทั้งสองฝ่ายหายเร็วๆเหมือนกัน จริงๆแล้วเป้าหมายของทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็มุ่งไปทางเดียวกันอยู่แล้ว จะต่างกันก็ที่รูปแบบ ในกรณีเช่นนี้ถ้าผู้ใหญ่เริ่มเข้าใจก็เป็นสิ่งที่เกินพอสำหรับพวกหนูแล้ว"
รายการวันนั้นจบลงด้วยความชื่นชมที่สังคมส่วนใหญ่มีให้ผกา แต่นั่นแหละ สิ่งที่คนในสังคมยุคเก่าชอบกล่าวกันว่า ทำดีแต่อย่าให้เด่น(เกินคนอื่น)มันก็เริ่มที่จะเข้ามาทำลายความรู้สึกของผกาแล้ว
เริ่มจากที่โรงเรียน ครูบางคนเริ่มพูดประชดประชัน ว่าเด็กสมัยนี้ทำอะไรข้ามหัวผู้ใหญ่ แม้แต่ที่บ้านเองแม่ก็เริ่มมีอาการตึงๆที่ลูกสาวได้ออกโทรทัศน์ทั้งทีแต่กลับไม่ยกย่องพ่อแม่ แต่พ่อนั้นเข้าใจผกามากขึ้นและได้แสดงความชื่นชมโดยการเข้าไปโอบกอด ลูบหัว ให้คำพูดที่ผกาซาบซึ้ง
"พ่อเข้าใจหนูเสมอ ฝากบอกเพื่อนๆด้วยว่าพ่อจะอธิษฐานให้พี่บิ๊กหายเร็วๆนะ" พูดจบก็หันไปดูภรรยาที่ค้อนให้วงใหญ่
"ความจริงแม่ก็เข้าใจลูก แต่เด็กสมัยนี้จะทำอะไรก็ต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของคนส่วนใหญ่ด้วย ไม่ใช่ไปชุมนุมเกะกะที่โรงพยาบาล ไปกีดขวางทำให้เขาทำงานไม่สะดวก คนป่วยคนไข้เลยเดือดร้อนกันหมด"
เสียงเพลง"นายเจ็บฉันเจ็บ" ดูจะมีมนต์ขลัง เพื่อนๆเหมือนจะรู้ถึงความรู้สึกของผกา จึงเข้ามาให้กำลังใจกันมากมาย พร้อมทั้งจับมือรวมพลังกันและกันเพื่อที่จะได้ก้าวเดินต่อไปในวิถีของวัยรุ่นที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ดีโดยมีศิลปินที่ตัวรักเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจ
วันเวลาผ่านไปหลายปี โรงพยาบาลชุมชนในภูมิภาคแห่งหนึ่งที่ทุรกันดารได้ต้อนรับหมอผกาในฐานะแพทย์หญิงที่อาสามารับหน้าที่อันสูงส่งของแพทย์ชนบท ทำหน้าที่เป็นแพทย์ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในฐานะแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัว
Hosted by www.Geocities.ws

1