ฉันหวลคิดถึงเรื่องบาบบุญคุณโทษที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็กๆเท่าที่จำได้ก็เคยทำบาปเหมือนกัน จำได้ว่าด้วยความเป็นเด็กผู้ชายที่ชอบเล่นซุกซนบางครั้งก็มีเหมือนกันที่ทำบาปแบบตามๆเพื่อนไ� ยิงนกตกปลาก็มี แต่น้อยมากแทบจะนับครั้งได้ จริงๆแล้วปกติเป็นคนที่ไม่ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอยู่แล้วเพราะถูกปลูกฝังให้มีเมตตาธรรมจากปู่ย่าตายายรวมทั้งพ่อแม่ด้วย จะมีเรื่องบาปๆตอนเป็นเด็กก็เรื่องโกหกผู้ใหญ่นี่แหล� แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กที่ชอบสนุกหนีเที่ยวก็ต้องมีวิธีเอาตัวรอดบ้าง ขืนพูดความจริงหมดชีวิตยามเป็นเด็กก็หมดรสชาติน่ะซ� ชีวิตก็ต้องมีแบบน้ำผึ้งผสมมะนาวบ้า� ถ้าจะว่าไปแล้วชีวิตของฉันก็มุ่งแต่จะทำความดี ละเว้นความชั่ว เป็นคนที่ไม่ชอบเบียดเบียนทำร้ายใครทั้งกายและใจ วิธีคิดวิธีปฏิบัติเช่นนี้ได้ดำรงไว้ตลอดทั้งในแวดวงสังคมการทำงานหรือในหมู่เพื่อนฝูงทั้งหญิงชา� แต่ไม่ใช่แบบเรียบร้อยธัมมะธัมโมเป็นท่านมหานะ เพราะยังไงฉันก็ชอบชีวิตที่มีรสชาติ ชอบเที่ยวชอบผจญภัย หาอะไรสนุกๆมาประเทืองจิตใจอยู่เสมอ มาในระยะหลังๆนี้เองที่ฉันเริ่มศึกษาเรื่องธรรมะ เพราะเริ่มรู้ซึ้งถึงสัจธรรมในการดำรงอยู่ของมนุษย� รู้ว่าสุดท้ายแล้วคนเราก็หนีความตายไม่พ้น เพราะสังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นของไม่เที่ยง สรรพสิ่งทั้งหลายเป็น อนิจจั� ทุกขัง อนัตตา ในช่วงชีวิตสุดท้ายของฉันจึงได้เร่งปฏิบัติสมาธิภาวนาสวดมนต์ทุกค่ำเช้าเพื่อสะสมบุญบารมีไว้เพื่อนำไปใช้ในชีวิตหลังความตาย... ขณะที่ฉันคิดเรื่องผลบุญที่ทำไว้หูก็แว่วได้ยินเสียงตัวเองสวดมนต์อยู่ที่โลกเก่�... ...บุญใ� ที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งวัตถุสาม คือพระรัตนไต� อันควรบูชายิ่งโดยส่วนเดียว ได้กระทำแล้วเป็นอย่างยิ่งเช่นนี้นี� ขออุปัททวะทั้งหลาย จงอย่ามีแก่ข้าพเจ้าเลย ด้วยอำนาจความสำเร็จอันเกิดจากบุญนั้น.... "ก็นี่แหละที่เพื่อนสะสมบุญไว้จึงได้มีโอกาสมากินบุญที่นี�" ดูโจจะรู้สึกล่วงรู้จิตใจฉั� "ถ้าฉันกินบุญหมดเมื่อไรก็คงจะต้องไปอยู่นรกใช่ไหมเพื่อ�" ฉันเริ่มคิดด้วยความหวาดหวั่นเล็กน้อย "ก็อาจจะไม่ถึงอย่างนั้นหรอกเพื่อน แต่ก็เป็นอย่างที่เรียกกันว่า แล้วแต่บุญแต่กรร� จริงๆนะบุญกับบาปนี่มันเป็นเส้นขนานกันเลย จะเอามาลบล้างชดเชยกันไม่ได� ถึงเวลาได้รับผลบุญก็ต้องได้รับ ถึงเวลาต้องรับผลกรรมก็ต้องได้รับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได� พระพุทธองค์จึงตรัสว่� ทำดีได้ด� ทำชั่วได้ชั่วไ� เรื่องผลกรรมที่นายทำไว้ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอย่าไปคิดถึงมันเลย และเราก็รู้ด้วยว่านายทำบาปมาน้อยมากผลที่ได้รับอาจเป็นเพียงแค่วิบากกรรมเล็กๆเท่านั้� ที่เรียกว่� สะเก็ดกรรมนั่นแหละ" "นายรู้เรื่องของฉันได้ยังไงโจ" ฉันค่อนข้างจะสงสัยว่าทำไมโจจึงรู้เรื่องบุญกรรมของฉัน "ที่รู้ก็เพราะเป็นหน้าที่ของเราเอ� เราก็เป็นเหมือนนายทะเบียนที่ต้องดูแลผู้ที่เราได้รับมอบหมายให้มาด� ผู้ปกครองภพภูมิจะให้เรามาดูแลเฉพาะคนที่เราเคยรู้จักในภพเดิมเพื่อที่ผู้มาอยู่ใหม่จะได้มีความอุ่นอกอุ่นใ� ตอนนี้เรามีผู้ที่จะต้องดูแลอยู่ประมาณห้าสิบค� ต่อไปตัวนายเองก็อาจจะต้องทำหน้าที่เช่นนี� จะถือว่าเป็นงานอย่างหนึ่งที่นี่ก็ได้นะ ไม่ต้องเครีย� ไม่ต้องแข่งขันเอาเป็นเอาตายกันเหมือนงานที่นายเคยทำในภพเดิมด้วย" เราทั้งสองเดินไปคุยไปจนมาถึงที่แห่งหนึ่งที่สวยงามมหั�รรย์เป็นที่สุดเพราะเป็นที่ปลายสุดของสายรุ้งมากมายมาบรรจบกั� "เราเดินทางมาถึงสถานที่สำคัญของภพภูมินี้แล้� รุ้งแต่ละเส้นจะเป็นทางเข้าหมู่บ้านที่ชาวสวรรคาลัยจะเข้าไปอยู� แบ่งเป็นโซนๆเหมือนที่ภพเดิมของเราจัดเป็นหมู่บ้าน ตำบล อำเภ� นี่แหล� แต่ยังมีอีกมากนะที่นายควรจะรู้ว่� ที่เราอยู่นี่คือสววรคาลัยสำหรับมนุษย์ที่ประกอบคุณความดีในระดับปกติเท่านั้น สวรรค์ยังแบ่งเป็นอีกหลายภพภูมิสำหรับ เท� พรหม รวมทั้งอริยะสงฆ์และบุคคล ซึ่งนายจะมีโอกาสที่จะได้ไปสัมผัสกับภพภูมินั้นๆตามเนื้อนาบุญที่จะเริ่มสะสมต่อไป เอาเป็นว่าตอนนี้เราจะพาไปบ้านที่นายจะอยู่ก่อนดีกว่�""อ้าว ไม่ใช่อยู่วิมานหรือพลับพลาอะไรประมาณนั้นหรือ" ฉันรู้สึกสนุกตื่นเต้นจึงแกล้งเย้าโ� "วิมานน่ะสำหรับ ระดับเทพ หรือพรหม เอาละเราจะพานายเข้าไปในสายรุ้งเส้นที่ชื่อว่า 'รังสิต�' ฟังคล้ายๆแถวๆบ้านเก่านายใช่ใหม" โจกล่าวเสร็จก็พาฉันเดินเข้าไปในสายรุ้งนั้น