เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในสภาวะใหม่ของฉันนี้รู้สึกจะดำเนินไปอย่างอย่างไร้กาลเวลา แต่ถ้าจะคิดตามกำหนดเวลาของมนุษย์โลกก็คงกินเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโม� ขณะนี้เองที่ฉันรู้สึกตัวว่าได้มายืนอยู่ที่หนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็� เส้นแบ่งมิติอะไรสักอย่างเพราะรู้สึกว่า � ที่ที่จะเดินก้าวย่างเข้าไปนี้บรรยากาศได้เริ่มเปลี่ยนแปลง เมฆหมอกเริ่มหนาขึ้� อากา�ลอดโปร่งเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูก ท้องฟ้าเป็นสีชมพูเรื่อ� แต่ที่แปลกมหัศจรรย์ก็คือพระจันทร์ที่เคยเห็นในภพเดิมกลับดวงใหญ่ขึ้น มีพิ้นผิวเป็นสีทอง มีรั�ีเป็นชั้นๆสวยงามมา� และยิ่งแปลกไปกว่านั้นอีกเพราะส่วนที่เป็นกระต่ายกลับหันหน้าไปคนละทางที่ฉันเคยเห็นในโล� แต่ก็ดูเด่นชัดมีชีวิตชีวามากขึ้น เมื่อฉันเห็นพระจันทร์แล้วก็สงสัยว่าพระอาทิตย์ไปอยู่ที่ไห� มองหาดูสักพักก็สังเกตุเห็นว่าพระอาทิตย์ในมิติที่เห็นอยู่นี้กลับดูเล็กกว่าพระจันทร์เสียอีกแสงสว่างจึงไม่เจิดจ้าร้อนแรงเหมือนในโลกที่ฉันเคยอยู� มิน่าล่ะอากา�ี่นี่จึงเย็นสบายตลอด ฉันก้าวเดินเข้าไปด้วยความรู้สึกที่ปิติยิ่งนั� มองเห็นแสงเรืองๆเคลื่อนไหวเข้ามาหาฉั� เมื่อใกล้เข้ามาปรากฏให้เห็นเป็นเพื่อนของฉันคนหนึ่งชื่อโจซึ่งประสพอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิตเมื่อสิบปีที่แล้� โจยิ้มให้ฉัน ฉันสังเกตุว่าหน้าตาของเขามีความปิติสุขยิ่งนั� ทั่วเรือนร่างดูใสสะอาด ผิวเป็นสีนวลเข้ากับเสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์ถักทอด้วยวัสดุที่คล้ายผ้าไหมไทยแต่ดูเบาและเรืองแสงสวยงามอย่างที่ไม่มีในโลกเดิมของฉั� "สวรรคาลัยยินดีต้อนรับเพื่อ�" โจส่งเสียงนุ่มนวลต้อนรับฉันยืนนิ่งตกตะลึงอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะเอ่ยปากพูดขึ้นมาได้"โจ เรามาพบนายได้ที่นี่ได้ยังไ� นา�..เอ้อ..."โจรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู� "ใช�..เราเสียชีวิตเมื่อสิบปีที่แล้วในภพเดิ� เราต้องขอบคุณด้วยที่นายไปงาน�ของเรา แต่เรื่องนั้นเราอย่าไปคิดถึงมันดีกว่� เอาเป็นว่าเวลานี้นายก็มาอยู่ในที่เดียวกับที่เราอยู่แล้� และที่นี่นายจะพบกับผู้คนมากมายที่ตายไปแล้ว""หมายความว่าเราจะได้พบกับเพื่อนเก่าๆและญาติพี่น้องของเราทุกคนที่เสียชีวิตไปแล้วในโลกเดิมใช่ไหมโ�?""ไม่ได้ทุกคนหรอ� เพราะบางคนไม่ได้มาอยู่ที่นี่" "อ้าวทำไมล่�" ฉันรู้สึกผิดหวังที่จะไม่ได้พบคนที่อยากจะพบ "คนที่ละทิ้งสังขารจากภพเดิมไม่ได้มาที่สวรรคาลัยทุกค� ทุกอย่างต้องเป็นไปตามบุญและกรรมที่แต่ละคนได้กระทำไว้ สวรรค์เองก็ไม่ได้มีแค่ชั้นฟ้� สวรรค์บนดินก็ม� และส่วนที่ไม่ใช่สวรรค์ก็ยังมีอีกมากมาย ในแต่ละภพภูมิได้ถูกจัดสรรค์ให้อย่างเหมาะสมที่สุดตามเนื้อนาบุญและกรรมของแต่ละคน" "ถ้าอย่างนั้นฉันจะต้องไปอยู่ที่ไหนล่ะ" ฉันทำหน้าสงสัย "ก็เมื่อกี้เราบอกแล้วไงว่� สววรคาลัยยินดีต้อนรั� นายก็ต้องมาอยู่ที่เดียวกับเรานี่แหละ ผู้ปกครองภพภูมินี้จึงได้ส่งเรามาดูแลนา� เป็นเหมือน buddy ไง สำหรับสิ่งที่เพื่อนจะต้องเรียนรู้และปฏิบัติตนต่อไปเราจะค่อยๆบอกนายไปทีละเรื่อง แต่ตอนนี้เราจะต้องพานายไปเห็นอะไรให้ทั่วๆก่อ� จะเรียกว่าปฐมนิเทศน์ก็น่าจะได้" ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมสังเกตุบรรยากาศรอบๆตัวในบริเวณนั้นมีผู้คนทั้งหญิงชายยืนอยู่ด้วยกันเป็นคู่� ซึ่งดูจะเป็น "จุดนัดพบ" ระหว่า� "ผู้มาเยือน" กั� "ผู้มารับ" "ก่อนอื่นให้นายสังเกตุสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในตัวนายเองเสียก่อน ขณะนี้สภาพร่างกายของนายจะม�'คุณลักษณ�'ใหม่ ร่างกายจะมีสภา�'คงที�'ตลอดไป ทั้งน้ำหนักตัว และสุขภา� พูดง่ายๆนายจะมีรูปร่างหน้าตาเช่นนี้ตลอดไ� จนหมดบุญที่ทำไว้จากภพเดิ� นอกจากนั้นนายจะม�'อภิญญา'สามารถกำหนดจิตให้ไปปรากฏตัวที่ใดก็ได้ทั้งในสวรรค์หรือนรก แม้แต่ในภพเดิมโดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเดินทางด้วยจิตใจที่เป็นสัมมาธิษฐ� ถ้าเดินทางด้วยจิตใจที่เป็นมิจฉาธิษฐิจะได้รับการลงโทษโดยการลดอภิญญาไปเรื่อย�" โจเริ่มอธิบายสภาวะทั่วๆไปให้ฉันรับฟั� "หมายความว่าฉันจะอยู่เหนือธรรมชาติหรือโ� เป็นไปได้ยังไง คนเราจะไม่เจ็บป่วยแก่ตาย มันก็ฝืนสัจธรรมน่ะซิ" "มันเป็นผลบุญที่นายทำไว� ไม่ฝืนสัจธรรมหรอ� เราบอกแล้วไงว่านายจะอยู่ในสภาว�'อิ่มบุ�'เช่นนี้จนกว่าจะหมดบุญที่ทำไว้จากภพก่อน หลังจากนั้นนายอาจจะต้องไปชดใช้กรรมที่ทำไว้บ้างก็ได้ในภพภูมิอื่� เรื่องนั้นอย่าเพิ่งไปนึกถึงเลย อยู่ที่นี่นายก็จ�'กินบุญ'ไปอีกนาน" "ฉันไม่เข้าใจคำว่�'กินบุญ'นายช่วยอธิบายหน่อยซิ" ฉันทำท่าสงสั� "ก็แปลว่าการใช้บุญที่ทำไว้น่ะซิ เหมือนกับนายสะสมเงินไว้มากๆในธนาคา� พอครบรอบปีนายก็เอาดอกเบี้ยมาใช� เข้าใจง่ายๆแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน มันเป็นเรื่องลึกซึ้งต้องใช้เวลาอธิบายนาน เราไม่ต้องพูดเรื่องนี้หรอก นายตั้งสติแป๊บเดียวเดี๋ยวปัญญาก็จะมาบอกนายเอ�"