 |  |
อยู่อย่างไรให้แข็งแรงกว่� 100 ปี (2)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่า� สาเหตุที่ทำให้อายุยื� ไว้แล้วดังนี�
�. ทำความสบายให้แก่ตน
�. รู้จักประมาณในสิ่งสบาย
�. กินสิ่งที่ย่อยง่าย
�. เป็นผู้มีศีล
�. มีมิตรดีงา�
ในทางตรงกันข้า� เหตุที่ทำให้ตัดรอนอายุ คื�
�. ไม่ทำความสบายให้แก่ต�
�. ไม่รู้จักประมาณในสิ่งสบา�
�. กินสิ่งที่ย่อยยา�
�. เป็นคนละเมิดศี�
เมื่อพิจารณาแต่ละข้อตามคำตรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์แล้ว
ก็น่าซาบซึ้งยิ่งนั� ท่านกล่าวครบถ้วนเป็นจริงเสียจริง�
ถ้าใครสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้ สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์และอายุยื�
ย่อมเป็นอันหวังได้ (หากไม่มีกรรมมาตัดรอนกะทันหัน)
ข้อแรกที่ว่า ทำความสบายให้แก่ตน เพียงข้อเดียวนี้ก็น่าใคร่ครวญอย่างลึกซึ้�
การทำความสบายให้แก่ต� ไม่ได้หมายถึงการตั้งตนอยู่บนการเสพโลกียสุข ติดสบายๆ กินๆ
นอนๆ ตามใจชอบเพราะนี่คือการทำความลำบากให้แก่ตนในภายหลัง
หากแต่หมายความว่าต้องรู้ชัดเจนในสิ่งที่เหมาะควรเหมาะสมแก่สภาพร่างกายของต�
ช่วยเอื้ออนุเคราะห์แก่กายขันธ์ ไม่ให้ทรุดโทรมเสื่อมเร็ว
ซึ่งมีมากมายจนกล่าวไม่หม� เช่น ไม่กลั้นอุจจาร� ปัสสาว� รู้จักอาหารแสลงควรเว้น
อาหารมีคุณค่าควรรับเข้าสู่ร่างกา� อิริยาบทที�เหมาะส� เช่น การลุกจากที่นอ�
เรานอนขดมาทั้งคื� ถ้าลุกพรวดพราดอาจผิดเส้นผิดท่า ทำให้ปวดตึงต้นคอ
ไปถึงหลังไหล่ได้ บางคนหน้ามืดล้มฟาดกับพื้นได้
แม้กระทั่งข้าวของเครื่องกินเครื่องใช้ในยุคปัจจุบันที่ผลิตออกมามากมายอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างที่เรานึกไม่ถึ�
เช่น รองเท้�ส้นสูง ทำให้การเดินไม่เป็นธรรมชาต� ส่งผลให้ปวดหลั� ปวดค�
เจ็บปลายเท้า กล้ามเนื้อฝ่าเท้าและขาต้องทำงานหนักกว่าเดิ�
รวมไปถึงกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายจะหดสั้นตลอดเวลาที่ใส่รองเท้าส้นสูง
ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือ� แถมมีโอกาสข้อเท้�แพลง
เพราะความสูงของรองเท้าทำให้การควบคุมข้อเท้าทำได้ไม่ดีนัก
หรือแม้แต่รองเท้าส้นตึกที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะขับร�
เพราะเหยียบเบรคไม่ถนัด เท้าแพลงเพราะรองเท้าส้นตึกพลิกระหว่างเดิ�
นอกจากนี้อันตรายจากสารเคมีที่มีอยู่รอบตัวเราก็ทำให้ไม่สบายได� เช่น สเปรย์ฉีดผ�
ยาย้อมผม ดัดผ� น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีสารเคมีเข้มข้� ไอเสียรถยนต์ ควันเขม่� ฯล�
เพียงข้อแรกนี้ถ้าทำตามได้ก็จะช่วยสุขภาพอย่างมากมาย แล้วลองดูรอบตัวเราว่�
มีคนจำนวนมากเท่าไรที่ประกอบความไม่สบายให้แก่ตน ที่เห็นชัดเจ� คื� สูบบุหรี�
กินเหล้า ใช้สารเสพติดซึ่งบั่นทอนสุขภาพทับถมต่อเนื่องไปทุกวั�
ข้อที่ � รู้จักประมาณในสิ่งสบาย เป็นรายละเอียดลึกลงไ�
ผู้รู้จักประมาณย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จได้ทุกเมื่อ พระพุทธองค์สอนไว้ดังนี�
ฉะนั้นผู้ไม่รู้จักประมาณย่อมต้องเหน็ดเหนื่อยคอยตามแก้ปัญหา
หรือรับผลลบอันเกิดจากการไม่ประมาณของตนอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
ดังนั้นจึงต้องเรียนรู้
ฝึกฝนประมวลข้อมูลเพื่อการประมาณสัดส่วนสมดุลความเหมาะสมพอดี
เพราะอะไรที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไ� ก็ส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายได� เช่น
กินทุเรียนไร้สารพิ� �-� ลู� ร่างกายต้องประท้วงแน� ต่อให้ไร้สารพิษก็ตาม
ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพควรหัดสังเกตุ อาหารใดกินแล้วรู้สึกสบาย
และกินปริมาณมากน้อยเท่าใ� อาหารใดกินแล้วทำให้ร่างกายแพ้เป็นผื่นแดง ปวดบวม คั�
ก็หลีกเลี่ยงอาหารนั้� หรืออาหารที่ไม�เคยกินก็หัดสังเกตุคาดการณ์ว่�
จะรับหรือไม่รั� ถ้ารับจะรับเท่าใ� โดยพิจารณากลิ่� สีสั� องค์ประกอบ เช่น มันมาก
เพราะมีน้ำมันลอยเยิ้มเป็นต้น
แม้แต่การพักผ่อนหลับนอ� การทำงาน การออกกำลังกาย
การเกี่ยวข้องกับสัมผัสสัมพันธ์กับผู้คนข้าวของเครื่องใช� ก็ต้องรู้จักประมาณ
รู้ขีดจำกัดของตัวเอง จัดสรรให้สมส่วนลงตัวด้วย
ข้อที่ � กินสิ่งที่ย่อยง่าย หลายท่านอาจจะฟังเผิน� ผ่าน� ดูไม่สำคัญอะไรนั�
แต่นี่คือคำแนะนำของพระบรมศาสดาในเรื่องการปฏิบัติตนเพื่ออายุยาวอีกข้อหนึ่�
ฉะนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อความเจ็บไข้ได้ป่วย
ความเป็นความตายของเราอย่างแน่นอน
และถ้าผู้ใดศึกหาหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องระบบทางเดินอาหา�
หรือระบบย่อยอาหารของร่างกา�
ก็จะพบว่าช่างน่าทึ่งที่พระพุทธองค์กล่าวสรุปให้หลักสั้นๆว่า
ให้กินในสิ่งที่ย่อยง่ายๆ เพราะถ้าเรากินในสิ่งที่ย่อยยาก
ระบบย่อยอาหารของเราจะรวนไปหม� และไม่เป็นไปตามหน้าที่ ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมทันท�
สรีระร่างกาย ระบบอวัยวะและการย่อยของคนเรานั้น ฟอ� สินเน่�
นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ชาวสวีเดน กล่าวว่า
"มองจากโครงสร้างของมนุษย์นั้นทั้งภายในและภายนอกซึ้งเปรียบเทียบกับของสัตว์อืนแล้�
จะเห็นได้ว่า พื� ผั� และผลไม้ จะต้องเป็นอาหารตามธรรมชาติของมนุษย์เป็นแน่"
นั่นคือคนเราจะยั�ชีพได้อย่างแข็งแรงด้วยธัญพืช ผั� และผลไม้ต่าง�
ซึ่งมีมากมายทุกฤดูกา� เป็นอาหารมอบให้แก่มนุษย์อย่างไม่ขาดแคล�
แต่เนื้อสัคว�ก็เบียดแทรกเข้ามาเป็นอาหารของคนจนเป็นเรื่องปกติธรรมด�
และแทรกมาเป็นส่วนแห่งโรคภัยไข้เจ็บของมนุษย์ทีละเล็กทีละน้อ� จากรุ่นต่อรุ่น
รุ่นแล้วรุ่นเล่ากี่ร้อยกี่พันป�
จนเราไม่ทราบว่ายีนส์ของมนุษย์เกิดการกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและอ่อนแอไปกว่�เดิมเท่าใด
ไม่มีใครตอบได้