![]() | ![]() |
ใคร่จะขออนุญาตพูดถึงเนื้อสัตว์สักเล็กน้อย เนื้อสัตว์นับเป็นสิ่งที่ย่อยยาก ไม่เหมาะจะเป็นอาหารของมนุษย์เลย กรดเกลือ (สำหรับย่อย) ในกระเพาะของสัตว์กินเนื้อจะเข้มข้นกว่ากรดเกลือในกระเพาะของมนุษย์ ๒๐ เท่า และกรดเกลือของสัตว์กินเนื้อมีมากกว่าของมนุษย์ ๑๐ เท่า จึงย่อยเนื้อ กระดูก และส่วนอื่นๆของสัตว์ได้ง่าย และ ลำไส้ของสัตว์กินเนื้อ (ลำไส้ยาวเป็น ๓ เท่าของช่วงตัว) จึงขับถ่ายออก ได้เร็ว ในขณะที่กรดเกลือของมนุษย์มีนิดเดียวและก็อ่อนจางกว่าของพวกสัตว์กินเนื้อ เหมาะสำหรับย่อยพืชผักเท่านั้น แต่เมื่อต้องเอาไปย่อย เนื้อสัตว์ ระบบร่างกายจะเสียสมดุล มันจึงเป็นปัญหาขึ้นมาจากการที่เรากินสิ่งที่ย่อยยากนี่เอง ยิ่งไปกว่านั้นลำไส้ของมนุษย์ก็ยาวกว่าความสูงของช่วงตัวประมาณ ๑๒ เท่า (ตั้งแต่ปากถึงทวาร ลำไส้ของคนไทยยาวประมาณ ๓๐ ฟุต ของฝรั่งหรือคนตัวใหญ่ๆ อาจถึง ๔๐ ฟุต) ดังนั้นการเคลื่อนตัวของอาหารเนื้อสัตว์จากปากกว่าจะถึงทวารขับถ่ายจึงใช้เวลานาน เป็นปัญหาต่อสุขภาพเพิ่มขึ้นมาอีก เราทราบหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสุขภาพร่างกาย เมื่อเรากินสิ่งที่ย่อยยาก เช่น เนื้อสัตว์ เมื่อเราบดเคี้ยวเนื้อสัตว์อยู่ในปากทีละคำ ที่ ปากเราจะมีเอนไซม์ช่วยย่อยเป็นด่างอะมีเลส สำหรับย่อยคาร์โบไฮเดรท ส่วนไขมันและเนื้อสัตว์ไม่ได้ย่อยในปาก (แต่สัตว์กินเนื้อสามารถย่อยเนื้อตั้งแต่ในปากได้ เพราะน้ำลายของมันเป็นกรด) นี่ก็แย่แล้ว แถมคนที่ฟันไม่ดีจะเคี้ยวเนื้อสัตว์ไม่ละเอียด หรือคนที่ติดนิสัยกินเร็วๆก็จะเคี้ยว ๒-๓ ครั้งแล้วกลืนทั้งที่ยังเป็นชิ้นๆ นี่ก็ยิ่งเริ่ม เป็นปัญหาใหญ่ จากนั้นเนื้อสัตว์เคลื่อนลงสู่กระเพาะซึ่งมีกรดเกลือนิดเดียว ดังนั้นถ้าใครกินเนื้อสัตว์และไขมันสูงมาก กระเพาะก็ไม่สามารถย่อยสลาย เนื้อสัตว์และไขมันนั้นให้หมดได้ มีบันทึกในการวิจัยว่า มีชาวอเมริกันที่เป็นผู้ใหญ่แล้วเป็นจำนวนมากที่มีกรดเกลือไม่เพียงพอ ถ้าร่างกายสร้างเอนไซม์ขึ้นไม่พอที่จะย่อยอาหารได้หมด ก็ไม่สามารถย่อยไขมัน โปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรทได้หมด ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้ เกิดแก๊สและอาการท้องอืดขึ้น ปกติอาหารจะอยู่ในกระเพาะ ๓ ชั่วโมงครึ่งถึง ๖ ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นเนื้อสัตว์อาจจะอยู่นานถึง ๒๐ ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้จึงเกิดอาการหมักบูดมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ตั้งแต่อยู่ในกระเพาะ แต่แม้จะบูดเน่าอย่างไรมันก็ต้องพยายามเคลื่อนตัวต่อไป ตามระบบการย่อยอาหาร นั่นคือไปสู่ระบบลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งอาจจะสัมผัสกับเอนไซม์จากตับอ่อนและระบบน้ำดี ตับอ่อนนั้นรับผิดชอบในการหลั่งเอนไซม์หลายชนิดสำหรับย่อยคาร์โบไฮเดรท ไปรตีน และไขมัน คนจำนวนไม่น้อยที่ตับอ่อนผลิตกรด ไม่เพียงพอที่จะย่อยคาร์โบไฮเดรท ไปรตีน และไขมัน ที่ลำไส้เล็กนี้จะมีการย่อยและดูดซึมสารอาหารผ่านผนังลำไส้สู่กระแสเลือด จากนั้นลำไส้เล็กจะไล่อาหารเข้าไปในลำไส้ใหญ่ ปกติกาก อาหารจะอยู่ในลำไส้ใหญ่ ๑๒-๑๔ ชั่วโมง จึงขับถ่าย แต่ถ้ากินเนื้อสัตว์ กากอาหารจะตกค้างนานกว่า ๗ วัน และนึกดูเถิดว่าพิษต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่กระเพาะแล้ว ผ่านมาลำไส้ จะถูกดูดกลับ เข้าไปในร่างกาย หมุนเวียนเป็นพิษสะสมเท่าใด การที่กากอาหารตกค้างนานจะเกิดการหมักบูดต่อเนื่องทับถมมีพิษมาก ขับถ่ายลำบาก ท้องผูก และเมื่อท้องผูกแล้ว ยากที่จะทำให้เรา อารมณ์ดี เราจะเครียดหงุดหงิดได้ และเมื่อความเครียดสะสมเป็นระยะเวลานาน ภูมิต้านทานจะอ่อนแอลง จะเลือกเป็นโรคอะไรก็ได้ทั้งหมด ตั้งแต่หวัด จนกระทั่งมะเร็ง การกินเนื้อสัตว์จึงสร้างภาระหนักแก่ระบบย่อยอาหารและเป็นที่มาสารพัดโรคโดยแท้ เพื่อความมีอายุยืนจึงควรกินสิ่งที่ย่อยง่าย เช่น เต้าหู้ และอาหารที่มีเส้นใย เช่น ข้าวกล้อง มัน พืชผัก ผลไม้ เป็นต้น ข้อที่ ๔ เป็นผู้มีศีล มีข้อปฏิบัติขัดเกลาลดละกิเสลอันเป็นเหตุแห่งการอยู่ร้อนนอนทุกข์ เมื่อเราเป็นผู้มีศีล จิตใจก็ได้ที่พึ่งอันประเสริฐ ปลื้มใจ อิ่มใจ เย็นใจ มีความสงบ มั่นคง ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่ต้องกังวลใจสะดุ้งหวาดกลัวการถูกปองร้ายเพราะไปผิดศีลทำให้คนอื่นแค้นเคืองพยาบาท ผู้ตั้งตนอยู่ในศีล แม้แค่ศีล ๕ ย่อมเป็นที่รัก ของมนุษย์และเทวดา (ผู้มีใจประเสริฐ) ไม่มีเวรกับใครๆ เมื่อนึกถึงศีลก็ไม่ถูกความกำหนัดกลุ้มรุม ไม่ถูกความโกรธกลุ้มรุม ไม่ถูกความหลงผิดกลุ้มรุม จิตดำเนินไปตรง มีความ สุข นอนหลับสบาย หลับลึก หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่เครียด ไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งที่โลกมอมเมาต่างๆ รู้เท่าทันอาหารการกินข้าวของเครื่องใช้ที่โลกปรุงแต่งหลอก ล่อให้เราดิ้นรนไขว่คว้าจนเหน็ดเหนื่อย แต่เราจะรู้สิ่งจำเป็นควรใช้สอยอาศัย รู้เอื้อเฟื้อแบ่งปัน ขยันสร้างสรรค์สิ่งดีงามแก่ตนและสังคม ข้อที่ ๕ มีมิตรดีงาม องค์ประกอบข้อสุดท้ายที่พระพุทธเจ้ากล่าวว่าเป็นเหตุให้อายุยืน พระอานนท์เคยซาบซึ้งเห็นคุณค่าของการมีมิตรดีสหายดีว่าเป็นถึงครึ่งหนึ่งของพรหมจรรย์ทีเดียว แต่พระพุทธเจ้าได้ชี้ให้ชัดว่า การมี มิตรดีสหายดีนั้นเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์นั่นเลย ไม่ใช่เป็นแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น มิตรดีช่วยให้เรารู้สึกอบอุ่นใจ ศรัทธาว่าในโลกนี้ไม่แล้งไร้ความจริงให้แก่กันและกัน ให้ความช่วยเหลือในยามเราตกทุกข์ได้ยาก ให้คำ แนะนำดีๆ แก่เรายามเราเดินพลาดพลั้ง น้ำใสใจจริงที่ได้รับจากมิตร ความรุ่มร้อนก็ผ่อนคลาย เมื่อเราจะเดินลงเหว มิตรดีก็ตักเตือนกล้าขัดใจโดยไม่เกรงว่าเราจะไม่พอใจ มิตร ดีไม่ผลาญทรัพย์สินของเรา เมื่อคบหาสมาคมจะทำให้สารสุข (เอนดอร์ฟีน) หลั่ง ภูมิต้านทานของร่างกายแข็งแรงขึ้น ร่างกายก็สบาย จิตใจก็เป็นสุข ยามเจ็บไข้ได้ป่วย มิตรดีก็มีวิธีพูดให้กำลังใจแก่เรา กล้าสู้ ไม่ท้อแท้ แต่มีพลังที่จะฝ่าฟันเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป เมื่อไม่เครียด ไม่เศร้า ไม่ หดหู่ แต่มีพลังแห่งชีวิตชีวา ร่างกายก็พร้อมจะกินอาหาร เมื่ออารมณ์ดีอยากกินอาหาร ร่างกายก็จะหลั่งเอนไซม์ช่วยย่อยและกรดเกลือ ขึ้นในกระเพาะ นี่คือระบบย่อยได้เริ่มแล้วตั้งแต่ก่อนตักอาหารเข้าปาก แต่ถ้าเครียดกังวลเพราะโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีใครให้กำลังใจเลย เราเองก็ให้กำลังใจตัวเองไม่ไหว เอนไซม์ช่วยย่อยจะไม่ถูกหลั่งออกมา เมื่อกินอาหารก็คือการฝืนกิน อาหารก็จะไม่ย่อย การคบมิตรจึงส่งผลต่อสุขภาพทำให้อายุยืนยาวในนัยลึกซึ้งทั้งกายและใจ ไม่ต้องกล่าวถึงการคบมิตรชั่วเลย เพราะมิตรชั่วจะพาเรื่อง เดือดร้อนใจมาสู่ไม่เว้นแต่ละวัน บางคนพลอยบาดเจ็บหรือถึงกับเสียชีวิตไปด้วยเพียงเพราะนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับเพื่อนชั่ว เมื่อพิจารณาองค์ประกอบที่ทำให้อายุยืนที่พระบรมศาสดาให้หลักไว้นำมาเทียบเคียงทีละข้อๆกับการใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันแล้วจะพบ ทันทีว่า ผู้คนจำนวนไม่น้อยได้เดินผิดทิศผิดทางมานาน โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน แทนที่จะช่วยบำรุงร่างกาย กลับกลายทำให้เสีย ระบบย่อยและการดูดซึมแย่ เกิดปัญหาพิษสะสมในร่างกาย แล้วขบวนโรคทั้งหลายก็จะตามมา ร่างกายเสื่อมโทรม ผิวยับย่นแม้อยู่ในวัย หนุ่มสาว และเสียชีวิตเร็วกว่าวัยอันควร ถ้าเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีการกินเสียใหม่หันมากินอาหารธรรมชาติ ธัญพืชต่างๆ ผัก ผลไม้ น้ำสะอาด จัดระเบียบการใช้ชีวิต สลัดทิ้งความคิดที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่ง กลับคืนสู่ความเรียบง่ายที่มีเวลาหายใจเต็มอิ่ม สิ่งเหล่านี้ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เมื่อมีการปฏิบัติ จัดระเบียบปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสมล้วนส่งเสริมสนับสนุนสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ทั้งสิ้น นี่คือระบบป้องกันการเจ็บป่วยที่ดีที่ สุด ทั้งหมดนี้คือความปราถนาดีต่อพี่น้อง เพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกท่าน ได้มีการปรับสุขภาพให้ดีขึ้นตามเหตุปัจจัยเพื่อการมี อายุที่ยืนยาวตามหลักที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้.
ข้อมูลจากสำนักพิมพ์"กลั่นแกล่น"