หน้าถัดไป

เยาวชนต้องโทษคดียาเสพติด

จากวารสารเศรษฐกิจและสังคม ปีที่ 38

ภูมิหลังและสาเหตุ

ในการศึกษาวิเคราะห์การกระทำผิดในคดีเสพยาเสพติดของผู้ต้องขังเด็ดขาดอายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวน 300 คน โดยกองศึกษาและเผยแพร่การพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10 – 14 มกราคม 2543 ในทัณฑสถาน 4 แห่ง ได้แก่ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานวัยหนุ่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง จังหวัดปทุมธานี ทำให้พบประเด็นเด่นที่น่าสนใจเกี่ยวกับภูมิหลังและสาเหตุในการกระทำความผิดของเยาวชนซึ่งเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดในคดียาเสพติด ดังต่อไปนี้

1. กระทำผิดเพราะความ “อยากลอง” คือสาเหตุใหญ่

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าปัจจุบันโลกของเราได้ก้าวสู่ยุคโลกาภิวัตน์ไร้ซึ่งพรมแดน ส่งผลให้สังคมไทยได้กลายเป็นสังคมเปิด สามารถรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการรับข้อมูล
ข่าวสารอย่างรวดเร็วเช่นนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสียไปพร้อม ๆ กัน หากผู้รับสารไม่มีสติในการใช้วิจารณญาณแยกแยะ
ข้อมูลข่าวสารว่าเป็นสิ่งที่ดีและไม่ดีแล้ว ก็อาจจะทำให้บุคคลผู้นั้นเดินหลงไปในทางที่ผิดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นเยาวชนซึ่งอยู่ในวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็นอยากเรียนรู้ ย่อมจะโน้มนำไปสู่การลองในสิ่งใหม่ ๆ ตามมาได้อย่างง่ายดาย

จากการศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของผู้ต้องขังเด็ดขาดกับการติดยาเสพติดซึ่งมีทั้งเพศหญิงและชาย มีการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ประถมศึกษาไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งการมีอาชีพต่าง ๆ นั้น ล้วนยืนยันว่ามีการกระทำผิดเพราะความ “ อยากลอง” ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งการกระทำผิดครั้งนี้ผู้ต้องขังส่วนใหญ่บอกว่าเป็นการกระทำผิดครั้งแรก จึงสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงธรรมชาติของคนในวัยนี้ได้เป็นอย่างดี โดยมีกระแสโลกาภิวัตน์เป็นตัวเชื่อมให้เยาวชนมีโอกาสเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้มากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากจำนวนของผู้ต้องขังเกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่าง บอกว่า ที่ตนต้องติดยานั้นเป็นเพราะว่า “อยากลอง” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งโดยเฉพาะในกลุ่มที่ยังอยู่ในวัยเรียนนั้น ส่วนใหญ่ติดยาเพราะสาเหตุนี้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับผู้มีอาชีพรับจ้างมีร้อยละ 48.2 ขณะที่ผู้มีอาชีพรับจ้างมีร้อยละ 48.2 ซึ่งการ
ตัดสินใจเดินบนเส้นทางที่ผิดนี้ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ร้อยละ 76.0 ของผู้ต้องขังทั้งหมดบอกว่า เป็นผู้เลือกเดินบนเส้นทางนี้เอง โดยไม่เคยถูกบังคับหรือถูกบุคคลอื่นชักชวนให้มากระทำผิดแต่อย่างใด

2. “ยาบ้า” แพร่ระบาดมากที่สุด

Hosted by www.Geocities.ws

1