หน้าก่อน                                                                                                      

ดังนั้น ผู้ต้องขังหรือผู้ต้องหาที่ยากจนไม่มีเงินทองที่จะจ้างทนายความต่อสู้คดี ผู้ต้องขังหรือผู้ต้องหา หรือญาติของผู้ต้องขัง หรือผู้ต้องหา ก็จะติดต่อสอบถามได้ที่องค์การดังกล่าวข้างต้น โดยมิต้องเสียเงินทองแต่อย่างใด

สิทธิของจำเลยที่จะมีทนายช่วยเหลือ

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(3) บัญญัติว่า จำเลย หมายความถึง “บุคคลซึ่งถูกฟ้อง ๆ มายังศาลแล้ว โดยข้อหาว่าได้กระทำความผิด”

ถ้าเป็นคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องเอง ผู้ถูกฟ้องยังไม่ตอยู่ในฐานะจำเลยจนกว่าศาลจะประทับฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคสาม ดังนั้นบุคคลที่จะตกอยู่ในฐานะจำเลยเมื่อถูกฟ้องต่อศาลนั้น จึงใช้ได้เฉพาะในคดีอัยการเป็นโจทก์ฟ้องเท่านั้น

และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 ได้บัญญัติว่า

“ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้ศาลตั้งทนายให้

ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป แต่ไม่ถึงประหารชีวิต แต่ในคดีที่จำเลยมีอายุไม่เกินสิบเจ็ดปีในวันที่ถูกฟ้องต่อศาล ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการทนายก็ให้ศาลตั้งทนายให้

ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงสิบปี ถ้าจำเลยไม่มีทนายและต่อสู้คดีโดยแถลงต่อศาลก่อนเริ่มพิจารณาว่าจำเลยยากจนและต้องการทนายก็ให้ศาลตั้งทนายให้

ในการพิจารณาตั้งทนายให้จำเลยตามวรรคสาม ศาลอาจไต่สวนเพื่อให้ได้ความว่าจำเลยยากจนจริง

ให้ศาลจ่ายเงินรางวัลแก่ทนายที่ศาลตั้งตามมาตรานี้ ตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด”

โดยปกติจำเลยต้องหาทนายเอง และเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง เว้นแต่ศาลจะตั้งทนายความให้แก่จำเลย เฉพาะคดีดังต่อไปนี้ คือ

1. ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต ก่อนเริ่มพิจารณา ให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าจำเลยมีทนายศาลก็ไม่ตั้งทนายให้ แต่ถ้าจำเลยไม่มีทนาย กฎหมายได้กำหนดให้ศาลตั้งทนายให้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยต้องการทนายหรือไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ความคุ้มครองแก่จำเลยในคดีที่มีโทษประหารชีวิต ซึ่งเมื่อศาลตั้งทนายให้แล้ว แต่จำเลยไม่ต้องการทนายก็เป็นเรื่องของจำเลย

2. ในคดีที่มีโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป แต่ไม่ถึงประหารชีวิต และในคดีที่จำเลยมีอายุไม่เกินสิบเจ็ดปีในวันที่ถูกฟ้องต่อศาล ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการทนายก็ให้ศาลตั้งทนายให้ แต่ถ้าไม่มีและจำเลยไม่ต้องการทนาย ศาลก็ไม่ตั้งทนายให้

3. ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นปี แต่ไม่ถึงสิบปีในกรณีต่อไปนี้

(ก) จำเลยไม่มีทนาย และต้องการต่อสู้คดี

(ข) จำเลยแถลงต่อศาลก่อนเริ่มพิจารณาว่าจำเลยยากจน และต้องการทนายก็ให้ศาลตั้งให้

แต่ในการพิจารณาตั้งทนายให้จำเลยตามกรณีนี้ศาลอาจไต่สวนเพื่อให้ได้ความว่าจำเลยยากจนจริงก็ได้

หมายเหตุ

1. การตั้งทนายความตามมาตรา 173 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานี้ ศาลจะตั้งทนายให้โดยขอแรงทนายที่ขึ้นทะเบียนว่าความในศาลนั้น

2. หากทนายจงใจหลีกเลี่ยงไม่รับว่าความให้ย่อมเป็นการผิดข้อบังคับมรรยาททนายความและผิดตาม พ.ร.บ.ทนายความ

3. ศาลจะจ่ายเงินรางวัลแก่ทนายที่ศาลตั้งตามมาตรา 173 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด

4. คดีที่กฎหมายบังคับให้ศาลถามจำเลยเรื่องทนาย นั้น ถ้าหากศาลชั้นต้นยังมิได้สอบถามจำเลยเรื่องทนายก่อนเริ่มพิจารณา ถือว่ากระบวนพิจารณาที่ดำเนินตลอดมานั้นเป็นการไม่ชอบเมื่อความปรากฏต่อศาลสูง ศาลสูงมีอำนาจยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนการพิจารณาให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208(2) เพราะทำให้จำเลยเสียเปรียบในการดำเนินคดี ไม่ว่าจำเลยจะให้การรับสารภาพหรือไม่

5. กฎหมายกำหนดให้ศาลถามเรื่องทนายก่อนเริ่มพิจารณา คือศาลต้องถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ก่อนอ่านฟ้องให้จำเลยฟังและถามคำให้การจำเลยตามมาตรา 172 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา




Hosted by www.Geocities.ws

1