หน้าก่อน                                                                                                      หน้าถัดไป

4.1 สถานีตำรวจหรือหน่วยราชการใดมีห้องควบคุม ที่อาจจัดขึ้นเป็นพิเศษโดยแบ่งเป็นสัดส่วนได้ต้องจัดให้ผู้ถูกคุมขังพบและปรึกษากับทนายความในที่ซึ่งจัดไว้ในบริเวณห้องควบคุมนั้น

4.2 สถานีตำรวจหรือหน่วยราชการใด ยังไม่มีห้องควบคุมที่อาจจัดขึ้นเป็นพิเศษโดยแบ่งเป็นสัดส่วนได้ ต้องให้ผู้ถูกคุมขังพบหรือปรึกษาทนายความที่ห้องควบคุมทำนองการเยี่ยมอย่างธรรมดา แต่พยายามเปิดโอกาสให้พบและปรึกษากันเป็นส่วนตัว เท่าที่จะกระทำได้

ทั้งนี้ ในระหว่างผู้ถูกคุมขังกับทนายความปรึกษากัน จะต้องอยู่ในสายตาของผู้ควบคุมตลอดเวลาด้วย

5. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทนายความ

ก่อนที่นายร้อยตำรวจเวรประจำการจะอนุญาตให้ผู้ถูกคุมขังได้พบและปรึกษากับบุคคลใดซึ่งอ้างว่าเป็นทนายความที่ผู้ถูกคุมขังระบุชื่อขอพบ ถ้ากรณีมีเหตุอันควรสงสัย ต้องให้ผู้ที่อ้างว่าเป็นทนายความนั้นแสดงใบอนุญาตว่าความของตนก่อนด้วย

6. การบันทึกหลักฐาน

ให้สถานีตำรวจและหน่วยราชการที่มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาทุกแห่งจัดให้มีสมุดบันทึกการพบและปรึกษาทนายความของผู้ถูกคุมขังเพื่อจดบันทึกการปฏิบัติเป็นหลักฐานในกรณีดังต่อไปนี้

6.1 เมื่อได้รับคำร้องขอจากผู้ถูกคุมขังว่า จะขอพบและปรึกษาทนายความตามข้อ 2 นายร้อยตำรวจเวรประจำการ ต้องจดบันทึกลงไว้ในสมุดแสดงว่าผู้ถูกคุมขังร้องขอพบทนายความผู้ใด ได้มีการร้องขอวันไหน เวลาใด แล้วให้ผู้ถูกคุมขังลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน

6.2 เมื่อได้รับอนุญาตให้ผู้ถูกคุมขังพบและปรึกษาทนายความนายร้อยตำรวจเวรประจำการต้องจดบันทึกลงไว้ในสมุดให้ปรากฏรายละเอียดว่าทนายความผู้ใดเข้าพบและปรึกษากับผู้ถูกคุมขังเมื่อเวลาใดกลับเวลาใด แล้วให้ผู้ถูกคุมขังและทนายความลงชื่อไว้เป็นหลักฐานในสมุดนั้นด้วย

6.3 ในกรณีที่สารวัตร หรือสารวัตรใหญ่ หรือผู้บังคับกอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจ หรือผู้รักษาการแทนในตำแหน่งนั้น ๆ สั่งไม่อนุญาตให้ผู้ถูกคุมขังพบหรือปรึกษากับทนายความตามข้อ 3.2 ต้องจดบันทึกเหตุผลที่สั่งไม่อนุญาตไว้ในสมุดโดยละเอียดแล้วให้ผู้ถูกคุมขังลงชื่อรับทราบไว้

6.4 ในกรณีใด ๆ ที่เกี่ยวกับการนี้ ซึ่งนายร้อยตำรวจเวรประจำการเห็นสมควรให้จดบันทึกไว้ในสมุดเป็นหลักฐาน ก็ให้จดบันทึกไว้ได้เท่าที่เห็นสมควร

ผู้ต้องขังหรือผู้ต้องหาจะพบหรือติดต่อกับทนายได้ที่ไหน

ถ้าหากผู้ต้องขังและผู้ต้องหามีทนายประจำตัวและมีฐานะดี ก็ไม่มีปัญหาในการพบและติดต่อทนาย แต่ถ้าหากยากจนไม่มีปัญญาจะจ้างทนายก็ให้ติดต่อขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายกับ

1. คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายสภาทนายความ ซึ่งตั้งอยู่ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร ถ้าอยู่ต่างจังหวัด ให้ติดต่อคณะอนุกรรมการสภาทนายความประจำจังหวัดนั้น ๆ

2. สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (ส.ค.ช.) ของกรมอัยการ ที่กรุงเทพมหานคร ถ้าอยู่ต่างจังหวัดให้ติดต่อ (ส.ค.ช.) ที่ทำการอัยการจังหวัดทุกจังหวัด

3. เนติบัณฑิตยสภา ตั้งอยู่ที่บริเวณกระทรวงยุติธรรม ใกล้กับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง สนามหลวง กรุงเทพมหานคร

4. ฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

5. ฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

6. สำนักช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง

7. สมาคมบัณฑิตย์สตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย

8. ทนายประจำโรงพักที่สภาทนายความแห่งประเทศไทย ได้จัดทนายไว้ประจำโรงพัก เพื่อช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

Hosted by www.Geocities.ws

1