
ก่อนที่ท่านจะนั่งขอให้อยู่ในลักษณะพร้อมที่จะนั่ง ทำจิตใจให้สบาย ๆ วางท่าให้เรียบร้อย เสร็จแล้วนั่งขัดสมาธิ
ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายให้ตรงน้อมนึกถึง คุณพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์สามรอบ ต่อจากนั้นให้หลับตาปิดปาก
วางใบหน้า ให้ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำตัวเองให้สบาย ๆ แล้วถอนหายใจเข้าออกยาว ๆ เบา ๆ สัก 4-5 ครั้ง
หยุดอยู่ในลักษณะพักผ่อนกาย พักผ่อนวาจา แล้วกำหนดบทว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ ต่อจากนั้นสูดลมหายใจเข้าว่า
พุท หายใจออกว่า โธ พุท-โธ, พุท-โธ ไปเรื่อย ๆ ประมวล ความรู้สึกทั้งหมดไว้ที่เครื่องบริกรรม
จะเป็นการกำหนดลมเข้าออกก็ดี การกำหนดบท พุทโธก็ดี การกำหนดแผ่เมตตาก็ดี ทั้งหมดนั้นให้มีสติรู้ชัด
ในสิ่งที่ตัวกำหนดอยู่ทุกขณะจิต เพียรพยายามทำอย่างนี้อยู่เสมอ ๆ ก็จะเกิดเป็นกรรมฐาน คือ กายสบาย ๆ จิตใจสบาย ๆ
การน้อมนึกในกายมาพิจารณา เวทนามาพิจารณา การน้อมนึกจิตมาพิจารณา การน้อมนึก ธรรมมาพิจารณาก็จะเกิดเป็นกรรมฐาน
ทำให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ ต่อจากนั้นการดำเนิน สติปัญญาก็จะเกิดขึ้น ตามกำลังแห่งจิตที่ได้รับการอบรมมา
ความรู้แจ้งเห็นจริงก็จะเกิดขึ้น เมื่อเห็นว่าสมควรกับเวลาที่ตนเองนั่งแล้วให้ถอนลมหายใจเข้าออกยาว ๆ เบา ๆ
สัก 4-5 ครั้ง ตั้งจิตเป็นบุญกุศลแล้วกล่าวว่า ขอสัตว์ทั้งหลายอย่าได้มีเวรซึ่งกันและกัน อย่าได้เบียดเบียน ซึ่งกันและกัน
จงเป็นสุข พ้นทุกข์ โดยทั่วหน้ากันเทอญ
ส่วนบุญใดที่เกิดขึ้นจากการประพฤติปฎิบัติของข้าพเจ้านี้ ขอส่วนบุญนั้นจงมีส่วนแบ่ง แก่ผู้มีอุปการคุณทั้งหลาย
มีบิดามารดา ครูบาอาจารย์ เป็นต้น เพื่อความสุขความเจริญ แก่ข้าพเจ้าตลอดกาลนานเทอญ
ทุกครั้งที่นั่งถ้ามีเวลาหรือสถานที่อำนวยควรไหว้พระสวดมนต์ก่อน
อิริยาบถใดที่สะดวกจงปฎิบัติในอิริยาบถนั้น
วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
